TECHNICAL TIME-OUT | จริงตนาการ
ช่วงเวลาในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นนักเตะที่น่าจะมีความสุขที่สุดในโลก หลังจากพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้อีกครั้ง ด้วยการเป็นนักเตะที่ยิงได้ 29 ประตู กับ 18 แอสซิสต์
ภาพการเซลฟี่กับแฟนบอลในการฉลองแชมป์ลีกสมัยที่ 20 ที่แอนฟิลด์ในวันนั้น เปลี่ยนเป็นความผิดหวังในเวลาครึ่งปีหลังจากนั้น ซาลาห์เหมือนกลายเป็นจุดบอดของทีม จนเจ้าตัวออกมาบอกว่า ตัวเองเป็นแพะรับบาปจากผลงานที่ย่ำแย่ของทีมหงส์แดง
ลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน่อ ชล็อต ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลแรก คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ก่อนจบฤดูกาลถึง 4 นัด แต่ในฤดูกาลนี้ พวกเขาแพ้ไปแล้ว 6 จาก 15 เกมแรก นับเฉพาะเกมลีก
และมีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่างอาร์เซนอลถึง 10 คะแนนแล้ว

ชล็อตปรับแผนการเล่นของทีม เพื่อหวังพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นทีมอันตรายให้ได้อีกครั้ง ด้วยการจับซาลาห์นั่งเป็นตัวสำรอง 3 เกมติดต่อกัน หลังจากผลงานย่ำแย่อย่างต่อเนื่อง
หลังจบเกมที่ลิเวอร์พูลโดนลีดส์ ยูไนเต็ด ตีเสมอ 3-3 ในนาทีบาป ซาลาห์ที่เป็นตัวสำรองและไม่ได้ลงสนาม ออกมาระเบิดผ่านสื่อทันทีว่า ที่ผ่านมาทุ่มเทเพื่อสโมสรทุกอย่าง แต่ตอนนี้กลับต้องมานั่งสำรอง โดยที่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เหมือนกับว่าสโมสรโยนความผิดมาให้กับตัวเอง มีบางคนอยากให้เขาออกจากสโมสรนี้ไป ทั้งๆ ที่ในช่วงซัมเมอร์มีคำสัญญามากมาย แต่ตอนนี้กลับต้องมาเป็นตัวสำรอง คนเหล่านั้นไม่รักษาคำพูดของตัวเอง ไม่เข้าใจว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างไร แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในสโมสรอื่น นักเตะคงได้รับการปกป้อง แต่สำหรับที่นี่ ทำให้ตัวเองเป็นตัวปัญหา ซึ่งส่วนตัวแล้วไม่คิดว่าตัวเองเป็นปัญหาของทีมแต่อย่างใด และไม่จำเป็นต้องสู้เพื่อแย่งตำแหน่งอีกแล้ว เพราะสิ่งที่ทำมาทำให้เห็นแล้วว่าเหมาะที่จะได้ลงสนาม
หลังจากออกมาให้สัมภาษณ์แบบนั้น ชล็อตไม่เลือกซาลาห์ให้เดินทางไปแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ออกไปเยือนอินเตอร์ มิลาน ที่อิตาลี
ทำให้สื่อต่างจับจ้องกันว่า โอกาสที่ดาวยิงอียิปต์จะโบกมือลาถิ่นแอนฟิลด์ไปในตลาดหน้าหนาวไม่อีกไม่กี่วันข้างหน้า เป็นไปได้สูงมากๆ เพราะมีทีมจากซาอุดีฯ โปรลีก ที่พร้อมทุ่มเงินมหาศาลซื้อตัวเขาไปร่วมทีมอยู่แล้ว
ในมุมของชล็อตนั้น แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือจากสโมสรลิเวอร์พูลยืนยันว่า กุนซือชาวดัตช์ไม่ได้มีความคิดที่จะตัดซาลาห์ออกจากทีมไป แต่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้ทีมมีผลงานที่ดีขึ้น ที่สำคัญเก้าอี้กุนซือของเขาจะต้องปลอดภัยกว่าที่เป็นอยู่ด้วย
นอกจากนั้นการดร็อปซาลาห์ก็เพื่อเป็นการเตรียมรับมือกับการที่เขาจะต้องไปช่วยทีมชาติอียิปต์ ในศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ที่จะฟาดแข้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ที่โมร็อกโกด้วย
ชล็อตเคยออกมาปกป้องซาลาห์ที่ตกเป็นตัวสำรองว่า ซาลาห์เป็นนักเตะคนสำคัญของทีมมาหลายปี และจะอยู่กับเราต่อไปในอนาคต แน่นอนว่า นักเตะทุกคนย่อมไม่มีความสุขที่ไม่ได้เล่น แต่เขายังเป็นมืออาชีพ ช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมอย่างเต็มที่ และวางตัวได้ดี
แต่หลังจากนั้น ซาลาห์ก็ออกมาสร้างประเด็นใหญ่ผ่านสื่อ จนมีการตั้งคำถามว่า บอร์ดบริหารลิเวอร์พูลจะเลือกใคร ให้ชล็อตอยู่ใช้นักเตะที่เขาซื้อเข้ามาใหม่ หรือหากุนซือใหม่ เพื่อมาเขย่าทีมอีกครั้ง โดยให้ซาลาห์เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การขายซาลาห์ออกไปในช่วงเวลาแบบนี้ ก็ยังคงสามารถเรียกราคาได้สูงมากจากทีมเงินถุงเงินถังในซาอุดีอาระเบีย หรือไม่ก็อาจจะเลือกย้ายไป ซานดิเอโก เอฟซี ทีมในเมเจอร์ลีก สหรัฐอเมริกา ที่มี โมฮาเหม็ด มานซูร์ มหาเศรษฐีลูกครึ่งอียิปต์-อังกฤษ เป็นเจ้าของอยู่
ซาลาห์บอกเองว่า เขาจะกลับไปเจอกับเดอะค็อป ที่แอนฟิลด์ ก่อนจะไปลุยแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ เพราะไม่รู้เลยว่า อนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
โอกาสที่เขาจะไม่ได้ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลอีกแล้วหลังจากนี้มีความเป็นไปได้สูงเช่นกัน เพราะกว่าที่อียิปต์จะเตะเกมสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่ม ก็วันที่ 29 ธันวาคมแล้ว ถ้าอียิปต์ไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ก็ไปถึงวันที่ 18 มกราคม 2026 แล้ว และตลาดนักเตะจะเปิดในวันที่ 1 มกราคม 2026
ช่วงเวลาตรงนั้นอาจจะเป็นการให้ซาลาห์ไปทำใจ เคลียร์ความรู้สึก เพื่อจะกลับช่วยทีมอีกครั้ง หรือไปเล่นให้ทีมใหม่ ที่ไม่ได้อยู่ในยุโรปอีกแล้ว
การโบกมือลาอาจจะไม่เกิดในเดือนมกราคม แต่คงไม่พ้นในช่วงซัมเมอร์หน้า
นี่คือวิถีของฟุตบอล นักเตะมาแล้วก็จากไป แต่สโมสรยังอยู่ ซาลาห์ก็หนีไม่พ้น
