bg-single

รุกคืบ การบริหาร ข้าราชการ คือ เป้าหมาย ยุบย้าย ปรับลด

24.12.2025

เมื่อเอ่ยถึงพระองค์เจ้าบวรเดช Benjamin A. Batson  (เบนจามิน เอ. บัทสัน) ให้ความสำคัญกับเอกสารของอังกฤษอย่างเป็นด้านหลัก

สามารถเข้าใจได้

เข้าใจได้ต่อสถานการณ์อันเป็นความต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อเดือนมิถุนายน 2475

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีเดือนตุลาคม 2476

ไม่ว่าจะเป็น GB, F/1903/40 28 January 1927,Waterlow to Chamberlain

ตั้งแต่การเกษียณราชการในปี 1922 การถูกเรียกตัวจากเชียงใหม่ภายในวันหรือสองวันทันทีที่รัชกาลที่ 7 เสด็จขึ้นครองราชย์ รวมถึงที่ Batson ระบุผ่านเชิงอรรถ

เมื่อทูตอังกฤษสังเกตเห็นเสน่ห์ ความมีอารมณ์ขัน และการใช้ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศสได้คล่องแคล่วของพระองค์เจ้าบวรเดช

เขายังได้เขียนต่อไปว่า “แต่ท่านก็เป็นฝ่ายปฏิกิริยาเผด็จการทางความคิด (แม้ท่านคิดว่าท่านเป็นประชาธิปไตย) ความซื่อสัตย์เปิดเผยของท่านที่ทำให้ชาวต่างประเทศยกย่องท่านกลับกลายเป็นอุปสรรคในความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับคนร่วมชาติ”

Batson ระบุต่อไปว่า ม.จ.บวรเดชได้รับตำแหน่งสูงในกองทัพ และในปี 1928 เมื่อสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ย้ายจากกระทรวงกลาโหมไปดูแลกระทรวงมหาดไทย

ม.จ.บวรเดช ก็ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงกลาโหมต่อ

แม้ว่าต่อมาจะได้มีความเห็นขัดแย้งกันระหว่างรัชกาลที่ 7 กับ ม.จ.บวรเดช ปีแรกๆ ในรัชสมัยนี้ ม.จ.บวรเดช เป็นที่ปรึกษาที่มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อพระเจ้าแผ่นดินซึ่งมีภูมิหลังด้านการทหารมาด้วยกัน

และในปี 1929 ม.จ.บวรเดช ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระองค์เจ้า

จังหวะก้าว การบริหาร
ยุบ กระทรวง ทบวงกรม

การก่อตั้งอภิรัฐมนตรีและการเปลี่ยนเสนาบดีติดตามด้วยโครงการความเข้มงวดทางเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่ง Batson เห็นว่าแม้จะรู้กันน้อยแต่ก็มีลักษณะและขนาดๆ พอๆ กับ “การตัดทอนรายจ่าย” ปี 1931-1932

งบประมาณของหน่วยงานรัฐถูกตัดทุกแผนก ที่ถูกตัดมากที่สุดคืองบประมาณของภาครัฐ

กระทรวงมุรธาธรถูกยุบรวมอยู่ในกรมราชเลขาธิการ

กระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงคมนาคมยุบรวมเข้าด้วยกัน

ยุบและรวมมณฑลต่างๆ เข้าด้วยกันให้มีจำนวนน้อยลง ทำให้ลดตำแหน่งบริหารได้หลายตำแหน่ง

หน่วยงานของรัฐบาลที่เหลืออยู่ก็ถูกลดจำนวนข้าราชการเป็นจำนวนมาก

ลูกจ้างชาวยุโรปและอเมริกันได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งนี้ เนื่องจากความเชื่อที่สะพัดไปเรื่อยๆ ตามถ้อยคำของ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงที่ว่า

“สยามควรเป็นเรื่องของชาวสยาม”

และเนื่องจากคนเหล่านี้ได้รับเงินดือนสูงจึงยิ่งเป็นเป้าให้ถูกโจมตีในยุคเศรษฐกิจวิกฤตเช่นนี้ จำนวนข้าราชการที่ลาออกไปหรือถูกให้ออกจากราชการมีจำนวนเกือบๆ หมื่นคน

เท่ากับกว่า 10% ของการจ้างของรัฐบาล

จังหวะก้าว การบริหาร
ยุบ ปรับ งบประมาณ

Batson อ้าง “สถิติรายปีของสยาม ค.ศ.1931-1933 ของกระทรวงการคลังมหาสมบัติ ยืนยันให้เห็นว่า ตัวเลขของทางราชการแสดงให้เห็นว่า ระหว่างปี 1925/1926 จำนวนข้าราชการมากสุดมีอยู่ราวๆ 86,500 คน

พอถึงปีแรกของรัชกาลที่ 7 จำนวนข้าราชการลดลง 6,000 คน

ปี 1928/1929 เหลือข้าราชการอยู่ราวๆ 77,200 คน

จากนั้น ตัวเลขค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจตอนต้นทศวรรษที่ 1930 ตัวเลขจึงลดลงอย่างมากอีกครั้ง

ในรายงานการทูตของสหรัฐอเมริกา US,892.51/83 8 February 1926 มีรายงานของสถานกงสุลเรื่อง “Financial Situation of Siam at The Beginning of the New Reign”

อภิปรายถึงความพยายามของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในการตัดทอนรายจ่ายของรัฐบาล รวมทั้งการเสด็จไปตรวจประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการตามกรมกองต่างๆ โดยไม่ทรงแจ้งล่วงหน้า

จับตา คณะกรรมาธิการ
งบประมาณ แผ่นดิน

พร้อมๆ กับที่ประกาศตัดงบรายจ่ายอย่างมากมายนี้ คณะกรรมาธิการงบประมาณซึ่งแต่เดิมมีสมาชิก 3 ท่านเปลี่ยนเป็นคณะกรรมาธิการการคลังประกอบด้วยสมาชิก 5 ท่าน

คือ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สมเด็จฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ซึ่งเป็นสมาชิกอยู่ในคณะกรรมาธิการทั้งสอง

สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจันทบุรีนฤนาถ พระองค์เจ้าศุภโยคเกษม และเจ้าพระยามหิธร

ความขัดแย้งเกี่ยวกับงบประมาณนี้ในปี 1925-1926 ไม่เพียงรัฐบาลควรใช้จ่ายสักเท่าไรจากงบประมาณทั้งหมดของรัฐ แต่ต้องดูด้วยว่ารัฐบาลควรทำอะไรก่อนหลังในการจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงต่างๆ

ขณะที่ เซอร์เอ็ดเวิร์ด คุก ยืนกรานว่าจำเป็นต้องตัดรายจ่ายในภาพรวม

แต่ก็เน้นว่าควรตัดรายการที่ไม่ก่อให้เกิดการผลิต เช่น งบประมาณราชสำนักและงบประมาณด้านการทหาร ทั้งยังแนะนำว่าควรเพิ่มงบประมาณให้บางหน่วยงานโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและการศึกษา

มาถึงตอนนี้ Batson อ้างข้อมูลลับ จาก กจช. ร.7 รล.6/1 ซึ่งเป็นบันทึกช่วยจำซึ่งประทับตรา “ลับ” ว่าด้วยงบประมาณ ปี 1926-1927

อัน เซอร์เอ็ดเวิร์ด คุก เป็นผู้นำเสนอเมื่อต้นเดือนมีนาคม 1926

เขาบันทึกว่า ควรตัดงบประมาณราชสำนักจาก 10.8 ให้เหลือ 6.8 ล้านบาท ทั้งยังกล่าวยกย่องการเสียสละของพระเจ้าแผ่นดิน

“ซึ่งเป็นไปได้ที่จะประกาศงบประมาณต่อสาธารณชน ที่แสดงให้เห็นถึงการเสียสละเพื่อประเทศสยาม ซึ่งจะทำให้นักวิจารณ์ทั้งหลายพากันงุนงง”

แต่เขาก็เสียใจที่งบประมาณด้านการเกษตรซึ่งเป็น “เลือดหล่อเลี้ยงประเทศ” น้อยกว่าหนึ่งในห้าของรายจ่ายด้านการทหารทั้งหมด และงบประมาณใหม่นี้ทำให้กระทรวงเกษตราธิการเดือดร้อนหนักเพราะ

“ถูกตัดงบประมาณสัดส่วนสูงสุดในบรรดากระทรวงพลเรือนที่สำคัญๆ”

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นด้วยกับเซอร์เอ็ดเวิร์ด คุก เกี่ยวกับความสำคัญด้านการเกษตร ดังนั้น ในปลายเดือนมีนาคมและต้นเดือนเมษายน พระองค์จึงได้มีรับสั่งพิเศษถึงสองครั้ง

ให้พัฒนาด้านการเกษตรด้วยการส่งเสริมการชลประทานที่มีประสิทธิภาพดังความปรากฏใน กจช. ร.7 กษ.1/2

งบประมาณ กองทัพ
กำหนด มิตร ศัตรู

ในความเห็นของ Batson การใช้จ่ายของกองทัพเป็นปัญหาหนัก ชาวต่างประเทศเห็นว่ากองทัพไทยใหญ่เกินไป

ถ้าแค่ทำหน้าที่รักษาความสงบภายในประเทศ

และเล็กเกินไป ถ้ามีเหตุขัดแย้งกับมหาอำนาจยุโรป ซึ่งขณะนั้นเสมือนเป็นเรื่องไกลเกินกว่าจะเป็นไปได้ในเมื่อเพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตติดต่อกับสยามก็มีแต่อาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศส

จึงไม่ชัดเจนว่ากองทัพไทยเตรียมต่อสู้กับศัตรูตัวไหน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับ อ.ส.ค.มอบผลิตภัณฑ์นมกล่อง UHT ไทย-เดนมาร์ค ให้มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จำนวน 360,000 กล่อง เพื่อสนับสนุน-ส่งต่อความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ
ศ.สุชาติ การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล​สหรัฐ​ (Yield) อย่างเร็วและมาก​ ชี้ให้เห็นว่าสหรัฐ​ฯ​ เริ่มเข้าใกล้จุดจบของการเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลก
50 ปี 6 ตุลา : วันที่เปลี่ยนชีวิต | สุรชาติ บำรุงสุข
ฆราวาสปฏิบัติธรรม
ดินแดง ราชปรารภ 3 ชีวิต ปากซอย รางน้ำ สมาพันธ์ สุภชีพ อำพล
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (22)
แพลตฟอร์มหาคู่ใหม่ (แบบไม่ได้ตั้งใจ)
9 วัด สู่สวรรค์ของใคร? การเมืองของเสียง กับอำนาจจัดการ ‘ความตาย’
E-DUANG | บทเรียน จาก ความสำเร็จ บทเรียน จาก ความพ่ายแพ้
โรงพยาบาลตำรวจ เปิดให้บริการตามปกติในวันหยุด 28-29 ก.ย.นี้
ย้อน”คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง” วิเคราะห์ คำวินิจฉัยออกได้กี่ทาง?
Fake News : ข้อมูลผิดพลาด บิดเบือน หรือมุ่งร้าย