bg-single

3 แนวรบ 3 สมรภูมิ สถานการณ์สร้าง วีรบุรุษ ‘แม่ทัพไก่-เสธ.แจ็ค’ กับกลยุทธ์เงียบที่ไม่เงียบ ของ ‘หยอย-ปู-เติ่ง’

22.12.2025

รายงานพิเศษ

3 แนวรบ 3 สมรภูมิ

สถานการณ์สร้าง วีรบุรุษ

‘แม่ทัพไก่-เสธ.แจ็ค’

กับกลยุทธ์เงียบที่ไม่เงียบ

ของ ‘หยอย-ปู-เติ่ง’

ในการสู้รบรอบที่ 2 ระหว่างทหารไทยและกัมพูชา ธันวาคม 2568 ถือว่าเป็นการรบครั้งใหญ่สุด เพราะมีการเปิดถึงสามแนวคือแนวรบพื้นที่กองกำลังสุรนารี กองทัพภาค 2 หรือเรียกว่าแนวรบอีสานใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ปัญหาหลักที่มีมายาวนาน โดยเปลี่ยนชื่อจากยุทธการยุทธบดินทร์ มาเป็นยุทธการศตวรรษ เพื่อเป็นการสดุดีจ่าสิบเอกศตวรรษ สุจริต ทหารคนแรกที่เสียชีวิตในการสู้รบครั้งที่ 2

และแนวรบที่ 2 ในพื้นที่กองกำลังบูรพากองทัพภาคหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งในการสู้รบรอบแรกกรกฎาคม 2568 ไม่ได้เปิดการสู้รบอย่างเต็มรูปแบบ แต่มีการร่วม “ยุทธการยุทธบดินทร์ 681” ในห้วงวันสุดท้ายก่อนการหยุดยิงในการยึดคืนพื้นที่บางส่วน แต่มาครั้งนี้ได้เปิดเป็นแนวรบสองในการสู้รบ จนถึงปัจจุบัน ในยุทธการศตวรรษ 681

และแนวรบที่ 3 ในพื้นที่กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี/ตราดพื้นที่ของทหารนาวิกโยธินกองทัพเรือ โดยโฟกัสที่จังหวัดตราดเป็นหลักที่มีการเปิดแนวโน้มในวันที่ 2 ของการสู้รบภาพรวม และมีความดุเดือด ทั้งพื้นที่ทางบกและพื้นที่ทางทะเล

โดยกองทัพเรือเปลี่ยนชื่อจากยุทธการ “ตราดพิฆาตไพรี” จากการรบรอบแรกมาเป็นยุทธการ “ตราดปราบปรปักษ์”

และที่สำคัญคือการเปิดยุทธการทางทะเลที่ชื่อว่า “ประจวบคีรีขันธ์-ประจันต์คีรีเขต” ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงเป้าหมายของยุทธการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเกาะกงของกัมพูชาซึ่งเคยเป็นของประเทศสยาม ในอดีตในชื่อประจันต์คีรีเขต โดยมีการยิงโจมตีไปที่เกาะยอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเกาะกง เมื่อพบว่ามีการเตรียมปืนใหญ่สี่กระบอกที่จะเป็นภัยคุกคามและจะยิงมาในฝั่งประเทศไทย

โดยมีเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ เป็นเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง เป็นกำลังหลัก

นอกจากนั้น ยังมีการรบใน 3 สมรภูมิ คือ สมรภูมิการทูตที่มีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศ เป็นแม่ทัพทางการทูต ที่ต้องสู้เกมการเมืองระหว่างประเทศและการทูตกับฝ่ายกัมพูชา

และสมรภูมิที่ 2 การสู้รบทางทหารที่มี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ และมีแม่ทัพเติ่ง พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาค 2 เป็นแม่ทัพคุมกำลัง บัญชาการรบ

ส่วนสมรภูมิที่ 3 คือสมรภูมิการรบด้านสงครามข่าวสาร ที่ถือว่าเป็นสมรภูมิสำคัญที่ต้องรบกับกัมพูชาที่ใช้ข่าวปลอมเฟกนิวส์ เป็นอาวุธหลัก

พบว่าการสู้รบในทั้ง 3 สมรภูมิระหว่างไทยกับกัมพูชานี้มีทั้งที่ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อนายทหารระดับแกนนำกองทัพ แต่ในขณะเดียวกันก็มีส่งผลบวกต่ออนาคตในกองทัพของนายทหารระดับคีย์แมนหลายคน

หลายคนก็พยายามวางบทบาทใหม่ เช่น ผบ.หยอย พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่แม้จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บัญชาการทางทหาร และเป็นผู้อำนวยการยุทธ์ ในภาพรวมการสู้รบครั้งนี้ก็ตาม แต่จะเห็นได้ว่า พล.อ.อุกฤษฎ์จะทำงานแบบเงียบๆ ไม่ออกสื่อ โดยเล่นบทบาทเป็นผู้สนับสนุนให้แก่ผู้บัญชาการเหล่าทัพในการปฏิบัติการทางทหารตามแผนป้องกันประเทศจักรพงษ์ภูวนารถ

แตกต่างจากเมื่อครั้งที่ ผบ.อ้อบ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่จะมีบทบาทและการแสดงออกที่ชัดเจน แม้จะมอบหมายให้ผู้บัญชาการทหารบก รับหน้าที่เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ก็ตาม ในฐานะผู้สนับสนุนและเป็นขวัญกำลังใจ

ในส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทย มีบทบาทโดดเด่นคู่ขนานไปกับบทบาทกำลังรบของกองทัพบก แม้บางครั้งแนวทางในบางเรื่องอาจไม่ตรงกันบ้างก็ตาม

พล.อ.อุกฤษฏ์ บุญตานนท์

ยุคของ พล.อ.อุกฤษฎ์ ซึ่งเติบโตมาจากกรมยุทธการทหารบก จนเป็นเจ้ากรมยุทธการทหารบก และเสนาธิการทหารบก เลือกแสดงบทบาทการเป็นกองหนุนและอยู่หลังฉากอย่างเงียบๆ จนทำให้มีการตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายที่เปลี่ยนไปตามผู้นำกองทัพ หรือผู้บัญชาการทหารสูงสุดในแต่ละยุค

โดยเปิดทางให้กองทัพบกมีบทบาทเด่นในฐานะเหล่าทัพใหญ่และเป็นเหล่าทัพที่รับผิดชอบการรบโดยตรง

แต่ด้วยเหตุที่บิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งนั่งตำแหน่งนี้มาเป็นปีที่สอง และเคยเป็นผู้บัญชาการรบ ในการสู้รบรอบแรกในการเป็น ผบ.ทบ. ปีแรกมาแล้วนั้นก็เล่นบทบาทที่จะบัญชาการรบ อยู่เบื้องหลังแบบเงียบๆ ไม่ออกสื่อไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ

ทำให้เสธ.ปูด้วง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 ต้องมาแสดงบทบาทนำแทนในฐานะ 5 เสือกองทัพบกในการลงพื้นที่บัญชาการรบและออกสื่อสร้างความเข้าใจในระดับผู้บังคับบัญชาระดับสูง ของกองทัพบก

พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ และ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์

ส่วนบิ๊กแม่ทัพเติ่ง พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาค 2 คนใหม่เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 ก็เป็นคนชอบอยู่เงียบๆ ไม่ชอบให้สัมภาษณ์หรือออกสื่อ จึงทำให้เกิดจุดบอดและจุดบกพร่องในการสื่อสาร จากระดับผู้บังคับบัญชา เพราะผู้บัญชาการทหารบก ก็ไม่พูดแม่ทัพภาค 2 ก็ไม่พูดมอบหมายให้ทีมโฆษกกองทัพบกทำหน้าที่แทนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม พล.ท.วีระยุทธที่แม้จะเงียบไม่ออกสื่อแต่การบัญชาการรบหลังฉากก็เป็นที่ร่ำลือถึงความเด็ดขาดในสนามรบ

แต่ที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือแม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาค 1 เพราะในยุคที่ผ่านมากองทัพภาค 1 ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากการที่ไม่ได้เปิดแนวรบที่กองกำลังบูรพาในการรบรอบแรกเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา จนทำให้บิ๊กใหญ่ พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ซึ่งในเวลานั้นเป็นแม่ทัพภาค 1 ถูกวิจารณ์อย่างหนักมาแล้ว ทั้งๆ ที่พื้นที่กองทัพภาค 1 เป็นพื้นที่การรบไม่ได้มีคำสั่งให้เปิดการรบ

จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับ พล.อ.อมฤต เมื่อครั้งเป็นแม่ทัพภาค 1 รวมทั้งสถานการณ์ที่พัฒนามาสู่จุดวิกฤตจึงทำให้ พล.ท.วรยส ต้องเปิดแนวรบในส่วนของกองกำลังบูรพา กองทัพภาค 1 ในการสู้รบครั้ง 2 นี้ด้วย

ทั้งการบุกพื้นที่ทั้งบ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้ว และบ้านตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปัญหา จนสามารถปักธงชาติไทย ในพื้นที่ที่ถูกกัมพูชายึดครองมานานได้

แม้จะเป็นแค่ชั่วคราวเพราะทหารกัมพูชารุกเข้ามาโจมตีและปักธงชาติกัมพูชาแทนก็ตาม ด้วยเพราะพื้นที่กองทัพภาค 1 จังหวัดสระแก้วเป็นพื้นที่ราบไร้ที่กำบังแม้จะยึดพื้นที่ได้แต่เป็นการยากที่จะวางกำลังในการยึดครองพื้นที่จึงทำให้ต้องมีการปรับกำลังออกมาและรอจังหวะที่จะเข้าเผด็จศึกเมื่อใกล้เวลาที่การสู้รบจะปิดฉากอย่างสมบูรณ์

เพราะหากเข้าไปวางกำลังในเวลานี้ก็จะกลายเป็นเป้าหมายของการถูกยิงปืนใหญ่และจรวดบีเอ็มหนึ่งจะนำมาซึ่งการสูญเสีย

รวมทั้งต้องมีการปรับแนวทางการประชาสัมพันธ์ในส่วนของกองทัพภาค 1 ใหม่เพื่อไม่ให้กระทบต่องานยุทธการหรือการสู้รบ เพราะในห้วงที่ผ่านมาปัญหาภายในกองทัพบก ก็ส่งผลให้มีการลิดรอนความมั่นใจในการปฏิบัติต่างๆ

พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ

ด้วยเพราะ พล.ท.วรยส ถูกมองว่าเป็นแคนดิเดตที่จะขึ้น 5 เสือกองทัพบกและชิงเก้าอี้ผู้บัญชาการทหารบกในเดือนตุลาคม 2570 ต่อจาก พล.อ.พนา ที่จะเกษียณราชการ

อีกทั้งโดยสถานภาพการเป็น ผบ.ฉก.ทม.รอ. 904 เป็นแม่ทัพคุมทหารคอแดง เพียงกองทัพภาคเดียวของกองทัพบก อีกทั้งยังมีคอนเน็กชั่นในส่วนของแกนนำเตรียมทหารรุ่น 28 และถือว่าได้ถูกคัดเลือกมาแล้วให้มานั่งตำแหน่งแม่ทัพภาค 1 และผบ.ฉก.ทม.รอ.904

จึงอาจเรียกได้ว่ามี แบ๊กอัพ ที่ไม่ธรรมดา ดังนั้น โดยเส้นทางก็สามารถที่จะเป็นแคนดิเดตผู้บัญชาการทหารบกได้

แต่อยู่ที่ว่าในเวลาอีก 2 ปีนับจากนี้จะมีแนวนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกองทัพภาค 1 และ ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 เปลี่ยนแปลงอย่างไรหรือไม่ที่จะส่งผลต่ออนาคตของ พล.ท.วรยุทธว่าจะได้ขึ้นถึงผู้บัญชาการทหารบกหรือไม่ด้วย

เพราะหากผลงานในครั้งนี้ของ พล.ท.วรยส เป็นที่เข้าตาประชาชนและสามารถยึดคืนพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ก็จะทำให้ชื่อของ พล.ท.วรยส เป็นที่ยอมรับทั้งในกองทัพและในหมู่ประชาชน และเป็นผลดีต่อการเป็นแคนดิเดต ผบ.ทบ.

ในห้วงของการสู้รบ พล.ท.วรยส ลงพื้นที่ไปอยู่บัญชาการในพื้นที่ด้วยตนเองเพราะมีแนวคิดว่าทุกการสู้รบ แม้จะเป็นในส่วนของกองกำลังบูรพาแต่แม่ทัพก็ควรต้องอยู่ในพื้นที่และบัญชาการรบร่วมแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี

นอกจากนี้ ในส่วนทัพฟ้า เป็นที่จับตามองอย่างยิ่ง สำหรับนายทหารอากาศหลายคน ที่บิ๊กคิม พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. มอบหมายให้มีบทบาทสำคัญในการศึกเขมร ใน Operations 955

ทั้ง บิ๊กเอก Hollywood พล.อ.อ.ระวิน ถนอมสิงห์ ผบ.คปอ. เพื่อนรัก ตท.26 ของ พล.อ.อ.เสกสรร ที่คุมภาพรวมการปฏิบัติการทางอากาศทั้งหมด ในฐานะที่เคยเป็นนักบิน F16 มือหนึ่งของ ทอ.

อีกทั้งในการสู้รบรอบแรก พล.อ.อ.ระวิน ในฐานะ ผบ.ศูนย์สงครามทางอากาศ ก็ได้ลงไปดูพื้นที่ทางบกมาหมดทุกจุด เพราะจะได้เห็นภาพการรบทางอากาศ ในการสนับสนุนกำลังทางบก จากที่มองแต่จากเครื่องบิน

บิ๊กโก๋ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผช.ผบ.ทอ. ซึ่งเติบโตมาในสายงานกิจการพลเรือน รับหน้าที่สำคัญเป็น “แม่ทัพสงครามข่าวสาร” ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บัญชาการการสู้รบด้านข่าวสาร โดยตั้งกองบัญชาการที่ ททบ.5 โดยมีทีมงานทุกเหล่าทัพ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงต่างๆ ร่วมสนับสนุน

โดยมีการแถลงข่าวทุกวัน 10 โมงและ 16.00 น. โดยปรับให้การแถลงข่าวน่าสนใจด้วยการใช้จอภาพกราฟิก คล้ายการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนทีวี

แต่นัยยะสำคัญของทหารอากาศจับจ้องมาที่เสธ.แจ็ค พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย รองเสนาธิการทหารอากาศและโฆษกกองทัพอากาศ ที่แสดงบทบาทในการแถลงข่าวและชี้แจงปฏิบัติการทางอากาศ พร้อมอธิบายมุมยุทธการให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้เข้าใจ พร้อมโชว์สกิลการแถลงเป็นภาษาอังกฤษแบบไม่ต้องดูโพย

ถือเป็นการเปิดตัว พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ต่อสาธารณะในฐานะที่เป็นนายทหารที่ถูกจับตามมองว่าจะเป็นแคนดิเดตผู้บัญชาการทหารอากาศในอนาคตอันใกล้

ซึ่งเดิมถูกจับตามองอยู่แล้วว่าอาจจะเป็นทายาทที่จะมาดูแลกองทัพอากาศและสานต่องานต่างๆ ต่อจาก พล.อ.อ.เสกสรร ที่มีอายุราชการถึงตุลาคม 2570 และอาจต่อด้วย พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ที่จะขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศต่อ โดยมีอายุราชการถึงตุลาคม 2572

พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย

ขณะที่เสธ.โอ๋ พล.อ.อ.อนุรักษ์ รณารักษ์ เสนาธิการทหารอากาศ (ตท.28) ที่แม้จะมีบทบาทสำคัญในฐานะเสนาธิการแต่ก็อยู่เบื้องหลัง ไม่ได้แสดงบทบาทผ่านสื่อหรือต่อสาธารณะในกรณีนี้

หลังจากที่ในยุค บิ๊กไก่ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล เป็น ผบ.ทบ. ถือว่า พล.อ.อ.อนุรักษ์ ซึ่งขยับจากเจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ ขึ้นเป็นรองเสนาธิการทหารอากาศ ในยุคของ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี ก็ได้รับบทบาทเด่นสำคัญมาหลายเหตุการณ์โดยเฉพาะการนำเครื่องบินรบลงถนนที่หาดใหญ่ ได้สำเร็จ ยังเป็นนายทหารอากาศคนใต้ เช่นเดียวกับ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี ด้วยจึงถูกมองว่าเป็นน้องรักและทายาทที่ พล.อ.อ.พันธ์ภักดีได้วางตัวเอาไว้

ขณะที่ในตอนนั้น พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ไม่ได้รับบทบาทเด่นหรือโครงการสำคัญ นอกเหนือจากเป็นทีมโฆษกกองทัพอากาศ ในการให้ข้อมูลเรื่องของงานด้านยุทธการและการบิน

แต่มาสถานการณ์ตอนนี้ในยุคของ พล.อ.อ.เสกสรร ได้เปิดทางให้ พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่

ทำให้ทฤษฎีหรือสมการอำนาจในกองทัพ ถูกเชื่อกันว่า พล.อ.อ.เสกสรร ตท.26 อาจจะเลือกสนับสนุน พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ตท.29 ให้เป็น ผบ.ทอ. ในอนาคตก็เป็นได้โดยยังมีเวลาตัดสินใจอีกกว่า 2 ปี

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่อาจมองข้าม พล.อ.อ.อนุรักษ์ได้ เพราะนอกจากเป็นเตรียมทหารรุ่น 28 ซึ่งมีพลังภายในแข็งแกร่งในทุกเหล่าทัพ แล้วถือว่าเป็นนายทหารอากาศที่มีความสามารถโดดเด่นและเชื่อกันว่าได้รับการสนับสนุนจาก พล.อ.อ.พันธ์ภักดี โค้ช ซึ่งก็ต้องรอวัดใจว่า พล.อ.อ.เสกสรร ว่า จะรับฟังข้อแนะนำจาก พล.อ.อ.พันธ์ภักดีในฐานะอดีตผู้บัญชาการทหารอากาศที่มีส่วนในการสนับสนุน พล.อ.อ.เสกสรร ขึ้นมาเป็น ผบ.ทอ.หรือไม่

เพราะแม้ พล.อ.อ.อนุรักษ์จะมีอายุราชการถึงตุลาคม 2571 ซึ่งหมายถึงว่าจะได้เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศแค่ 1 ปีเท่านั้นต่อจาก พล.อ.อ.เสกสรร ก็ตาม

สถานการณ์การสู้รบชายแดนไทยกัมพูชา ครั้งนี้มิใช่แค่เพียงเป็นการเดิมพันเรียกคืนความศรัทธาเชื่อมั่นที่มีต่อกองทัพไทยให้กลับคืนมาในหมู่ประชาชนเท่านั้น

แต่ยังมีผลต่อตัวบุคคลในระดับคีย์แมนของกองทัพที่มีบทบาทสำคัญในการรบครั้งนี้อีกด้วย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?