TECHNICAL TIME-OUT | จริงตนาการ
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเป็นหนึ่งในนักกีฬาทีมชาติไทย ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคมที่ผ่านมา และทรงร่วมทีมเรือใบ คีลโบท เอสเอสแอล 47 (Keelboat SSL 47) ได้เหรียญทองให้กับประเทศไทย เป็นหนึ่งใน 233 เหรียญทองสำคัญ ที่ทำให้ทัพนักกีฬาไทยปิดฉากเป็นเจ้าเหรียญทอง มหกรรมซีเกมส์ สมัยที่ 14
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระองค์ในฐานะนักกีฬาอย่างเต็มที่ ทรงร่วมฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง ทรงทดสอบสนาม ทรงลงทะเบียน ชั่งน้ำหนักนักกีฬาตามระเบียบการแข่งขันทุกประการ และทรงรับกำลังใจจากประชาชนที่ไปถวายกำลังใจที่โอเชี่ยน มารีน่า ยอช์ต คลับ จ.ชลบุรี ด้วยการแย้มพระสรวล และโบกพระหัตถ์ อย่างทั่วถึง
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) ทรงร่วมแข่งขันกีฬาแหลมทอง (ซีเกมส์ในปัจจุบัน) เมื่อ 58 ปีที่แล้ว และทรงคว้าเหรียญทองจากกีฬาเรือใบประเภทโอเค ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2510
การเข้าร่วมแข่งขันกีฬาซีเกมส์ของสมเด็จพระราชินีในปีนี้ เป็นการตอกย้ำถึงเจตนารมณ์ของวันกีฬาแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 16 ธันวาคมของทุกปี เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าแห่งการกีฬา โดยมีหัวใจสำคัญที่หลักการ “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย”

สําหรับทีมเรือใบคีลโบท เอสเอสแอล 47 ของไทย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมทีมกับ อนุสรณ์ งามริต, อเล็กซานเดอร์ อมฤต เฟรเฟิล, ดีแลน วิทคร๊าฟท์, นิชาภา ไหวไว, ณัฐ บุตรมารศรี, นาวี ธรรมสุนทร, ชูศิษฏ์ ปัญจมาลา, นพเก้า พูนพัฒน์, ดอน วิทคร๊าฟท์, เควิน วิทคร๊าฟท์, สานนท์ ไขแสง
เรือใบประเภท SSL 47 เป็นเรือใบขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยทักษะสูง ความแข็งแกร่งของร่างกาย และทีมเวิร์กระหว่างลูกเรือ 8-10 คน โดยสมเด็จพระราชินีทรงทำหน้าที่เนวิเกเตอร์และผู้เช็กทิศทางลมให้ทีม ซึ่งสมเด็จพระราชินีทรงเป็นกำลังสำคัญ ในการพาเรือใบไทยคว้าเหรียญทอง หลังจบเรซที่ 7 ของการแข่งขัน ไม่ต้องลุ้นกันถึงเรซที่ 8 ซึ่งเป็นเรซสุดท้าย
ความปลาบปลื้มจากการทรงร่วมทีมเรือใบคีลโบท เอสเอสแอล ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเหรียญรางวัลการแข่งขันกีฬาเรือใบด้วยพระองค์เอง แสดงให้เห็นว่า ทั้งสองพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับกีฬา
ทรงเป็นต้นแบบให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดี

นอกจากกีฬาเรือใบที่ทรงร่วมทีมชนะเหรียญทอง ในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังทรงกีฬาอีกหลายประเภท
ทั้งการวิ่งระยะไกล ที่พระองค์ทรงร่วมแข่งขันวิ่งมาราธอน “Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025” ในระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม.
ภาพที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวิ่งกับ อีลิอุด คิปโชเก้ ตำนานนักวิ่งมาราธอนระดับโลก เป็นภาพที่คนทั่วโลกได้เห็นถึงความเป็นราชินีนักกีฬา แลนด์มาร์กสำคัญในกรุงเทพมหานคร มาตรฐานของการแข่งขัน ซึ่งจะช่วยยกระดับให้ Amazing Thailand Marathon Bangkok เป็นหนึ่งในรายการวิ่งมาราธอนระดับเมเจอร์ของโลกได้ในวันข้างหน้า

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังมีพระปรีชาสามารถในการทรงกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง พระองค์ยังได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งทูตกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิง (Women’s Global Ambassador) ของสมาพันธ์ฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ ส่งผลเชิงบวกทั้งการส่งเสริมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง ส่งเสริมบทบาทของสตรีในวงการกีฬา ช่วยสร้างความรู้จักและสนใจให้ผู้หญิงทั่วโลกหันมาเล่นไอซ์ฮอกกี้ให้มากขึ้น ยิ่งกีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาของคนรุ่นใหม่ ยิ่งช่วยสร้างทรัพยากรนักกีฬาให้วงการฮอกกี้น้ำแข็งในอนาคต
จักรยานก็เป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฝึกฝน โดยพระองค์ได้ทรงร่วมกิจกรรมจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ ที่ สนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข บึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร มีพระวิริยอุตสาหะในการฝึกฝนทักษะของบีเอ็มเอ็กซ์ ที่ไม่ใช่กีฬาที่เล่นกันได้ง่ายๆ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงสานต่อการเป็นต้นแบบ “ความรักในกีฬา” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ไม่ใช่แค่การเป็นต้นแบบที่ดีของคนในชาติ
แต่ยังทรงสร้างความสำเร็จ ประวัติศาสตร์อันน่าจดจำให้กับชาวไทยได้ระลึกว่า พวกเรามีราชินีนักกีฬา ราชินีเรือใบพระองค์เดียวในโลก
