bg-single

เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับ ‘ลานีญา’ และ ‘เฟสเป็นกลาง’ (1)

05.01.2026

Multiverse | บัญชา ธนบุญสมบัติ

ปรากฏการณ์หนึ่งที่คนไทยควร (ต้อง) รู้จักคือ เอลนีโญและลานีญา

ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงแค่ส่งผลต่อประเทศไทย แต่ยังสำคัญระดับโลก เพราะส่งผลต่อทั้งสภาพอากาศในหลายพื้นที่ทั่วโลก ไม่ว่าฝนตก ความแห้งแล้ง และอุณหภูมิที่ผิดปกติ รวมไปถึงอุณหภูมิของผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรหลายแห่งอีกด้วย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ.2025 ศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศ (Climate Prediction Center) ขององค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ระบุสภาวะ ‘La Nina Advisory’ หมายถึงว่าในช่วงเวลาที่ออกประกาศ สภาวะเป็นลานีญา และคาดว่าสภาวะนี้จะดำเนินต่อไป โดยสรุปย่อระบุว่า “คาดการณ์ว่าสภาวะลานีญาจะดำเนินต่อไปในอีกหนึ่งถึงสองเดือนข้างหน้า โดยมีความเป็นได้อย่างสูงที่จะเปลี่ยนเป็น ENSO-แบบเป็นกลาง ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ค.ศ.2026 (โอกาสร้อยละ 68)”

ในบทความชุดนี้ ผมจะเน้นที่ลานีญาและเฟสเป็นกลาง โดยอาจกล่าวถึงเอลนีโญหากช่วยให้เข้าใจชัดเจนขึ้นครับ

1 : ชวนรู้จัก ‘เฟสเป็นกลาง’ ของบรรยากาศในแถบเขตร้อนรอบโลก

ตอบ : ก่อนอื่นจำเป็นต้องรู้จัก ‘เฟสเป็นกลาง (neutral phase)’ กันก่อนครับ

ภาพที่ 1 แสดงการไหลเวียนวอล์กเกอร์แบบทั่วไป (Generalized Walker circulation) ซึ่งเป็นการไหลเวียนของอากาศในแถบเขตร้อนรอบโลก

ทั้งนี้ ลักษณะที่เห็นอยู่ในสภาพเฟสเป็นกลาง (neutral phase) ซึ่งอากาศไหลไปทิศทางไหน? อย่างไร? ดูได้จากลูกศรดังนี้

ลูกศรชี้พุ่งขึ้น หมายถึง อากาศยกตัวขึ้นจากผิวพื้น (ไม่ว่าเหนือพื้นดินหรือเหนือผิวน้ำทะเล) แสดงว่า ที่ผิวพื้นมีความกดอากาศต่ำ สังเกตเกิดเมฆก้อนก่อตัวในแนวดิ่งในบริเวณนี้

ลูกศรชี้พุ่งลง หมายถึง อากาศจมตัวลง แสดงว่าที่ผิวพื้นมีความกดอากาศสูง

ลูกศรที่ชี้ไปทางซ้ายหรือทางขวาคือ กระแสลมที่พัดในแนวระดับตามทิศทางของลูกศร เช่น ถ้าลูกศรชี้จากขวาไปซ้าย ก็แสดงว่าเป็นลมฝ่ายตะวันออก

ส่วนกระแสอากาศจะเคลื่อนที่เร็วแค่ไหน ให้ดูความหนาของลูกศร กล่าวคือ ลูกศรบาง หมายถึง ช้า ส่วนลูกศรหนา หมายถึง เร็ว

แผนภาพการไหลเวียนวอล์กเกอร์แบบทั่วไป ในสภาพเฟสเป็นกลาง
ที่มา : https://www.climate.gov/media/13542

2 : การไหลเวียนวอล์กเกอร์แถบแปซิฟิก คืออะไร?

ตอบ : ในภาพที่ 1 ตรงกลางภาพ จะเห็นคำว่า Pacific Walker Circulation ซึ่งหมายถึง การไหลเวียนวอล์กเกอร์แถบมหาสมุทรแปซิฟิก

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เซอร์ กิลเบิร์ต วอล์กเกอร์ (Sir Gilbert Walker) นักคณิตศาสตร์และนักอุตุนิยมวิทยาชาวอังกฤษ ค้นพบว่าความกดอากาศระหว่างตาฮิติ (แปซิฟิกฝั่งตะวันออก) กับดาร์วิน (แปซิฟิกฝั่งตะวันตก) มีความสัมพันธ์ตรงข้ามกัน

กล่าวคือ หากบริเวณหนึ่งมีความกดอากาศสูง อีกบริเวณหนึ่งจะมีความกดอากาศต่ำลง (และกลับกัน) การที่ความกดอากาศสลับไปมาแบบตรงกันข้ามกันนี้ วอล์กเกอร์เรียกว่า Southern Oscillation (เซาเทิร์น ออสซิลเลชัน) ซึ่งในภาษาไทยมีการใช้คำเรียก เช่น ‘ความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้’

ต่อมา มีการเชื่อมโยงการค้นพบเซาเทิร์น ออสซิลเลชัน ของวอล์กเกอร์เข้ากับการไหลเวียนบรรยากาศในแถบเขตร้อน และเรียกว่า การไหลเวียนวอล์กเกอร์แถบมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific Walker Circulation) ซึ่งเน้นไปที่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกแถบตะวันตก (เช่น ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย รวมทั้งไทย) กับบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกแถบตะวันออก (เช่น มหาสมุทรแปซิฟิกแถบอเมริกาใต้)

หากมองในแง่โครงสร้าง อาจเรียกว่า เซลล์วอล์กเกอร์แถบมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific Walker Cell) หรือบ่อยครั้งเรียกว่า เซลล์วอล์กเกอร์ (Walker Cell) เฉยๆ เนื่องจากเป็นเซลล์ที่ใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุด

หากดูเฉพาะเซลล์วอล์กเกอร์จะเห็นเป็นลูกศรเวียนขวา จำง่ายๆ ว่า ในสภาพเฟสเป็นกลาง กระแสอากาศจะไหลเวียนในทิศทางเดียวกับเข็มนาฬิกา (หากมองจากทิศใต้)

บริเวณใกล้ผิวน้ำทะเลภายในเซลล์วอล์กเกอร์มีลมค้าตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast trade winds) พัดพาน้ำทะเลอุ่นๆ ที่ผิวไปกองรวมกันอยู่แถบบริเวณตะวันตก น้ำทะเลอุ่นๆ นี้จะทำให้อากาศที่อยู่ผิวน้ำทะเลอุ่นตามไปด้วย ผลก็คือ ทางแถบนี้ (ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และประเทศใกล้เคียง) จะมีแนวโน้มที่จะเกิดเมฆก้อนซึ่งอาจเติบโตต่อไปกลายเป็นเมฆฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากอากาศร้อน (ซึ่งมีไอน้ำอยู่ด้วย) จะลอยตัวสูงขึ้น

สภาพการเกิดลานีญา
ที่มา : www.bom.gov.au/climate/enso/history/ln-2010-12/three-phases-of-ENSO.shtml

3 : ลานีญา คืออะไร?

ตอบ : หากความกดอากาศในบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ (แถบอเมริกาใต้) มีค่าสูงขึ้น ก็จะทำให้ลมค้าตะวันออกเฉียงใต้มีกำลังแรงมากขึ้น ส่งผลให้น้ำอุ่นไปกระจุกตัวอยู่ในบริเวณตะวันตกมากขึ้น ผลก็คือ บริเวณประเทศออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และประเทศใกล้เคียง (รวมทั้งประเทศไทย) มักจะเกิดฝนตกหนัก มีฝนฟ้าคะนองบ่อย แถมบางพื้นที่ก็เสี่ยงต่อน้ำท่วมและดินโคลนถล่มมากขึ้น ส่วนบริเวณอเมริกาใต้ฝั่งตะวันตกจะมีฝนลดลง

ชมแผนภาพเซลล์วอล์กเกอร์ระหว่างการเกิดลานีญาได้ในภาพที่ 2

โดยสรุปคือ สภาพลานีญามีลักษณะการไหลเวียนของอากาศเช่นเดียวกันกับสภาพปกติ เพียงแต่ความกดอากาศฝั่งอเมริกาใต้สูงขึ้น ลมค้าแรงขึ้น และการไหลของกระแสน้ำแรงขึ้นนั่นเอง

นี่เองที่ทำให้แหล่งข้อมูลบางแห่งและหนังสือบางเล่มเหมารวมสภาพปกติและสภาพลานีญาเอาไว้ในแผนภาพเดียวกัน โดยเรียกว่า เงื่อนไขที่ไม่ใช่เอลนีโญ (non-El Nino condition)

บริเวณ Nino 3.4
ที่มา : https://www.ncei.noaa.gov/access/monitoring/enso/sst

4 : เอลนีโญ คืออะไร?

ตอบ : หากช่วงเวลาใดที่ความกดอากาศสูงในบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ (เช่น พื้นที่แถบอเมริกาใต้ฝั่งติดมหาสมุทรแปซิฟิก) อ่อนกำลังลง ก็จะทำให้ลมค้าตะวันออกเฉียงใต้อ่อนกำลังลง หรือแม้กระทั่งกลับทิศทางกลายเป็นลมอ่อนๆ ที่พัดมาจากทิศตะวันตก

ผลก็คือน้ำอุ่นที่เคยกองอยู่แถบทิศตะวันตก (ในสภาพเงื่อนไขปกติ) จะไหลลามไปทางทิศตะวันออก น้ำอุ่นนี้อาจไปได้ไกลถึงชายฝั่งของอเมริกาใต้ เช่น ประเทศเปรู

ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณอเมริกาใต้จะเกิดเมฆมาก มีฝนตกหนักและฝนฟ้าคะนอง และบางพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมและดินโคลนถล่มมากขึ้น ส่วนบริเวณอินโดนีเซีย และประเทศใกล้เคียง (รวมทั้งประเทศไทย) และออสเตรเลียจะมีฝนลดลงและอาจถึงกับแห้งแล้งอย่างหนักได้

สนใจเรื่อง ลานีญา vs เอลนีโญ เพิ่มเติม ตามไปอ่านบทความนี้ได้

https://www.matichon.co.th/columnists/news_1119464

5 : ENSO คืออะไร?

ตอบ: คำว่า ENSO สะกด ‘เอ็นโซ’ ออกเสียง ‘เอ็น-โซ่’ ย่อมาจาก El Nino Southern Oscillation เป็นคำเรียกรวมของปรากฏการณ์เอลนีโญ ลานีญา และเฟสเป็นกลาง

6 : ตัวอย่างแหล่งข้อมูลระดับโลกที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการพยากรณ์ ENSO อื่นๆ มีที่ไหนบ้าง

ตอบ : มีหลายที่ และขอแนะนำ Climate Prediction Center ของ NOAA ที่ https://www.cpc.ncep.noaa.gov/products/analysis_monitoring/enso_advisory/ensodisc.shtml

และสถาบันอุตุนิยมวิทยาของออสเตรเลีย (Bureau of Meteorology) ที่ www.bom.gov.au/climate/enso/

7 : เกณฑ์หลักในการระบุปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญาคืออะไร?

ตอบ : เพื่อให้สามารถติดตามและคาดการณ์ปรากฏการณ์ ENSO ได้อย่างแม่นยำ องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NOAA) จึงได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานในการจำแนกสถานะของเอลนีโญและลานีญาโดยใช้ตัวชี้วัดหลักที่เรียกว่า ดัชนีนีโญมหาสมุทร (Oceanic Ni?o Index) หรือ ONI

พื้นที่ที่ใช้ในการวัดคือบริเวณ Ni?o 3.4 ซึ่งครอบคลุมพิกัด 5?N-5?S และ 120?-170?W พื้นที่นี้ถือเป็นจุดสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิผิวน้ำทะเล (Sea Surface Temperature : SST) ได้ชัดเจนที่สุด และมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศโลก ดูภาพที่ 3 ครับ

ดัชนี ONI ถูกคำนวณจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เดือน (3-month running mean) ของความผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบริเวณนี้ การใช้ค่าเฉลี่ย 3 เดือนมีความสำคัญ เนื่องจากช่วยลดความผันผวนระยะสั้นและทำให้สามารถระบุแนวโน้มระยะยาวได้อย่างแม่นยำกว่า

เกณฑ์การจำแนกสถานะ ENSO ของ NOAA มีทั้งด้านขนาดและความต่อเนื่อง โดยที่

เอลนีโญ : ค่า ONI มีค่าอย่างน้อย +0.5?C และต่อเนื่องกันอย่างน้อย 5 ช่วง (โดยแต่ละช่วงเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 เดือน)

ลานีญา : ค่า ONI มีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับ -0.5?C และต่อเนื่องกันอย่างน้อย 5 ช่วง (โดยแต่ละช่วงเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 เดือน)

แต่หากค่า ONI อยู่ระหว่าง -0.5?C กับ +0.5?C จะถือว่าอยู่ในภาวะเป็นกลาง ดูภาพที่ 4

กราฟแสดงค่า ONI และเกณฑ์สำหรับเอลนีโญและลานีญา
ที่มา : https://www.researchgate.net/figure/An-ENSO-index-Oceanic-Nino-Index-ONI-calculated-based-on-a-3-month-running-mean-of_fig1_377328716

8 : มีการจัดระดับความรุนแรงของปรากฏการณ์ ENSO หรือไม่? อย่างไร?

ตอบ : แม้ NOAA จะไม่ได้กำหนดมาตรฐานสากลที่เข้มงวดสำหรับการจัดระดับความรุนแรง แต่ในทางปฏิบัติ นักวิทยาศาสตร์มักใช้ช่วงค่า ONI เพื่อแบ่งระดับ ได้แก่ อ่อน (0.5-0.9?C), ปานกลาง (1.0-1.4?C), รุนแรง (1.5-1.9?C) และรุนแรงมาก (? 2.0?C) ดูภาพที่ 4

ส่วนคำว่า “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Ni?o) เป็นเพียงคำที่ใช้ในสื่อเพื่อสื่อถึงเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก ไม่ใช่คำจำกัดความทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ

9 : นอกจากดัชนี ONI แล้ว ยังมีสัญญาณอื่นๆ ที่ยืนยันการเกิดเอลนีโญหรือลานีญาอีกหรือไม่?

ตอบ: นอกจากค่า ONI แล้ว NOAA ยังพิจารณาสัญญาณจากบรรยากาศเพื่อยืนยันการเกิด ENSO เช่น การเปลี่ยนแปลงของลมค้า (trade winds), ความกดอากาศในเขตร้อน และปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ต่าง ๆ ปัจจัยเหล่านี้ช่วยยืนยันว่ามีการเชื่อมโยงระหว่างมหาสมุทรกับบรรยากาศ (ocean-atmosphere coupling) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของปรากฏการณ์ ENSO

โปรดติดตามรายละเอียดสำคัญอื่นๆ ในตอนต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กับดัก’
เอ็กซ์คลูซีฟ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ ขอเป็น ‘เดอะแบก’ ให้ประเทศ ‘ซ่อม-สร้าง (บุญใหม่)’ เศรษฐกิจไทย
นักวิชาการแนะ ‘2 ยุทธศาสตร์’ กู้ระเบิดเวลา ศก.ไทย!!
สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหันคา 2 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
รัฐบาลสายลมแสงแดด (กับ Singing Cabinet) | สุรชาติ บำรุงสุข
ไพร่ติดมหาวิทยาลัย และกิจกรรมภาคบังคับ ประวัติย่อของนักศึกษาไทย ที่ผู้มีอำนาจไม่ยอมให้เติบโต
เพื่อทุกความฝันจะมีวันมั่นคง : หนังสือบันทึกความหวังและการต่อสู้ทีมประกันสังคมก้าวหน้า
ตลาดแฝดอสังหาฯ
All-New Lexus ES อลังการขึ้น เจาะ 2 ขุมพลังใหม่ไฟฟ้าและไฮบริด
ผัดพริกหยวกหมูสไลซ์
‘โนเล่’ กับการนับถอยหลังบนเส้นทางลูกสักหลาด?
ยาดีจากหมอไทยดีเด่นแห่งชาติ สมุนไพรใกล้ตัวแก้พิษงู แก้พิษสัตว์กัดต่อย รักษาแผลน้ำกัดเท้ายามฝน