bg-single

ศอฉ. ‘ประจันหน้า’ นปช. ภายใต้ คำขวัญ ปรองดอง

19.01.2026

ยุทธการ แดงเดือด | พฤษภาเลือด

ศอฉ. ‘ประจันหน้า’ นปช.

ภายใต้ คำขวัญ ปรองดอง

วันที่ 10 พฤษภาคม 2553 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ได้แถลงจุดยืนของ นปช.ของโรดแมปปรองดองของรัฐบาลอีกครั้งบนเวทีที่แยกราชประสงค์ถึงมติของที่ประชุม นปช.

ยืนยันว่า นปช.มีมติอย่างเป็นทางการว่า

1 นปช.ตอบรับวันเลือกตั้งใหม่วันที่ 14 พฤศจิกายน ตามที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เสนอ

และตอบรับวันยุบสภาระหว่างวันที่ 15-30 กันยายน ตามความเห็นของคนในรัฐบาลโดยไม่มีเงื่อนไข

แต่ นปช.มีข้อเรียกร้องเพิ่มเติมคือ

รัฐบาลเองต้องปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรมในมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้น เมื่อ นปช.ตอบรับมาตรการปรองดองในเรื่องวันยุบสภาและวันเลือกตั้งของรัฐบาล รวมถึงการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ต้องเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จากวันที่ 10 เมษายน เช่นเดียวกัน

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ส.ส.ระหว่างช่วงเปิดสภา ต้องถูกออกหมายจับ และเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมๆ กับแกนนำ นปช.

นปช.ต้องการให้คดีที่ประชาชนเสียชีวิตเป็นคดีประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เงียบหายไปเหมือนเหตุการณ์ในอดีตที่ผู้สั่งการเข่นฆ่าประชาชนไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย

ถ้านายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยอมมอบตัวกับตำรวจวันไหนคนเสื้อแดงก็พร้อมจะกลับบ้านทันที

แต่ถ้านายสุเทพ เทือกสุบรรณ ปฏิเสธ แกนนำ นปช.ก็จะประกาศยุติข้อเสนอที่ให้ยุติการชุมนุม

2 กรณีข้อเสนอของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีการระบุถึงสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน กลุ่ม นปช.ขอเรียกร้องว่า นปช.พร้อมจะยุติการชุมนุมแต่เพื่อแสดงความจริงใจ

ขอให้รัฐบาลคืนสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีเพิลแชนแนล (พีทีวี) ให้กลับมาออกอากาศได้ตามปกติเหมือนเดิม

และหากมีการจัดตั้งคณะกรรมการเข้ามากำกับดูแลสื่อเพื่อให้เกิดความปรองดองพีทีวีก็พร้อมให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการเช่นเดียวกับกรณีของเอเอสทีวี

และ 3 รัฐบาลต้องตัดสินใจเองว่าจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หรือไม่

เชื่อว่า หากยังไม่ประกาศยกเลิก ยิ่งนานวัน รัฐบาลจะยิ่งถูกกระแสสังคมกดดันมากขึ้น

ขณะเดียวกัน บทความ “ข้อเท็จจริงการเสียชีวิตและความรุนแรง พฤษภา 53” ในหนังสือเพื่อความจริงเพื่อความยุติธรรมของศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมฯ (ศปช.)

ด้านหนึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก “‘โรดแมป’ นปช.ยืน 3 เงื่อนไขแลกยุติม็อบ” จากหนังสือพิมพ์ “มติชน” ฉบับวันที่ 11 พฤษภาคม 2553

ด้านหนึ่ง ได้ตั้งข้อสังเกตเป็นเชิงอรรถด้วยว่า

การแถลงของ นปช.ครั้งนี้ไม่ได้มี นายวีระ มุกสิกพงศ์ ประธาน นปช.เข้าร่วมด้วย ซึ่งมีรายงานข่าวว่านายวีระไม่ได้มาเข้าร่วมเนื่องจากในการเจรจาลับที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

นายวีระรับปากว่าจะมีการประกาศยุติการชุมนุมในวันเดียวกันนี้แต่กลับถูกแกนนำคนอื่นคัดค้าน

ทำให้ตัดสินใจลดบทบาทตัวเองลง

เชิงอรรถเสนอให้ดู “แผนปรองดองพ่นพิษ / นปช.แตกกันยับ หึ่ง ‘วีระ’ ถอนตัว” ในหนังสือพิมพ์ “แนวหน้า” ฉบับวันที่ 11 พฤษภาคม 2553

และระบุด้วยว่า ต่อมาภายหลังนายวีระได้เปิดเผยว่า เขาเป็นตัวแทน นปช.ไปเจรจากับตัวแทนของรัฐบาลหลายรอบ เมื่อต่อรองกันจนได้ว่ารัฐบาลจะยุบสภาและให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2553

เขาก็ถือว่าพอสมควรแล้ว

“เพราะเราออกมาอยู่ข้างนอกเรารู้หมดแล้วว่าอีกฝ่ายเตรียมเอาปืนยิง เราก็ไม่ต้องการให้ตายเพิ่ม เราคิดว่าหยุดแค่นั้นเถอะแล้วไปเลือกตั้ง”

แต่เมื่อเข้าที่ประชุม นปช.แกนนำหลายคนยังเสนอเงื่อนไขปลีกย่อยเพิ่มเติมอีก

เมื่อไม่สามารถทำตามที่ตกลงไว้กับคู่เจรจาได้จึงลาออกจากตำแหน่งประธาน นปช.และขอเปลี่ยนให้นายณัฐวุฒิมาเป็นผู้เจรจาคนใหม่แทน (ฟ้ารุ่ง ศรีขาว, สุภาพบุรุษไพร่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, กรุงเทพฯ, มติชน 2554) หน้า 159-161

นั่นคือความนัยจากทางด้านแกนนำ นปช.

ขณะเดียวกัน หากศึกษาจาก “ขีดเส้นตาย 12 พ.ค. ‘แดง’ ล้มปรองดองไม่เลิกม็อบ / ‘มาร์ค’ กร้าวหมดเวลาต่อรอง” ในหนังสือพิมพ์ “แนวหน้า” ฉบับประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2553

ประสานกับ “อภิสิทธิ์กร้าวม็อบตัดน้ำ-ไฟ ถ้าไม่สลาย 12 พ.ค.” ในหนังสือพิมพ์ “ไทยรัฐ” ฉบับประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2553

ประสานเว็บไซต์ “media.thaigov” ข่าวทำเนียบรัฐบาล ประจำวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นายกรัฐมนตรีย้ำมีความชอบธรรมที่จะขอคืนพื้นที่” อันสะท้อนการเคลื่อนไหวของรัฐบาล

ก็จะเข้าใจใน “อุณหภูมิ” ทางการเมือง

นั่นก็คือ เช้าวันที่ 11 พฤษภาคม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปที่ดีเอสไอเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาร้องทุกข์ตามที่ญาติของผู้เสียชีวิตในวันที่ 10 เมษายน ร้องทุกข์ต่อดีเอสไอว่าเป็นผู้สั่งให้สลายการชุมนุมจนทำให้เกิดการเสียชีวิตในวันที่ 10 เมษายน

ด้านปฏิกิริยาของ นปช.ได้ประกาศไม่ยอมรับการดำเนินการดังกล่าวเนื่องจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ได้ไปในฐานะเป็นผู้ต้องหา

ต่อมา ในเวลา 18.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เรียกประชุม ศอฉ.ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ โดยมีรายงานว่า ศอฉ.จะรอดูท่าทีของ นปช.ในวันที่ 12 พฤษภาคม อีกเพียง 1 วันเท่านั้น

หากยังไม่ยุติการชุมนุม ศอฉ.จะใช้มาตรการกดดันให้ออกนอกพื้นที่ให้เร็วที่สุด

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ย้ำว่า จะไม่มีการเจรจาต่อรองใดๆ กับแกนนำ นปช.อีก หากผู้ชุมนุมอยากจะเข้าสู่กระบวนการปรองดองต้องยกเลิกการชุมนุมเท่านั้น

และวันนี้คณะรัฐมนตรีได้รับทราบความจำเป็นของฝ่ายความมั่นคงที่จะต้องดำเนินมาตรการต่อไป ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากประชาชนว่าอาจต้องได้รับความเดือดร้อนมากขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ

และจำเป็นต้องทำเพื่อคืนความเป็นปกติให้สังคม

ตอนนี้ภาครัฐมีความชอบธรรมทุกประการที่จะดำเนินการตามความจำเป็นให้เกิดความมั่นคงและความเป็นปกติ หากผู้ชุมนุมมีความจริงใจในการปรองดองขอให้กลับบ้านในวันที่ 12 พฤษภาคม

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024


เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี
ยุทธศาสตร์คืนอาเซียน ของกองทัพเมียนมา
E-DUANG | จับตา ความแน่วแน่ DE กับ AI PASSPORT
CRINK : พันธมิตร 4 สหาย ท้าทายโลกตะวันตก!
ความคาดหวังที่มีต่อ ‘ผู้ว่าฯ กทม.’ | ปราปต์ บุนปาน
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 4) เรื่อง ปัญหา JBC | สุรชาติ บำรุงสุข
วันหนึ่ง ณ ตึกสันติไมตรี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถามถึง ‘ไอ้บ๊อบ’ การเมือง ‘ทองใบ ทองเปาด์’ ทนายแม็กไซไซ
ไทยประกันชีวิต เดินหน้าโครงการ ‘เสริมโอกาส สร้างอาชีพ’ ปี 4 ประเดิมที่แรก APCD หนุนกลุ่มเปราะบาง
เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’