แหวนนีเบอลุงของว้ากเนอร์ กับแหวนครองจักรวาลของเลย์จิ มัตสึโมโต้
การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
เป็นที่รู้กันดีว่าโอเปร่าของว้ากเนอร์ (Richard Wagner 1813-1883) สี่องค์จบที่ชื่อว่า Der Ring des Nibelungen (The Ring of the Nibelungs) เป็นต้นแบบของหนังสือแหวนครองพิภพหรือเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ของเจ. อาร์. อาร์. โทลคีน
กลายเป็นว่า แหวนครองพิภพเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกสำหรับคนทั่วๆ ไปที่มิใช่ผู้นิยมชมชอบดูโอเปร่า หรือนักอ่าน จากหนังไตรภาคชุดเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์และสปินออฟอีกมากมายหลายเรื่องทั้งหนัง หนังซีรีส์และหนังสือที่เขียนโดยบุตรชายของโทลคีนจากเอกสารที่โทลคีนทิ้งไว้จนถึงวันนี้
แต่เป็นการยากที่เราจะได้อ่านมังงะฉบับแปลไทยของเลย์จิ มัตสึโมโต้ เมื่อเขานำกัปตันฮาร์ล็อกและยานโจรสลัดอาร์คาเดียผจญภัยเข้าไปในโอเปร่าของว้ากเนอร์
วันนี้มีให้อ่านแล้วโดย 999 คอมิกส์
ก่อนจะเข้าไปในรายละเอียดของมังงะของเลย์จิ มัตสึโมโต้ ควรรู้ก่อนว่าว้ากเนอร์เขียนโอเปร่านี้ขึ้นจากเทพปกรณัมนอร์สและบางส่วนจากเทพตำนานเตวโตน (Teuton) คือชนเผ่าโบราณยุโรปเหนือที่เคยทำสงครามกับโรมันเมื่อสองศตวรรษก่อนคริสตกาล คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าคือเยอรมัน
แก่นของเรื่องเป็นเรื่องอีโก้ของโวทันแห่งวัลฮัลลาผู้เป็นเทพแห่งเทพทั้งปวง
อีโก้ของเขาถูกท้าทายโดยแหวนครองพิภพที่ครอบครองโดยอัลเบอริช ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ชั้นต่ำนีเบอลุง
สำหรับจิตวิเคราะห์ให้นึกภาพอีโก้ของอัลเบอริชด้วยความช่วยเหลือของแหวนที่ขยายขนาดและอาณาเขตรุกล้ำแดนสวรรค์
เมื่อคิดว่าว้ากเนอร์เป็นเยอรมัน โอเปร่าของเขาจึงถูกตีความไปมากมาย

แต่แหวนเป็นเพียงวัตถุ (object) ถ้าใช้ศัพท์ทางการแพทย์สมัยใหม่แหวนเป็นเพียงยาหลอก (placebo) อัลเบอริชอยากใช้อะไรก็ได้นำทางตนเองถ้าเขาสามารถผนวกรวมจิตใจของเขาเข้ากับจิตใต้สำนึกรวมหมู่ (ตามแนวคิด psyche & collective unconscious ของคาร์ล จุง) ได้สำเร็จ
เมื่อมองในแง่นี้หลังจากอ่านไปครึ่งเล่มเราไม่แน่ใจว่ากัปตันฮาร์ล็อกและสหายเดินทางมาช่วยจักรวาล หรือเดินทางมาเพื่อเป็นเครื่องมือของอัลเบอริชกันแน่
นั่นชวนให้ระแวงว่ามีเมะผู้เป็นน้องสาวของอัลเบอริชกำลังใช้กัปตันฮาร์ล็อกเป็นเครื่องมือหรืออย่างไร
เมื่อทราบโครงเรื่องนี้แล้วจะช่วยให้อ่านมังงะหายากและอ่านยากเล่มนี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น
มังงะเล่มเดียวจบเรื่องแหวนนีเบอลุงซึ่งมีชื่อตอนว่า ทองคำแห่งไรน์ นี้เป็นเพียงเล่มปฐมฤกษ์จากสี่เล่มซึ่งได้แต่เอาใจช่วยว่าจะพิมพ์แปลไทยออกมาเรื่อยๆ จนครบได้สำเร็จ
หนังสือทั้งสี่เล่มเขียนล้อโอเปราสี่ตอนของว้ากเนอร์ซึ่งใช้เวลาเขียน 21 ปี แสดงติดต่อกันนาน 7 ปี บางช่วงบางตอนเล่นติดต่อกันนาน 15 ชั่วโมง ได้แก่ Das Rheingold แสดงครั้งแรกที่มิวนิกปี 1869, Die Walk?re แสดงครั้งแรกที่มิวนิกปี 1870 , Siegfried แสดงครั้งแรกที่เบรุตปี 1876 และ G?tterd?mmerung แสดงครั้งแรกที่เบรุตปี 1876 แทนที่จะต้องดูโอเปร่าได้อ่านมังงะเฉย จะพลาดได้อย่างไร
เลย์จิ มัตสึโมโต้ กว่าจะเขียนโอเปร่าเรื่องยาวนี้ออกมาได้แต่ละบทแต่ละตอนดำเนินไปด้วยความเชื่องช้าและติดขัดเป็นระยะๆ บางตอนตีพิมพ์ในนิตยสาร บางตอนตีพิมพ์บนเว็บ กว่าจะลากกันไปจนจบแล้วรวมเล่มสำเร็จทำเอาเรื่องการผลิตมังงะชุดนี้กลายเป็นมหากาพย์เรื่องหนึ่งพอๆ กับอุปรากรของว้ากเนอร์เอง
เฉพาะตอนปฐมฤกษ์ทองคำแห่งไรน์นี้เขียนระหว่างปี 1990-1991 กว่าเขาจะได้เขียนตอนต่อไปก็เป็นปี 1997 และกว่าจะได้เขียนตอนสุดท้าย (ซึ่งไม่จบ) ก็เป็นปี 2001

เปิดเรื่องเมื่อดาวเคราะห์น้อยอครูซิออนซึ่งเป็นชุมทางการค้าปราศจากผู้คนในพริบตาประหนึ่งถูกโจมตี รถเบนซ์ 190SL รุ่นปี 1960 ลำหนึ่งกับยานโจรสลัดหญิงลำหนึ่งร่อนลงโดยมิได้รับอนุญาต ทั้งสองคนเดินลงจากยานเป็นภาพคุ้นตาของแฟนนานุแฟนกัปตันฮาร์ล็อกเป็นอย่างดี พวกเขาคือเอสเมอรัลด้าและโทจิโร่ โอยามะ
พวกเขามาตามหามีเมะหรืออีกชื่อหนึ่งแม่มดมีเมะ ทายาทของเผ่าพันธุ์นีเบอลุงที่เคยครองจักรวาลแต่บัดนี้สูญหายไปแล้ว
วันนี้มีเมะเป็นต้นเรือของกัปตันฮาร์ล็อก หล่อนหนีมาเพื่อป้องกันการโจรกรรมทองคำแห่งไรน์ที่มีสามนางอัปสรเฝ้าเอาไว้
โทจิโร่เกลี้ยกล่อมให้มีเมะกลับไปประจำการที่ยานโจรสลัดของฮาร์ล็อกเหมือนเดิม เพราะบัดนี้ทองคำแห่งไรน์ถูกโจรกรรมไปได้แล้ว โจรที่ขโมยไปคืออัลเบอริชพี่ชายของมีเมะเอง มันได้ชื่อว่าคนแคระแห่งนีเบอลุงผู้สาบสูญ เมื่อได้ทองคำแห่งไรน์ไว้ในมือแล้วมันหันทิศทางของยานไปยังดาวโลกเพื่อพบด๊อกเตอร์ไดบะผู้สร้างแหวน แหวนที่จะช่วยให้ผู้สวมใส่ครองจักรวาล
แต่เมเทลมาพบด๊อกเตอร์ไดบะก่อนแล้ว ที่เป็นอยู่ตอนนี้คือไดบะผู้ลูกชายซึ่งครอบครองห้องปฏิบัติการและอุปกรณ์ทำแหวนของบิดา เมเทลมากับรถด่วนกาแล็กซี 999 ที่แฟนนานุแฟนคุ้นเคย หล่อนมาเพื่อยับยั้งการทำแหวนแต่ไม่สำเร็จ
อัลเบอริชได้แหวนไปหลังจากพยายามสังหารไดบะ เป็นโทจิโร่มาพบเข้าทันเวลาจึงช่วยไดบะกลับไปขึ้นยานอาร์คาเดียตามที่เมเทลได้สั่งเอาไว้ โทจิโร่มอบหมายให้ไดบะหนุ่มศึกษาค้นคว้าอุปรากรนีเบอลุงของว้ากเนอร์แต่โบราณกาลเพื่อตามหาเบาะแสว่าอัลเบอริชคิดจะทำอะไรกันแน่
บัดนี้ธงโจรสลัดถูกชักขึ้นเสาและปลิวไสวในห้วงอวกาศแล้ว (ธงผ้าปลิวได้อย่างไร สาวกเลย์จิ มัตสึโมโต้ รู้อยู่แล้ว) กัปตันฮาร์ล็อกกับสหายทุกคนจำต้องออกปฏิบัติการกู้จักรวาลอีกครั้งหนึ่ง

จิตวิเคราะห์เขียนว่า ว้ากเนอร์มิได้เล่าเรื่องด้วยตัวอักษรแต่เขาเล่าเรื่องด้วยเสียงดนตรี ดนตรีสามารถแสดงให้เห็นจิตใต้สำนึกของผู้คนได้ดีกว่าตัวอักษร เนื้อเรื่องอาจจะมิได้ดำเนินไปตามตรรกะปกติ เหตุเพราะที่สำคัญกว่าตรรกะปกติคือการเคลื่อนไหวของจิตใต้สำนึก
อัลเบอริชคิดอย่างไร โวทันคิดอย่างไร เหล่านี้แม้แต่เจ้าตัวเองก็มิอาจเชื่อใจตนเองได้ ที่ชักใยอยู่เบื้องลึกคือจิตใต้สำนึกนั่นเอง
ทำให้อารมณ์มีเหตุผลมากกว่าสติปัญญาอยู่เสมอ (WAGNER’S ‘RING’ AND ITS SYMBOLS : The Music and the Myth. By Robert Donington. London : Faber & Faber. First published 1963.)
ตามเนื้อเรื่องเดิม โวทันขโมยแหวนไปจากอัลเบอริชได้แต่ถูกบีบบังคับให้ส่งมอบแหวนแก่ยักษ์สองตนคือ Fafner และ Fasolt เป็นค่าตอบแทนที่ยักษ์ทั้งสองช่วยสร้างแดนสวรรค์วัลฮัลลา ตามเนื้อเรื่องในมังงะกัปตันฮาร์ล็อกและพรรคพวกจะพบยักษ์ทั้งสองในตอนท้ายแล้วเป็นที่เปิดเผยว่าแดนสวรรค์วัลฮัลลานั้นสร้างจากร่างของมังกรที่ถูกกักเอาไว้
(พล็อตนี้ถูกนำไปใช้ในหนังชุดทางทีวี Star Trek The Next Generation ตอนปฐมฤกษ์ปี 1987 Encounter at Farpoint เมื่อกัปตันฌอง ลุค พิคคาร์ด พบว่าสถานีอวกาศหนึ่งที่สุดขอบจักรวาลใช้ร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่ถูกกักไว้เป็นโครงสร้างหลัก)
แหวนครองจักรวาลของเลย์จิ มัตสึโมโต้ ไปสุดขอบจักรวาลเลยทีเดียว
