อลอนโซ่แยกทางราชัน ตอนจบที่มาไว แต่ไม่เกินความคาดหมาย
Technical Time-Out | SearchSri
ถือว่าเป็นตอนจบที่หลายคนคาดการณ์ไว้ สำหรับบทสรุประหว่าง ชาบี อลอนโซ่ กับสโมสร รีล มาดริด ที่ตัดสินใจแยกทางกันเดิน เพียงแต่หลายคนอาจไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นหลังร่วมงานได้ 7 เดือนครึ่งเท่านั้น
จากมุมมองของคนนอก อลอนโซ่คือบุคคลที่เหมาะสมที่สุดในการเข้าไปรับช่วงคุมทีมจาก คาร์โล อันเชล็อตติ ด้วยสมัยเป็นนักเตะ เขาเคยค้าแข้งกับทีมราชันชุดขาวระหว่างปี 2009-2014 และก่อนมารับงานนี้ เขาก็มีผลงานโดดเด่นกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น โดยเฉพาะฤดูกาล 2023-2024 ซึ่งเขาพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าหนแรกในประวัติศาสตร์ทีมด้วยสถิติไร้พ่าย พ่วงด้วยแชมป์เดเอฟเบ โพคาล และรองแชมป์ยูโรป้าลีก อีกทั้งยังพาทีมทำสถิติใหม่ของวงการลูกหนังยุโรป ด้วยสถิติไม่แพ้ใคร 51 นัดติดต่อกันในทุกถ้วย
อย่างไรก็ตาม ว่ากันว่าเมื่อมองจากมุมของคนในสโมสรมาดริดแล้ว อลอนโซ่อาจไม่เป็นที่ต้อนรับสักเท่าไร
กิเยม บาลาเก้ กูรูลูกหนังสเปนของ บีบีซี แย้มข้อมูลจากวงในว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรรีล มาดริด ไม่ได้ยอมรับในตัวอลอนโซ่เท่าไร
แต่มีคนเสนอว่าเขาเหมาะกับงาน ก็เลยตัดสินใจแต่งตั้งเขาคุมทีม

อันที่จริงตอนเริ่มต้นกับเลเวอร์คูเซ่นก็เป็นลักษณะเดียวกัน อาจจะด้วยอายุที่ยังน้อย (ปัจจุบันอลอนโซ่อายุ 44 ปี) ประกอบกับก่อนหน้าคุมทีมห้างขายยา อลอนโซ่มีประสบการณ์งานโค้ชแค่คุมทีมสำรองของ รีล โซเซียดัด เท่านั้น แต่พอทีมทำผลงานได้ดี นักเตะก็ให้การยอมรับในตัวเขาไปโดยปริยาย
มาถึงรีล มาดริด สถานการณ์และบททดสอบย่อมยากกว่าเลเวอร์คูเซ่นหลายเท่า เพราะราชันชุดขาวคือหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของโลก มีทั้งประวัติศาสตร์และผลงานมากมายเป็นเครื่องการันตี
ว่ากันว่า อลอนโซ่อยากเข้าไปรับงานหลังการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกที่สหรัฐอเมริกา เพราะรู้ดีว่านักเตะหลายคนใจลอยไปถึงวันหยุดพักผ่อนหลังกรำศึกมายาวนานแล้ว แต่เขาไม่มีสิทธิ์เลือก และต้องไปเริ่มต้นจากงานนั้น
ซึ่งในท้ายที่สุด มาดริดเข้าถึงรอบตัดเชือก ก่อนพ่ายให้ ปารีส แซงต์แชร์แมง แชมป์ยุโรปฤดูกาลล่าสุด

สําหรับผลงานการคุมทีมราชันชุดขาวตลอดระยะเวลาไม่ถึง 8 เดือนของอลอนโซ่ ในแง่สถิติไม่ได้แย่แต่อย่างใด เขาคุมทีม 34 นัด ชนะถึง 24 นัด เสมอ 4 แพ้ 6 ผลงานในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ติดอันดับท็อป 8 ในรอบลีก ซึ่งจะได้โควต้าเข้ารอบน็อกเอาต์แบบอัตโนมัติ ส่วนถ้วยโกปา เดล เรย์ ก็ยังเข้ารอบ และในลาลีก้า ตามคู่ปรับตลอดกาล บาร์เซโลน่า อยู่ 4 แต้ม หลังผ่านไป 19 นัด
อย่างไรก็ตาม เมื่อแจกแจงในรายละเอียด อลอนโซ่ก็โดนแฟนๆ และผู้บริหารวิพากษ์วิจารณ์ในหลายจุด เช่น การแพ้ให้ทั้งลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก ทั้งการปราชัยให้แอตเลติโก้ มาดริด ถึง 2-5 เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว และฟางเส้นสุดท้ายคือการพ่ายบาร์ซ่าในรอบชิงสแปนิช ซูเปอร์คัพ ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเขาแยกทางกับทีม
ที่หนักที่สุดคือปัญหาความสัมพันธ์กับลูกทีม โดยเฉพาะกับ วินิซิอุส จูเนียร์ แนวรุกคนสำคัญ ซึ่งฟอร์มการเล่นดร็อปลงท่ามกลางข่าวลือเรื่องเตรียมย้ายทีมก่อนสัญญาหมดลงในปี 2027
โดยแหล่งข่าววงในเผยว่า วินิซิอุสไม่แฮปปี้กับการร่วมงานกับอลอนโซ่ และการเจรจาสัญญาใหม่ก็หยุดชะงักไปเพราะจะรอดูอนาคตของโค้ชก่อน

ยิ่งเวลาผ่านไป อลอนโซ่ยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวในทีม คำขอที่จะให้ทีมเสริมทัพในแดนกลางโดนมองข้าม ผู้บริหารทีมตั้งแง่ว่าเขาทำผลงานได้ไม่สวยหรูเหมือนตอนคุมเลเวอร์คูเซ่น ไม่มีนักเตะที่มีความเป็นผู้นำยืนอยู่ฝั่งเขา และตัวอลอนโซ่เองก็ไม่สามารถทำให้ลูกทีมเชื่อได้ว่าแนวทางการคุมทีมและสไตล์การเล่นที่เขาวางไว้คือทางเลือกที่ถูก
ภาษากายที่แสดงออกถึงปัญหาความไม่ลงรอยระหว่างกุนซือวัย 44 ปี กับลูกทีม คือหลังจบเกมสแปนิช ซูเปอร์คัพ ซึ่งพอมาดริดรับเหรียญรองแชมป์เสร็จ อลอนโซ่กวักมือเรียกให้ลูกทีมไปตั้งแถวเป็นเกียรติให้บาร์ซ่าตามธรรมเนียมปฏิบัติ
แต่ คีเลียง เอ็มบัปเป้ ซูเปอร์สตาร์ของทีมที่อารมณ์บูดหลังทีมแพ้ โบกมือปฏิเสธ แล้วส่งสัญญาณบอกให้เพื่อนร่วมทีมเดินออกจากบริเวณพื้นที่จัดพิธีมอบรางวัล จนอลอนโซ่ต้องเดินเซ็งๆ ตามออกไป
และน่าจะเป็นจุดแตกหักที่ทำให้เจ้าตัวตกลงยกเลิกสัญญากับสโมสร

สําหรับอนาคตของทั้งสองฝ่ายหลังจากนี้ ด้วยผลงานที่ได้รับการพิสูจน์มาก่อนหน้านี้แล้ว อลอนโซ่น่าจะเป็นกุนซือเนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งของยุโรปในช่วงซัมเมอร์นี้ ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวว่าอยากพักเบรกจากงานโค้ชชั่วคราวหรือพร้อมไปต่อทันที
ส่วนมาดริด หลังแยกทางกับอลอนโซ่แล้วก็ตั้ง อัลบาโร่ อาร์เบลัว อดีตฟูลแบ๊กของทีมที่เป็นโค้ชทีมบีขึ้นมาทำหน้าที่แทน
นักวิจารณ์บางคนมองว่า ถ้าระดับอลอนโซ่ที่มีชื่อเสียงและผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ยังเอาทีมไม่อยู่ นี่ก็ถือเป็นงานหินมากๆ สำหรับอาร์เบลัว
สุดท้ายแล้วครึ่งฤดูกาลที่เหลือ เขาจะสานต่อสิ่งที่อลอนโซ่ทำไว้ แล้วพาทีมชูถ้วยแชมป์รายการใดรายการหนึ่งได้หรือไม่ คงเป็นเรื่องที่หลายคนรอดูอย่างใจจดใจจ่อทีเดียว
