bg-single

อ่าน สังคมไทย ผ่าน กุหลาบ สายประดิษฐ์ก่อน เปลี่ยนใหญ่

28.01.2026

บทความพิเศษ

อ่าน สังคมไทย

ผ่าน กุหลาบ สายประดิษฐ์

ก่อน เปลี่ยนใหญ่

ย้อนกลับไปอ่าน “อวสานสมบูรณาญาสิทธิราชย์” ของ เบนจามิน เอ. บัทสัน อีกครั้งหนึ่ง

“ดอกไม้สด” ม.จ.อากาศดำเกิง และ “ศรีบูรพา”

ไม่เพียงแต่ในด้านที่ทั้ง 3 นักเขียนทั้ง 3 ได้รับยกย่องว่างานเขียนของพวกเขาเป็น “นวนิยายไทยแท้”

หากแต่ยังเป็นภาพสะท้อนพัฒนาการทางความคิด ทางสังคม

Batson เห็นว่า ทั้งสามมีความคล้ายคลึงกันในหลายๆ ด้าน คือ ทั้งสามล้วนเกิดในกรุงเทพมหานครระหว่างปี 1905-1906 เคยเรียนในโรงเรียนแบบตะวันตกซึ่งเป็นผลพวงจากการปรับระบบการศึกษาที่ได้เริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5

และในนวนิยายของทั้งสามคนตัวเอกของเรื่องต่างก็เคยไปศึกษา ณ ต่างประเทศทั้งหมด

และแก่นกลางของเรื่องล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของความขัดแย้งระหว่างคุณค่าทางวัฒนธรรมของตะวันตกและวัฒนธรรมของตน

แต่ก็มีข้อแตกต่างในระดับพื้นฐานครอบครัวและอาชีพในระหว่างคนทั้งสาม

จาก กุหลาบ สายประดิษฐ์

ไฉน โยงถึง ปรีดี พนมยงค์

ม.จ.อากาศดำเกิงและ “ดอกไม้สด” มาจากราชสกุล แต่กุหลาบมาจากครอบครัวธรรมดาๆ

ม.จ.อากาศดำเกิงทรงตีพิมพ์นวนิยายอีกเพียงเรื่องเดียวก่อนที่จะเสด็จเดินทางไปฮ่องกงอย่างลึกลับ

และสิ้นชีพิตักษัยในเดือนพฤษภาคม 1932 อย่างกะทันหัน

หรืออย่างที่หลายๆ คนยังยืนกรานว่า พระองค์เลือกที่จะหายไปเฉยๆ

“ดอกไม้สด” เขียนต่อมาเรื่อยๆ เป็นเวลากว่าทศวรรษ เขียนทั้งนวนิยาย เรื่องสั้น เล่าเรื่องศีลธรรมความประพฤติของสังคมพวกชั้นสูงในกรุงเทพมหานคร

การที่ตัวละครของเธอสะท้อนถึงความอาลัยในอดีต การยึดถือหลักของพระพุทธศาสนา ทั้งหมดรวมกันทำให้เรื่องของเธอเป็นงานที่มีลักษณะ “อนุรักษ์นิยม” และเธอก็เป็นนักเขียนคนโปรดในวงการวรรณและการศึกษา

น่าสนใจตรงที่จากนั้น Batson เขียนถึง กุหลาบ สายประดิษฐ์ โดยเน้นรากฐานทางครอบครัว รากฐานทางการศึกษา

แล้วโยงไปยัง นายปรีดี พนมยงค์

พัฒนาการ ความคิด

กุหลาบ สายประดิษฐ์

กุหลาบนั้นเป็นนักเขียนที่ “การเมือง” ที่สุดในสามคนนี้ นวนิยายในปี 1928 ของเขาเรื่องที่นิยมกัน คือ “เด็กคนจนได้ดี” เป็นเรื่องแม้จะมีอุปสรรคและความอยุติธรรมในระบบเพียงไร

พระเอกก็ยังสามารถเข้ามามีตำแหน่งสำคัญๆ ในรัฐบาลได้ (และได้รับบรรดาศักดิ์ขุนนาง)

ในขณะเดียวกันก็ต้องมีกระบวนการเกี่ยวกับความรักต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

อย่างไรก็ตาม นวนิยายเรื่องสำคัญเรื่องต่อมาของเขาคือ “สงครามชีวิต” พิมพ์ในเดือนมิถุนายน 1932 ก่อนวันสิ้นสุดระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไม่กี่วันนั้นได้ชื่อว่าเป็นนวนิยายเกี่ยวกับการเมืองเรื่องแรกของไทย

เรื่องนี้แสดงออกให้เห็นถึงด้านที่มืดมนของสังคม มีเค้าโครงเรื่องมาจากเรื่อง “คนจน” ของดอสโตเยฟสกี้

(เป็นครั้งแรกที่ใช้นวนิยายรัสเซียในนวนิยายไทย)

แต่ดัดแปลงให้เข้ากับบรรยากาศแบบไทย แสดงให้เห็นว่าอำนาจเงินตราเป็นบ่อเกิดแห่งความชั่วร้าย ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนนั้นกว้างเสียจนพวกเขาถูกแบ่งออกเป็น “โลก 2 โลกที่แยกกัน”

ชีวิตคือการต่อสู้เช่นเดียวกับธรรมชาติของคนที่ “ใหญ่” และมีอำนาจจะฉวยโอกาสเอาเปรียบคนที่ “เล็ก” และอ่อนแอกว่า ตอนจบก็แตกต่างจากการจบอย่างสมหวังเช่นนวนิยายปี 1928 ของเขา

เพราะในเรื่องนี้คนรักของพระเอกทิ้งเขาไปเพื่อแต่งงานกับเงิน

เส้นทาง กุหลาบ สายประดิษฐ์

เส้นทาง ของ นักหนังสือพิมพ์

แม้ว่าสมัยนี้รู้จักกุหลาบจากนวนิยายและเรื่องสั้นของเขาเป็นส่วนใหญ่ แต่เกือบจะตลอดชีวิตของเขาเขาเป็นที่รู้จักในฐานะ “นักหนังสือพิมพ์”

ในช่วงปลายของยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์

และพร้อมๆ กับกลุ่มเพื่อนๆ ที่เขามักจะเป็นผู้นำเขาได้เขียนบทความให้หนังสือพิมพ์ชั้นนำในกรุงเทพมหานครหลายฉบับซึ่งจะจ้างเขาในระยะเวลาสั้นๆ และเขามักถูกเลิกจ้าง

เพราะเขียนคำวิจารณ์ที่ตรงไปตรงมามากเกินไปเกี่ยวกับระบบการใช้อภิสิทธิ์ที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม และระบบชั้นวรรณะในทางการเมือง สังคมและเศรษฐกิจ ทำให้ถ้าไม่ถูกรัฐบาลบีบบังคับ

หน่วยงานของเขาเองก็บีบบังคับเขา

ตัวอย่างเช่น ก่อนการทำรัฐประหารปี 1932 ไม่นาน เรื่องเป็นตอนๆ ชื่อ”มนุษยภาพ” ที่ลงใน “ศรีกรุง” ของเขาก็ได้รับการตำหนิจากกลุ่มข้าราชการที่จงรักภักดี

และมีผลให้หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นถูกปิดชั่วคราว

กลุ่มความคิด วิชาชีพ

ก่อน 24 มิถุนายน 2475

การมีสิ่งตีพิมพ์เกิดขึ้นมากมายในกรุงเทพมหานครทำให้เกิดสมาคมและภาคีต่างๆ ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มอาชีพและกลุ่มที่มีความสนใจพิเศษขึ้น

ในปลายทศวรรษ 1920

ได้มีสมาคมครู วิศวกร แพทย์ พยาบาล เภสัชกรและทหารผ่านศึก แล้วยังมีสโมสรกีฬา กลุ่มพ่อค้านานาชาติ จีนและไทยอีกด้วย

สยามสมาคมซึ่งเป็นสมาคมที่ตั้งขึ้นดั้งเดิมเพื่องานวิจัยเกี่ยวกับอดีตของไทย

Batson อ้างอิงข้อความจากหนังสือพิมพ์ Bangkok Times ฉบับประจำวันที่ 28 มิถุนายน 1927 ว่า ในระยะปีหลังๆ ก็ได้ “ตื่นจากการหลับใหลเหมือนตาย”

และสโมสรโรตารีที่ล้มไปแล้วก็ลุกกลับมาใหม่

สมาคมบำเพ็ญประโยชน์ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่กลายเป็นสาขาหนึ่งของ YMCA

มีการจัดตั้งสมาคมภาพยนตร์ไทย โดยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีเป็นสมาชิกที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงได้

การศึกษาในสยามก็ยังคงค่อยๆ ก้าวหน้าอย่างช้าๆ แต่มั่นคง ปัญหาใหญ่ที่พอจะมองเห็นได้ คือ นับเป็นครั้งแรกที่มีงานไม่พอกับจำนวนคน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานราชการซึ่งเป็นงานที่คนไทยส่วนใหญ่ต้องการ

ทั้งนี้เพราะมีผู้จบการศึกษาจากชั้นมัธยมและปริญญามากขึ้น ชาวจีนมักจะเรียนโรงเรียนพาณิชย์จึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับงานทำ

ดังนั้น ในขณะที่รัฐบาลถูกเรียกร้องจากหลายๆ ฝ่ายให้ใช้เงินในการสนับสนุนการศึกษาให้มากขึ้น แต่ก็ต้องเผชิญกับสภาวะคนล้นงานในบางสาขา และในขณะเดียวกันก็รู้ด้วยว่าถ้ามีกลุ่มปัญญาชนที่ว่างงานมาก

พวกนี้ก็จะสร้างปัญหาทางการเมืองด้วย

ดุลยภาพ ข้าราชการ

เศรษฐกิจ และสังคม

การเน้นประเด็นการศึกษาของ Batson ไม่เพียงสัมพันธ์กับปัญหาในทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลสะเทือนจากสถานการณ์โลกที่อยู่ในสภาวะตกต่ำ หากแต่ยังสัมพันธ์กับการเกิดขึ้นของระบบโรงเรียน

จากระดับประถมศึกษาไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย

เมื่อรัฐบาลเลือกที่จะแก้ปัญหาด้วยการ “ดุล” ข้าราชการออก พื้นฐานของคนเหล่านี้ล้วนมาจากระบบโรงเรียน

และที่สำคัญคือบรรดา “หัวกะทิ” ซึ่งเป็นนักเรียนทุน “หัวนอก”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การแก้ปัญหาเมือง
นักเขียน กับงาน จาก กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไปยัง ‘ศรีบูรพา’
มายา อวิชชา และมโน! ปัญหาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา
บทเรียน ‘การบริหารจัดการน้ำ’ จาก 10 ประเทศต้นแบบ
พฤษภาเลือด ความตาย บ่อนไก่ สวนลุม จากมุม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
E-DUANG | การเมือง ในสนาม กทม. ฉายภาพ การเมือง ใหญ่
สทน. ครบรอบ 20 ปี เปิด INST2026 ชู “แพทย์-อาหาร-พลังงานสะอาด” เป็นกลไกพัฒนาประเทศ
พลิกยุทธศาสตร์เพื่อนบ้าน | สุรชาติ บำรุงสุข
อย. ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และภาคีเครือข่าย เผาทำลายของกลางผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย 31 ตัน มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท
ส่องลึกอิหร่าน: 10) ฝ่ายค้าน : พวกกษัตริย์นิยมและมูจาฮีดีน
คำถามแห่งศตวรรษ: ระบบทุนนิยมกำเนิดมาได้อย่างไร (1)
วรวงศ์ ชี้ชัด นโนบาย ”ข้าวแกง 40 บาท“ เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แนะ รัฐบาลเลิกแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ให้แก้ปัญหาให้ถูกจุดที่ต้นตอ