bg-single

นักเขียน กับงาน จาก กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไปยัง ‘ศรีบูรพา’

14.07.2026

บทความพิเศษ

นักเขียน กับงาน

จาก กุหลาบ สายประดิษฐ์

ไปยัง ‘ศรีบูรพา’

เมื่อร่วมอภิปรายในหัวข้อ “ชีวิตและการต่อสู้ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์” ในเดือนมิถุนายน 2519 สุภา ศิริมานนท์ เล่าถึงเหตุการณ์ที่ “ไทยใหม่” ว่า “การออกไปครั้งนั้นถ้าจะกล่าวตามภาษาที่เรียกกันในยุคต่อมาก็คือ

ยกคณะ ตบเท้าออก

เป็นการยกคณะออกที่มีชื่อโด่งดังมากเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ของหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยทีเดียว

คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ และคณะยกคณะออกมาไม่ใช่ว่ามีสตางค์เต็มกระเป๋า หากเป็นการออกมาด้วยความทระนงของคนหนุ่มผู้ยึดมั่นในความเป็นธรรมแห่งสังคม

ชิงชังในความเอาเปรียบของเจ้าของทุนและรังเกียจความจุ้นจ้านไม่เข้าเรื่องของตัวแทนฝ่ายเจ้าของทุน

ปรากฏว่า คุณกุหลาบและเพื่อนร่วมคณะเกือบทุกคนตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่า

‘ถังแตก’ เราดีๆ นี่เอง

จะกินเข้าไปก็แทบไม่มี

ในระหว่างว่างงาน คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ ก็ได้ใช้เวลาไปในทางเขียนทั้งนวนิยาย เรื่องสั้นและบทความไปลงในหนังสือพิมพ์บางฉบับ บทความที่นับว่าเด่นอย่างยิ่งของ คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ ในระยะนั้น

คือ บทความที่ชื่อ ‘มนุษยภาพ’ ลงพิมพ์อยู่ในหนังสือพิมพ์รายวัน ‘ศรีกรุง’

พอลงไปได้เพียง 2 หรือ 3 ตอน หนังสือพิมพ์ ‘ศรีกรุง’ ก็ถูกสั่งปิดเพราะบทความนี้”

การออกจาก ไทยใหม่

ไมตรี เอก วีสกุล อบอุ่น

ต่อมาเมื่อเขียน “ประวัติสรุปของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ในฐานะนักหนังสือพิมพ์” ตีพิมพ์ในนิตยสาร “บานไม่รู้โรย” ฉบับประจำเดือนมีนาคม 2541 ได้แยกแยะรายละเอียดของเหตุการณ์ในระยะกาลเดียวกันนี้ว่า

“มีข้อสังเกต 2 ประการในกรณี (ไทยใหม่)

ประการแรก พฤติการณ์จากการลาออกจากหนังสือพิมพ์ ‘ไทยใหม่’ นี้ของคณะสุภาพบุรุษมิได้เป็นกลุ่มก้อนอันหนาแน่นเสมือนดังที่เคยมีกิตติศัพท์มาก่อน เพราะเหตุว่านักเขียนในคณะสุภาพบุรุษไม่ได้ออกจากสำนัก ‘ไทยใหม่’ ทุกคน

เพียงแต่ส่วนใหญ่ร่วมกันถอนตัวออกพร้อมกับคุณกุหลาบ ส่วนอีก 2 หรือ 3 คนยังคงทำงานต่อไป

ประการที่สอง จากการลาออกครั้งนั้นความเป็นมิตรไมตรีระหว่าง คุณเอก วีสกุล กับ คุณกุหลาบ และบุคคลอื่นๆ ในคณะมิได้มีความหมองหมางแต่อย่างใดเลย

กล่าวกันว่า คุณเอกได้พยายามทำหน้าที่อย่างเต็มเรี่ยวแรงในฐานะคนกลาง

และคุณเอกก็มีความรักในเยาวมิตรเหล่านี้มากและล้ำลึก

ได้มีการติดต่อกันทั้งในทางส่วนตัวและทางการงานเรื่อยมาตราบจนกระทั่งแยกย้ายห่างไกล

และล้มหายตายจากกันไปฝ่ายหนึ่ง”

ร่องรอย ความขัดแย้ง

สัมพันธ์ มนุษยภาพ

มีข้อสังเกตว่า ระยะจากหนังสือพิมพ์ “ไทยใหม่” นี้เอง คือ ความต่อเนื่องระหว่างบทความชื่อ “มนุษยภาพ”

เป็น ความต่อเนื่องจาก “ไทยใหม่” ไปยัง “ศรีกรุง”

กล่าวสำหรับที่ “ไทยใหม่” ผลสะเทือนมีเพียงแต่ทำให้ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต้องยกคณะตบเท้าออกส่วนใหญ่ แต่กล่าวสำหรับที่ “ศรีกรุง” ส่งผลให้มีคำสั่งปิดหนังสือพิมพ์เมื่อปี 2474

เป็นการสั่งปิดพร้อมกับนำโซ่มาล่ามแท่นพิมพ์

ขณะเดียวกัน ในอีกด้านหนึ่ง ระยะกาลที่ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต้อง “จร” จากหนังสือพิมพ์นี้ไปหนังสือพิมพ์นั้นอย่างต่อเนื่องนี้เองนำไปสู่การเขียนเรื่องสั้นขนาดยาวในชื่อ “ทำงาน-ทำงาน”

ด้วยความครึกครื้นในหัวใจ

เมื่อพิจารณาสภาพการณ์โดยรอบในห้วงแห่งการเขียนหนังสือของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ และ “ศรีบูรพา” ก็จะเข้าใจ

โดยเฉพาะบทบาทเมื่อสวมวิญญาณแห่ง “ศรีบูรพา”

ร่องรอย สายสัมพันธ์

อ่าน ดุสิต สมิโตปกรณ์

ต้องยอมรับว่า “ศรีบูรพา” ค่อนข้างมีความผูกพันอยู่กับนามแห่ง “ดุสิตสมิต” อย่างแนบแน่นเป็นพิเศษ

เห็นได้จาก

ไม่เพียงแต่เป็นนามอันเกี่ยวพันกับ “ตัวเอก” ในนวนิยายเรื่อง “ปราบพยศ” ซึ่งเขียนเมื่อปี 2472 จะชื่อ “โกมล” โดยมีนามสกุล “ดุสิตสมิต” เท่านั้น

ต้องดูบทสนทนาในเรื่อง

“ดุสิตสมิต” น.ส.ยวนใจ โรหิตบวร ทวนคำ “แปลก ทำไมไปพ้องกับหนังสือพิมพ์ดุสิตสมิตเข้าได้”

“มิได้” โกมล ดุสิตสมิต แย้ง

“หนังสือพิมพ์ดุสิตสมิตต่างหากมาพ้องกับนามสกุลของผม เพราะนามสกุลของผมมีมาก่อนหนังสือพิมพ์ดุสิตสมิต”

หากในนวนิยายเรื่อง “สงครามชีวิต” ตัวเอก คือ ดุสิต สมิโตปกรณ์

เป็น ดุสิต สมิตโตปกรณ์ เป็นนักประพันธ์ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับ ระพินทร์ ยุทธศิลป์ เป็นอย่างสูง

ทั้งในแง่ที่มีตู้หนังสือในบ้านมากมายหลายตู้

และทั้งสามารถยังชีพได้โดยอาชีพเขียนหนังสือขาย

กระนั้น เมื่อ ดุสิต สมิโตปกรณ์ ปรากฏขึ้นผ่านเรื่องสั้นขนาดยาวเรื่อง “ทำงาน-ทำเงิน” ก็ได้ฉายภาพในอีกภาพหนึ่ง

เป็นภาพของ ดุสิต สมิโตปกรณ์ ที่เพิ่งจะ “ตกงาน”

ภาพ กุหลาบ สายประดิษฐ์

สะท้อนผ่าน “ศรีบูรพา”

“ผมมาอยู่ด้วยคน”

พูดพลางเขาโยนหมวกลงไปบนที่นอนแล้วโยนตัวตามลงไปทีหลัง เขาถอนหายใจยาวอย่างอ่อนใจ

เขาไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น

คำพูดประโยคเดียวของเขาเท่ากับหนังสือย่อมๆ เล่มหนึ่ง ซึ่งเพื่อนอีกสองคนคงเข้าใจดี

“บ๊ะ!” นายทรรพ อนุพันธ์ อุทาน “เห็นจะออกจากงานอีกแล้วซีนี่”

คนหนุ่มที่มาใหม่พยักหน้า

“ซวยฉิบหายเลย” ทรรพครางต่อไปอีก “ทำไมมาออกจากงานในเวลาไล่ๆ กัน”

ดุสิต สมิโตปกรณ์ เหลือบนัยน์ตาขึ้นข้างบนตอบว่า “นี่แหละมันเป็นสิ่งที่เราเลือกไม่ได้”

ดนัย บุณยเสรี ดิ้นพรวดพราดลงมาจากเก้าอี้หยุดยืนอยู่ตรงหน้านายสมิโตปกรณ์ถามด้วยหน้าตาขึงขัง

“แล้วก็สาเหตุที่ออก เล่าให้เราฟังอย่างละเอียด”

ความสัมพันธ์ ยึดโยง

นักเขียน นักหนังสือพิมพ์

เหมือนกับเป็นเรื่องในนวนิยาย เพียงแต่รายละเอียดที่ ดุสิต สมิโตปกรณ์ แจกแจงสัมพันธ์กับความเป็นจริงบางส่วน

เหมือนกับเป็นบางส่วนของ “นักเขียน”

เพราะว่า ดุสิต สมิโตปกรณ์ คือ นักเขียน อันเป็นเงาสะท้อนหนึ่งจากผู้เขียนคือ “ศรีบูรพา”

กระนั้น ที่มิอาจมองข้าม “ศรีบูรพา” เป็นนามปากกา กุหลาบ สายประดิษฐ์

กลิ่นอายแห่งการแจกแจงอาจเป็นเรื่องของ “คนเขียนหนังสือ” อย่างเด่นชัด แต่ย่อมสัมพันธ์อยู่กับ “บรรณาธิการ”

นั่นคือความสำคัญ นั่นคือความหมาย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การแก้ปัญหาเมือง
นักเขียน กับงาน จาก กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไปยัง ‘ศรีบูรพา’
มายา อวิชชา และมโน! ปัญหาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา
บทเรียน ‘การบริหารจัดการน้ำ’ จาก 10 ประเทศต้นแบบ
พฤษภาเลือด ความตาย บ่อนไก่ สวนลุม จากมุม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
E-DUANG | การเมือง ในสนาม กทม. ฉายภาพ การเมือง ใหญ่
สทน. ครบรอบ 20 ปี เปิด INST2026 ชู “แพทย์-อาหาร-พลังงานสะอาด” เป็นกลไกพัฒนาประเทศ
พลิกยุทธศาสตร์เพื่อนบ้าน | สุรชาติ บำรุงสุข
อย. ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และภาคีเครือข่าย เผาทำลายของกลางผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย 31 ตัน มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท
ส่องลึกอิหร่าน: 10) ฝ่ายค้าน : พวกกษัตริย์นิยมและมูจาฮีดีน
คำถามแห่งศตวรรษ: ระบบทุนนิยมกำเนิดมาได้อย่างไร (1)
วรวงศ์ ชี้ชัด นโนบาย ”ข้าวแกง 40 บาท“ เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แนะ รัฐบาลเลิกแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ให้แก้ปัญหาให้ถูกจุดที่ต้นตอ