bg-single

บทเรียน ‘การบริหารจัดการน้ำ’ จาก 10 ประเทศต้นแบบ

14.07.2026

บทความพิเศษ | จักรกฤษณ์ สิริริน

บทเรียน ‘การบริหารจัดการน้ำ’

จาก 10 ประเทศต้นแบบ

การบริหารจัดการน้ำในเช็กมีรากฐานจากการวางแผนที่ยาวนานและกฎหมายที่เข้มแข็ง รัฐบาลเน้นการผสมผสานโครงสร้างพื้นฐานแบบดั้งเดิม เช่น เขื่อนและระบบท่อกับโครงสร้างสีเขียว เช่น พื้นที่ชุ่มน้ำและป่า เพื่อสร้างความยั่งยืนและลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมในเมืองใหญ่

แนวทางนี้สะท้อนถึงการบูรณาการระหว่างวิศวกรรมกับธรรมชาติที่ได้รับการยอมรับในยุโรปตะวันออก การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวช่วยเพิ่มความสามารถในการดูดซับน้ำและลดแรงกดดันต่อระบบท่อระบายน้ำในเมืองใหญ่ การจัดการน้ำในเช็กยังเชื่อมโยงกับการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับสิ่งแวดล้อม

ซาอุดีอาระเบียซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคที่มีความแห้งแล้งสูง ได้พัฒนาแนวทางการจัดการน้ำแบบบูรณาการ ภายใต้ Vision 2030 และ National Water Strategy 2030 โดยเน้นการรีไซเคิลน้ำเสีย การใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และการลดการพึ่งพาน้ำบาดาล

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการกำหนดนโยบายที่ชัดเจนทำให้ประเทศสามารถรักษาความมั่นคงทางน้ำแม้ในสภาพภูมิอากาศที่ท้าทาย การใช้โรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลขนาดใหญ่ยังเป็นหัวใจสำคัญในการจัดหาน้ำดื่มให้ประชาชน

การจัดการน้ำในซาอุดีอาระเบียจึงเป็นตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาทรัพยากรที่จำกัด

จอร์แดนเป็นอีกประเทศที่มีทรัพยากรน้ำจำกัด แต่สามารถขยายบริการน้ำดื่มที่ปลอดภัยได้อย่างรวดเร็ว รัฐบาลลงทุนในระบบการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพทางการเกษตร และการนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ใหม่

การปรับตัวเชิงนโยบายและการลงทุนในเทคโนโลยีทำให้จอร์แดนเป็นตัวอย่างของประเทศที่สามารถจัดการน้ำได้แม้มีข้อจำกัดทางทรัพยากร การสร้างความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศช่วยให้จอร์แดนเข้าถึงเงินทุนและเทคโนโลยีที่จำเป็นในการพัฒนาระบบน้ำ

การจัดการน้ำในจอร์แดนยังสะท้อนถึงความสำคัญของการสร้างความยืดหยุ่นในสังคมที่เผชิญกับความแห้งแล้ง

บราซิลมีการลงทุนสร้างโรงบำบัดน้ำเสียกว่า 900 แห่ง และใช้ระบบ Septic Tank ในพื้นที่ชนบทเพื่อรักษาคุณภาพน้ำ รัฐบาลยังสนับสนุนระบบน้ำดื่มในพื้นที่แห้งแล้งและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ

แนวทางนี้สะท้อนถึงการจัดการน้ำที่ครอบคลุมทั้งในเมืองและชนบท และการใช้ทรัพยากรน้ำเพื่อการผลิตพลังงาน การพัฒนาเขื่อนขนาดใหญ่ เช่น Itaipu Dam ยังเป็นตัวอย่างของการใช้ทรัพยากรน้ำเพื่อสร้างพลังงานไฟฟ้าและสนับสนุนเศรษฐกิจ

การจัดการน้ำในบราซิลจึงเป็นการผสมผสานระหว่างการรักษาสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจ

เดนมาร์กมีระบบน้ำดื่มที่พึ่งพาน้ำใต้ดินเกือบทั้งหมด และเน้นการป้องกันมลพิษตั้งแต่ต้นทางมากกว่าการบำบัดภายหลัง ระบบน้ำประปาแบบกระจายและอัตราการสูญเสียน้ำที่ต่ำที่สุดในโลกทำให้เดนมาร์กเป็นตัวอย่างของประเทศที่สามารถรักษาคุณภาพน้ำได้อย่างยั่งยืน

การใช้มาตรการควบคุมการใช้สารเคมีทางการเกษตรและการจัดการพื้นที่ป่าไม้ช่วยรักษาความสะอาดของน้ำใต้ดิน การจัดการน้ำในเดนมาร์กยังสะท้อนถึงการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ทรัพยากรธรรมชาติกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

บังกลาเทศเผชิญปัญหาน้ำท่วมและการกัดเซาะตลิ่งเป็นประจำ รัฐบาลมีโครงการขนาดใหญ่ เช่น Padma Barrage และ Teesta Mega Plan เพื่อควบคุมน้ำและใช้เพื่อการชลประทาน แต่ถูกวิจารณ์ว่าก่อผลกระทบต่อระบบนิเวศ

ปัญหาสำคัญอีกประการคือ การรุกล้ำของน้ำเค็มในพื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งเป็นความท้าทายต่อการจัดการน้ำในระยะยาว การสร้างเขื่อนและโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมช่วยลดความเสียหาย แต่ยังคงมีข้อถกเถียงเรื่องผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม การจัดการน้ำในบังกลาเทศจึงเป็นการต่อสู้ระหว่างความจำเป็นทางเศรษฐกิจกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

เวียดนามมีปัญหาน้ำเสียจากนิคมอุตสาหกรรมกว่า 40% ที่ไม่มีระบบบำบัดรวม เหตุการณ์ Formosa Steel ในปี 2016 เป็นตัวอย่างใหญ่ของการรั่วไหลสารพิษลงทะเล รัฐบาลได้ออกกฎหมายเฉพาะด้านน้ำ และกฎหมายสิ่งแวดล้อมเพื่อควบคุมคุณภาพน้ำ

แต่การบังคับใช้ยังเป็นความท้าทาย การลงทุนในระบบบำบัดน้ำเสียและการสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหา การจัดการน้ำในเวียดนามจึงเป็นการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

สหรัฐอเมริกาใช้น้ำวันละ 322 พันล้านแกลลอน โดย 42% เพื่อการเกษตร และ 38% เพื่อโรงไฟฟ้า มีโครงการใหญ่ เช่น Central Valley Project และ State Water Project ในแคลิฟอร์เนีย รวมถึงการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เซ็นเซอร์ตรวจคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์ และระบบเตือนภัยน้ำท่วม

การจัดการน้ำในสหรัฐจึงเป็นการผสมผสานระหว่างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ การใช้กฎหมาย Clean Water Act ยังเป็นกรอบสำคัญในการควบคุมคุณภาพน้ำ การจัดการน้ำในสหรัฐจึงสะท้อนถึงการใช้กฎหมายและเทคโนโลยีเพื่อสร้างความมั่นคงทางน้ำ

อินโดนีเซียพึ่งพาน้ำใต้ดินถึง 46% แต่การใช้มากเกินไปทำให้เกิดการทรุดตัวของดินและน้ำทะเลรุกล้ำ รัฐบาลผลักดัน Integrated Urban Water Management เพื่อแก้ปัญหาน้ำในเมืองใหญ่ แม้ครัวเรือนกว่า 90% มีน้ำดื่มที่เพียงพอ

แต่เพียง 11.9% เท่านั้นที่จัดว่า “ปลอดภัย” ตามมาตรฐานสากล การจัดการน้ำในอินโดนีเซียจึงต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ การสร้างระบบบำบัดน้ำเสียและการควบคุมการใช้น้ำใต้ดินเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหา

เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีพื้นที่กว่า 26% ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล และมีระบบ Delta Works และเขื่อนกั้นน้ำทะเลที่ซับซ้อนที่สุดในโลก หน่วยงาน Rijkswaterstaat และ Water Boards ดูแลทั้งการป้องกันน้ำท่วม คุณภาพน้ำ และการบำบัดน้ำเสีย

ระบบการจัดการน้ำของเนเธอร์แลนด์ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแบบอย่างระดับโลก การใช้โครงสร้างพื้นฐานขั้นสูงและการมีส่วนร่วมของประชาชนช่วยทำให้ประเทศแก้ปัญหาน้ำท่วมได้

จะเห็นได้ว่าทั้ง 10 ประเทศมีความหลากหลายในการบริหารจัดการน้ำตามบริบททางภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และสังคม

เช็กและเดนมาร์กเน้นการป้องกันมลพิษและการใช้โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว

ซาอุดีอาระเบียและจอร์แดนเน้นการใช้เทคโนโลยีและการรีไซเคิลน้ำเสียเพื่อรับมือกับความแห้งแล้ง

บราซิลและสหรัฐอเมริกาใช้โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อรองรับความต้องการน้ำในภาคเกษตรและพลังงาน

บังกลาเทศและเวียดนามเผชิญกับความท้าทายจากน้ำท่วมและมลพิษทางอุตสาหกรรม

อินโดนีเซียต้องรับมือกับการทรุดตัวของดินและน้ำทะเลรุกล้ำ

เนเธอร์แลนด์เป็นตัวอย่างของการจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในโลก

สิ่งที่เชื่อมโยงประเทศเหล่านี้ คือการตระหนักถึงความสำคัญของน้ำในฐานะทรัพยากรที่จำกัดและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการพัฒนาเศรษฐกิจ

การจัดการน้ำจึงไม่ใช่เพียงเรื่องเทคนิค แต่เป็นเรื่องของการสร้างสมดุลระหว่างความต้องการของมนุษย์กับการรักษาสิ่งแวดล้อม การมีนโยบายที่ชัดเจน การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การจัดการน้ำประสบความสำเร็จ

บทเรียนสำคัญจากประเทศเหล่านี้คือการจัดการน้ำต้องอาศัยการบูรณาการหลายด้าน ทั้งนโยบาย กฎหมาย เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และการมีส่วนร่วมของประชาชน

การสร้างความยั่งยืนในการจัดการน้ำไม่สามารถทำได้โดยพึ่งพาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการรักษาสิ่งแวดล้อม การจัดการน้ำจึงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องการความร่วมมือในระดับโลก



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน