สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน

รายงานของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนป ว่าด้วยอนาคตที่เราเลือก (A future we choose) ฉบับล่าสุด ในบทที่ 2 เป็นบทสรุปทิศทางและแนวโน้มของสิ่งแวดล้อม อากาศ ผืนแผ่นดินและดิน มหาสมุทรและชายฝั่ง น้ำจืด วิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อมิติทางเศรษฐกิจและสังคม ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนด้านภูมิศาสตร์และอนุภูมิภาค

ในเรื่องอากาศ ยูเนประบุว่า ชาวโลกยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องแม้ 195 ประเทศเห็นพ้องว่า จะต้องร่วมกันลดการปล่อยก๊าซพิษเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 และภายใน 9 ปีข้างหน้าต้องลดการปล่อยก๊าซพิษให้ได้ 12 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับปี 2562 แต่ปริมาณก๊าซพิษที่สะสมในชั้นบรรยากาศโลกขณะนี้สูงกว่าระดับความปลอดภัย (safe level)

ระดับความปลอดภัยของก๊าซพิษในชั้นบรรยากาศโลกจะต้องไม่เกิน 350 ส่วนต่อล้านส่วนหรือพีพีเอ็ม (part per million) แต่ ณ วันที่ 19 มกราคม 2569 ปริมาณก๊าซพิษอยู่ที่ 428.4 พีพีเอ็ม เมื่อเทียบกับ 36 ปีที่แล้วปริมาณก๊าซพิษเพิ่มขึ้น 78.4 พีพีเอ็ม

ประเทศที่ปล่อยก๊าซพิษในปริมาณมากยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน ยุโรป เฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 6.4 ตันของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ฉะนั้น จึงกล่าวได้ว่า เป้าหมาย Net Zero ยังอยู่ไกลเกินเอื้อม แนวโน้มอุณหภูมิโลกจะพุ่งสูงเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียสอย่างแน่นอน ถ้าทุกประเทศในโลกใบนี้ยังไม่รักษาคำมั่นสัญญาและใช้นโยบายควบคุมการปล่อยก๊าซพิษอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

อย่างที่ทราบกันดีว่า ก๊าซพิษในชั้นบรรยากาศโลกที่มีปริมาณเข้มข้นเกินระดับความปลอดภัย ส่งผลกระทบกับชาวโลกโดยตรงมานานหลายสิบปีแล้ว จากเดิมที่เรียกว่ากันว่าปรากฏการณ์โลกร้อนวันนี้กลายเป็นปรากฏการณ์โลกเดือด

อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นทำลายสถิติเดิมมาหลายทศวรรษ นำไปสู่เหตุการณ์คลื่นความร้อนครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก แต่ละปีมีคนเสียชีวิตเพราะอากาศร้อนสุดขีดเป็นจำนวนมาก

สถิติเมื่อปี 2566 อุณหภูมิร้อนสุดขีด ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 21? C สูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2547-2553 ราว 0.81? C คลื่นความร้อนเป็นส่วนสำคัญทำให้ชาวโลกเสียชีวิตมากกว่า 178,000 คน หรือเทียบเท่า 23 คนต่อ 1 ล้านคน ในยุโรปตอนใต้และตอนกลางมีผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนมากที่สุด

อุณหภูมิร้อนสุดขีดยังมีผลทำให้พื้นที่ส่วนต่างๆ ของโลกประสบภาวะภัยแล้ง บางแห่งเผชิญกับวิกฤตภัยแล้งนานมากอย่างเช่นในทวีปแอฟริกาฝั่งตะวันออกและภาคใต้ มีผู้ประสบภัยจากภาวะขาดแคลนอาหารและน้ำกว่า 90 ล้านคน

ในปี 2567 ภัยแล้งมีผลต่อการเพาะปลูก ไร่ข้าวโพด ข้าวสาลีในพื้นที่ประเทศเอธิโอเปีย ซิมบับเว แซมเบีย มาลาวีเสียหายอย่างหนัก ผลผลิตลดฮวบกว่า 70% ราคาข้าวโพดที่นั่นแพงเป็นเท่าตัว และปศุสัตว์กว่า 9,000 ตัวตายเพราะไม่มีน้ำและอาหาร

เฉพาะในโซมาเลียประเทศเดียวมีผู้เสียชีวิตเพราะภัยแล้งราว 43,000 คน

ในยุโรปตอนใต้ เผชิญวิกฤตภัยแล้งเช่นกัน อย่างสเปนขาดแคลนน้ำอย่างหนักทำให้พื้นที่เพาะปลูกเสียหาย แหล่งท่องเที่ยวต้องปิดตัวลง การผลิตน้ำมันมะกอกลดลง 50% ราคาน้ำมันมะกอกพุ่งเป็นเท่าตัว

ส่วนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญภาวะแห้งแล้งไม่น้อยหน้ากว่าที่อื่นๆ ของโลก มีผลกระทบต่อการผลิตข้าว กาแฟและน้ำตาล ระหว่างปี 2566-2567 ภัยแล้งมีผลต่อไทยและอินเดีย ผลผลิตพืชเกษตรลดลง 8.9%

อากาศร้อนจัดทำให้เกิดไฟป่า นำไปสู่ปัญหาฝุ่นพิษ พีเอ็ม 2.5 มีผลกระทบต่อสุขภาพ ในบ้านเราปัญหาฝุ่นพิษ พีเอ็ม 2.5 กลายเป็นประเด็นที่ประชาชนต่างพากันเรียกร้องให้พรรคการเมืองที่จะเข้ามาบริหารประเทศ หาวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม เนื่องจากปัญหาฝุ่นพิษเกิดขึ้นทุกปีวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระทบต่อการทำงาน การเรียนการสอน นักท่องเที่ยวลดลง

รายงานของธนาคารโลกเมื่อปี 2565 ระบุว่า คนไทยเสียชีวิตจากฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เฉลี่ย 57 คนต่อประชากร 1 แสนคน เกิดความเสียหายต่อสุขภาวะ 26,260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8 แสนล้านบาท โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ปัญหาฝุ่นพิษเกิดความเสียโอกาสทางเศรษฐกิจเฉลี่ยเดือนละ 3,000 ล้านบาท

การเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนไปสู่ภาวะสุดขั้ว นอกจากร้อนสุดขีดแล้วยังเกิดพายุรุนแรงมีความถี่ของการเกิดมากขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิสูงขึ้น น้ำทะเลระเหยเร็วขึ้นมากขึ้น ความชื้นในชั้นบรรยากาศโลกเพิ่มขึ้นทำปฏิกิริยากับก๊าซพิษ เกิดฝนตกหนัก ตกนานปริมาณน้ำฝนมากเกินกว่าปกติ

พายุไต้ฝุ่น พายุไซโคลน หรือพายุเฮอร์ริเคน ยกระดับความรุนแรงกลายเป็นพายุมรณะ สังหารผู้คนทำลายทรัพย์สินบ้านเรือนพังยับเยิน ผู้คนต้องอพยพเคลื่อนย้ายหนีภัย มีผลกระทบต่อการบริหารจัดการของรัฐบาลและท้องถิ่น

แต่ละปีมีพายุเกิดขึ้นทั่วโลก ราว 217 ลูก ปัจจุบัน พายุเพิ่มระดับความรุนแรงทั้งกระแสลมมีความเร็วสูงขึ้น เวลาก่อตัวจนสลายนานกว่าเดิม มีผลกระทบต่อชาวโลกราว 20 ล้านคน เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 51,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 1.6 ล้านล้านบาท

ผืนแผ่นดินและดิน (Land and Soils) เป็นอีกบทที่ปรากฏในรายงานของยูเนป ซึ่งระบุว่า ความเสื่อมโทรมของผืนแผ่นดินและดินราว 20-40 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่บนบกของโลก มีผลต่อการดำรงชีพของชาวโลกอย่างน้อยๆ 40%

เทียบความเสื่อมของผืนแผ่นดินและกับสนามฟุตบอล ทุกๆ วินาทีดินบนโลกใบนี้เสื่อมลง 4 สนามฟุตบอลหรือปีละ 4 ล้านตารางกิโลเมตร นี่เป็นอีกปัจจัยเสี่ยงจะทำให้ผิวดินของโลกใบนี้กลายเป็นทะเลทราย

คงไม่ต้องมีคำถามว่าอะไรเป็นสาเหตุกระตุ้นให้ดินเสื่อม ก็มนุษย์นี่แหละ มนุษย์ต้องการผืนดินและใช้ดินเพื่อเพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร เลี้ยงสัตว์ ขยายเมือง ทำถนนหนทาง สร้างเขื่อน โรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม ยิ่งประชากรมนุษย์เพิ่มมากเท่าไร การรุกคืบเข้าไปในผืนป่าแปลงเป็นผืนดินสำหรับเมืองยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

ช่วง 6 ทศวรรษ ระหว่างปี 2503-2563 การขยายตัวของเมืองด้วยแรงขับจากการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างรวดเร็วมาก ถ้าวัดด้วยจีดีพีหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ จีดีพีโลก ( Global GDP) พุ่งกระฉูดถึง 7,000 เปอร์เซ็นต์

แน่นอนว่า ในกลุ่มประเทศตะวันตกรวมถึงสหรัฐมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุด จีดีพีต่อหัวของกลุ่มยุโรปตะวันตกในปี 2503 ตกเฉลี่ย 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทะลุเป็น 45,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อหัวในปี 2563 ช่วงปีเดียวกันทวีปแอฟริกา มีไม่ถึง 5 ดอลลาร์สหรัฐ และแม้เวลาล่วงผ่านมาถึง 60 ปีแล้ว ตัวเลขจีดีพีต่อหัวในทวีปแอฟริกาขยับเพียงนิดเดียวแต่ไม่ถึง 5 ดอลลาร์สหรัฐ

การเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกมีผลกระทบต่อทุกส่วนตั้งแต่ผืนป่า ผิวดิน น้ำ อากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ วันนี้พื้นผิวโลก 70% เปลี่ยนสภาพเพราะฝีมือมนุษย์ การแย่งชิงผืนดินผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์จะมีมากขึ้น ยูเนปคาดการณ์ว่า ในอีก 24 ปีข้างหน้า ผืนป่าและผืนดินที่อุดมสมบูรณ์เหลืออยู่แค่ 10%

ในช่วงการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ผืนป่าผืนดินเปลี่ยนสภาพ สัตว์ป่าและพืชพรรณราว 200,000 สายพันธุ์อาจจะสูญพันธุ์ในปลายศตวรรษนี้

ยูเนปฉายภาพให้เห็นว่า ถ้าชาวโลกเดินย่ำในเส้นทางเดิมๆ เส้นทางที่ใช้พลังงานเช่นฟอสซิล เผาไหม้แล้วเกิดก๊าซพิษ ถางป่าโค่นต้นไม้อย่างมโหฬารเพื่อเอาผืนดินมาสร้างเมือง ปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารโดยไม่สนใจว่าดินเสื่อม สิ่งแวดล้อมพังยับเยิน ชาวโลกต้องเผชิญกับวิกฤตอากาศ วิกฤตน้ำดินซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้ต่อไป หรือจะเลือกเดินทางใหม่ ทางที่อนาคตสดใสกว่าทางเลือกที่ว่านั้นเป็นอย่างไร สัปดาห์หน้ามาว่ากัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!