Technical Time-Out | SearchSri
ปี 2026 เพิ่งเริ่มต้นไม่กี่สัปดาห์ สก็อตตี้ เชฟเฟลอร์ โปรกอล์ฟชายหมายเลข 1 ของโลกชาวอเมริกัน ก็สานต่อความร้อนแรงของตัวเองด้วยการคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการ ดิ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส ไปครอง โดยทิ้งห่างอันดับสองถึง 4 สโตรก
นอกจากชัยชนะนี้จะยิ่งทำให้เชฟเฟลอร์ครองบัลลังก์มือ 1 ของโลกอย่างเหนียวแน่นแล้ว ยังยิ่งตอกย้ำสถานะ “ไร้เทียมทาน” เหนือเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆ ณ เวลาปัจจุบันได้อย่างชัดเจน
จึงอดไม่ได้ที่บรรดาสื่อจะนำชื่อของเขาไปเปรียบเทียบกับตำนานสะวิงของ 2 ยุค อย่าง ไทเกอร์ วู้ดส์ และ แจ็ค นิคลอส ว่าด้วยตัวเลขและสถิติต่างๆ

แชมป์ดิ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส นับเป็นแชมป์พีจีเอทัวร์รายการที่ 20 ของเชฟเฟลอร์ ทำให้เขาได้รับสมาชิกภาพตลอดชีพของทัวร์ตามกฎ ซึ่งด้วยวัย 29 ปี
เขากลายเป็นนักกอล์ฟคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์ได้ 20 รายการ และแชมป์เมเจอร์ 4 รายการ ได้ก่อนอายุ 30 ปี
โดย 2 คนที่เคยทำได้ก่อนหน้าเขาก็คือนิคลอสและไทเกอร์นั่นเอง
หากวัดกันในเรื่อง “ความเร็ว” โดยยึดจำนวนวันเป็นเกณฑ์ เชฟเฟลอร์ใช้เวลาเร็วที่สุดอันดับ 2 ตลอดกาล โดยใช้เวลาจากการคว้าแชมป์แรกเมื่อปี 2022 ถึงแชมป์ที่ 20 รวม 1,442 วัน มีเพียงไทเกอร์เท่านั้นที่ใช้เวลาน้อยกว่า คือ 1,351 วัน
แต่ถ้านับ “ความเร็ว” โดยยึดจำนวนทัวร์นาเมนต์ที่เข้าร่วมเป็นเกณฑ์ เชฟเฟลอร์ถือว่าเร็วสุดอันดับ 3 โดยคว้า 20 แชมป์ จากการเข้าร่วมทั้งสิ้น 151 รายการ
ขณะที่ไทเกอร์นำเป็นอันดับ 1 ได้ 20 แชมป์จากการเข้าร่วม 95 รายการและนิคลอสทำได้ในการเล่น 127 รายการ
ปีที่แล้ว เชฟเฟลอร์คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์ได้ 6 รายการ เป็นผลงานร้อนแรงต่อเนื่องจากเมื่อปี 2024 ซึ่งเขาทำได้ 7 รายการ ทำให้เชฟเฟลอร์เป็นนักกอล์ฟคนที่ 4 นับตั้งแต่ปี 1960 ต่อจากไทเกอร์, นิคลอส และ อาร์โนลด์ พาลเมอร์ ที่คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์ได้อย่างน้อย 6 รายการ 2 ฤดูกาลต่อเนื่องกัน
นอกจากนี้ เขายังเป็นนักกอล์ฟคนที่ 3 ต่อจากไทเกอร์ วู้ดส์ และ รอรี่ แม็คอิลรอย โปรดังชาวไอร์แลนด์เหนือ ที่ทำเงินรางวัลสะสมได้ถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (32,000 ล้านบาท) ซึ่งสถิตินี้นักกอล์ฟรุ่นใหม่ย่อมได้เปรียบกว่านักกอล์ฟรุ่นเก่าๆ เนื่องจากยอดเงินรางวัลยุคนี้เพิ่มขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก
ความสำเร็จต่อเนื่องทำให้เชฟเฟลอร์คว้ารางวัล นักกอล์ฟยอดเยี่ยมของพีจีเอทัวร์ ถึง 4 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2022-2025 เป็นคนแรกนับตั้งแต่ไทเกอร์ วู้ดส์ ที่ผูกขาดรางวัลติดต่อกันขนาดนี้
อันที่จริง ในแง่ผลงานในสนาม เชฟเฟลอร์ถือว่าครองความยิ่งใหญ่ตลอด 2-3 ปีหลัง กุญแจสำคัญคือเกมที่ครบเครื่องและการรักษามาตรฐานการเล่นได้ดีสม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม เหตุผลสำคัญที่แฟนกอล์ฟอาจจะยังไม่พร้อมเทียบเขากับตำนานในอดีตอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของไทเกอร์ วู้ดส์ นั้น อาจจะเป็นเรื่อง “สตาร์เพาเวอร์” ที่ยังไม่เท่า
สมัยไทเกอร์ครองความยิ่งใหญ่ เขามีออร่าของซูเปอร์นักกีฬาที่อยู่เหนือคนอื่นไปอีกขั้น เป็นความรู้สึกน่าเกรงขาม และชวนให้คนสนใจติดตาม ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้เป็นแฟนกอล์ฟหรือแฟนกีฬาก็ตาม
ในช่วงที่เจอกับวิกฤตส่วนตัวอย่างข่าวอื้อฉาวภายในครอบครัว รวมถึงอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ทำให้เจ็บหนัก ออร่าไร้เทียมทานอาจจะหมดไป แต่ไทเกอร์ก็ยังดึงความสนใจจากสื่อและแฟนๆ ได้ทุกครั้งที่กลับมาลงแข่งขัน

สําหรับเชฟเฟลอร์ อาจจะยังไปไม่ถึงสถานะของไทเกอร์ในแง่ความเป็นซูเปอร์สตาร์ แต่ในด้านกีฬา โดยเฉพาะผลงานในสนาม ถือว่าเขาอยู่ในจุดที่น่าติดตามอย่างยิ่งว่าจะสามารถท้าทายสถิติมากมายที่บรรดาตำนานกอล์ฟสร้างไว้ได้มากน้อยขนาดไหน
ปัจจุบัน สถิติแชมป์พีจีเอทัวร์สูงสุดตลอดกาลอยู่ที่ 82 รายการ ซึ่งเป็นสถิติที่ไทเกอร์ครองร่วมกับ แซม สนีด ตำนานสะวิงผู้ล่วงลับ ขณะที่สถิติแชมป์เมเจอร์สูงสุดตลอดกาลเป็นของแจ็ค นิคลอส ที่ 18 รายการ ขณะที่ไทเกอร์ทำสถิติสูงสุดอันดับ 2 ที่ 15 รายการ
ปีที่แล้ว ในจำนวน 6 แชมป์ของเชฟเฟลอร์ เป็นแชมป์เมเจอร์ถึง 2 รายการ มาปีนี้แค่เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์แรกของปี เขาก็คว้าแชมป์ไปครองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
น่าติดตามอย่างยิ่งว่าด้วยวัยย่าง 30 ปี เชฟเฟลอร์จะสร้างผลงานโดดเด่นต่อเนื่องอีกขนาดไหน
อาจจะไม่ร้อนแรงหวือหวาในแง่พื้นที่สื่อ แต่ในเรื่องตัวเลขและสถิติแล้ว เรียกว่าเขามีลุ้นจารึกชื่อในประวัติศาสตร์วงการกอล์ฟโลกไม่มากก็น้อยทีเดียว!
