bg-single

เรื่องรักธรรมดา | เรื่องสั้น : วิฬาร์เอง

13.02.2026

1.

คุณจะรู้บ้างไหม ว่าผมรู้สึกสมเพชไปกับคุณ แวบแรกที่เห็นรูปถ่ายพรีเวดดิ้งในกรอบสไตล์โมจิบานนั้น มันถูกแขวนประดับไว้ตรงผนัง ตำแหน่งที่เมื่อใครๆ เดินเข้ามาภายในห้องโถงต้อนรับจะสามารถเห็นมันเป็นสิ่งแรก จริงอยู่ แม้ขณะที่ผมมองรูปถ่ายในกรอบบานนี้ ผมกำลังใช้นิ้วถ่างจากจอสมาร์ตโฟนในไอจีส่วนตัวของคุณที่โพสต์ไว้เมื่อสองวันก่อน หาใช่การเดินล่วงล้ำเข้าไปในสถานที่ต้นทาง แต่ทำไมผมจะจดจำรายละเอียดต่างๆ นั้นไม่ได้ ผนังผืนที่ว่าเป็นปูนเปลือยสไตล์ลอฟต์ กว้างราวห้าเมตรที่ถูกตัดแบ่งพื้นที่ให้เฉียงขึ้นไปตามประโยชน์ใช้สอย ด้วยขั้นบันไดท็อปไม้สีบีช แต่ละขั้นตกแต่งด้วยการจัดเรียงทั้งหนังสือวรรณกรรม หนังสือออกแบบบ้านและสวน หนังสือประวัติศาสตร์สารพัด หนังสือเกี่ยวกับศิลปะหลากหลายแขนง ซึ่งมันบ่งบอกรสนิยมเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี หรืออีกนัย เจ้าของบ้านเองอาจจงใจโอ่อวดรสนิยม

ในระหว่างหนังสือเหล่านั้นบนบันไดขั้นที่สาม โหลแก้วขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราวสี่สิบเซนติเมตร ที่คุณซื้อให้ผมพร้อมปลาทองสองตัวเป็นของขวัญวันครบรอบ…จะครบรอบห่าเหวอะไรผมไม่สนใจจะจำแล้ว ที่มองเห็นเวลานี้ เหลือเพียงแค่โหลบรรจุไว้ด้วยหินกรวดสีขาวเปื้อนคราบตะไคร่เขียวแห้งกรังค้างก้น กับความทรงจำว่างเปล่าลอยเอื่อยอยู่ในนั้น สูงขึ้นไปเกือบชิดฝ้าเพดาน แชนเดอเลียร์ไม้ไผ่สานมีเยื่อกระดาษพรางแสงหลอดไฟ ที่เราไปเดินเลือกซื้อกันในร้านเฟอร์นิเจอร์ตลาดนัดสวนจตุจักร ยังห้อยต่องแต่ง เป็นสักขีพยานวันวานหวานชื่น อยู่ตรงส่วนกลางของห้องไม่เปลี่ยนแปลง

กลับมาที่การมองดูคนทั้งสองในกรอบรูป เจ้าสาวหน้าตาจิ้มลิ้มผิวขาวออกไปทางซีด ดูอ่อนวัยกว่าคุณราวสิบปี ในชุดเจ้าสาวสีขาวดั่งเจ้าหญิง ละมุนละไม ช่างฝัน และฉอเลาะ เธอหันหน้าขึ้นสบตากับคุณที่อยู่ในชุดเจ้าบ่าวแบบสากลสีขาวเช่นกัน ด้วยรอยยิ้มแบบที่บอกว่ารักกันสุดซึ้ง

โทนของภาพโดยรวมดูอบอุ่นฟุ้งฝัน มันผิดกับคุณที่ผมรู้จักจนอยากแค่นหัวเราะให้หายบ้า พร้อมๆ กับความสะทกสะท้อนในหัวอกที่เอ่อขึ้นจากความริษยา ชิงชัง หรือความพ่ายแพ้ก็ยากแยกแยะ นึกปลอบใจตัวเอง ถึงวันนี้ทุกอย่างที่เคยเป็นเรา มันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว และนั่น ผมยิ่งอยากหัวเราะให้ดังขึ้นไปอีกหนึ่งระดับเสียง เพราะมันไม่ใช่แค่ความเป็นเราที่ไม่หลงเหลือ แม้แต่ตัวคุณ ผมก็ไม่มั่นใจ ว่ามันจะหลงเหลืออะไรในความเป็นตัวเองอยู่บ้าง ก็คุณเองไม่ใช่หรือที่เคยบอกเกลียดการเข้าสตูดิโอถ่ายเวดดิ้งอย่างเข้าไส้… “เฟก ดัดจริต” เป็นคำที่คุณเคยพูด

แต่เรื่องนี้ ผมอาจคิดผิด

2.

ในสายตาคนที่มองเข้ามาเห็นความเป็นคุณ เขาจะเห็นชายหนุ่มสมถะผู้นิ่งงัน อย่างน้อยก็นิ่งในตอนที่ผมเริ่มสนใจทำความรู้จัก บุคลิกแบบนี้เอง กับการแต่งตัวในสไตล์ที่ยุคสมัยเรียก มินิมอลลิสม์ รวมถึงทรงผมเซอร์ๆ ยาวคลุมต้นคอ ทำให้คุณดูเหมือนคนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ทั้งหมดรับกันได้ดีกับตอหนวดแหลมๆ ประดับใบหน้าไม่ให้ดูจืดชืดเกินควร ไม่น่าแปลก ชายวัยปลายสามสิบ หรืออาจเรียกวัยที่ความสำเร็จกำลังรออยู่ตรงหน้าอย่างคุณ จะมีสาวน้อยสาวใหญ่ที่บังเอิญได้ติดต่องานด้วย ต่างพากันปลื้มปริ่ม ไม่เว้นแม้แต่ผม

ในฐานะมัณฑนากรหนุ่มของบริษัทรับออกแบบอันดับต้นๆ คุณมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมต่อแนวความคิดการงาน แถมวาทศิลป์ที่ดูอบอุ่นน่าเชื่อถือ มันยังทำให้ใครต่อใครยอมรับผลงานของคุณ ซ้ำรางวัลจากการออกแบบหลายชิ้น ที่ทางสมาคมเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมมอบให้เป็นสิ่งการันตี อาจด้วยเรื่องของงาน ทำให้เรารู้จัก เมื่อวันหนึ่งผมต้องนำตัวอย่างวัสดุสังเคราะห์สำหรับงานตกแต่ง ผนัง ฝ้า เพดาน ฯลฯ ไปเสนอในบริษัทที่คุณเป็นเจ้าของ และเมื่อตัดสินใจเลือกใช้ จากนั้นเราจึงได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น

คุณเป็นคนติดบ้าน (แน่ละซี่ ก็บ้านคุณน่าอยู่ขนาดนั้น) บ่ายวันแรกที่ผมไปบ้านคุณหลังจากที่เราพบกันข้างนอกราวสามสี่ครั้ง คุณต้อนรับด้วยชาเขียวมัตจะหอมกรุ่น ด้วยความละเมียดละไมในฝีมือการตีผงชาจนละเอียดเนียนของเจ้าบ้าน เสิร์ฟมาพร้อมไดฟูกุรสชาเขียว ขนมแป้งโมจิเหนียวนุ่มสอดไส้ถั่วแดง ได้จากซูเปอร์มาร์เก็ตในละแวก ทั้งหมดเข้ากันดีกับเพลงบรรเลงฟังแปลกหู มันส่งท่วงทำนองมาจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง คุณบอกชื่อศิลปิน คิตาโร นักดนตรีชาวญี่ปุ่น ผู้เปรียบเสมือนมาสเตอร์ในแนวดนตรีอิเล็กทรอนิกา โฟล์ก คลาสสิก นิวเอจ โดยการผสมผสาน หรือทดลองให้เกิดแนวดนตรีใหม่ขึ้น ทั้งบรรยากาศกึ่งร่มรื่นกึ่งเป็นระเบียบแบบแผน ในสไตล์มินิมอลของสวนหย่อมขนาดราวยี่สิบตารางเมตร ตรงบริเวณห้องรับรอง การสนทนาของเราในหนนี้หลุดกรอบจากเรื่องงานไปแล้ว อันที่จริงต้องพูดว่าก่อนหน้านี้ที่เราพบกัน เรื่องงานก็เป็นแค่สิ่งบังหน้า

นึกย้อนไปถึงตอนที่คุณนัดพบผมในคาเฟ่แห่งหนึ่ง น่าจะเป็นหนที่สอง แค็ตตาล็อกวัสดุที่ผมหยิบติดมือไปคล้ายไม่อยู่ในความสนใจ มันเป็นเพียงวัตถุพยานว่าระหว่างผมกับคุณ มีอะไรบางชนิดที่เป็นมากกว่านั้น และเราสองคนต่างรู้แก่ใจกันดี คล้ายสัญชาตญาณในตัวถูกปลุกเร้า เคมีในร่างกายแล่นพล่านทั่วสรรพางค์ สัมผัสทางกายเพียงอย่างเดียวที่รู้กันระหว่างเราคือสายตา แต่เพียงแค่นั้น มันก็สื่อสารสิ่งที่อยู่ภายในออกมาได้หมดจด

เมื่อคุณอยู่ภายในอาณาจักรของตัวเอง คล้ายบุคลิกความนิ่งเงียบยิ่งเปล่งประกาย มันประกอบไปด้วยความสุขุม อารมณ์อ่อนโยน สงบเย็น ขี้เล่น แต่ก็แฝงอำนาจลึกลับอยู่ในที ทั้งหมดคล้ายเชิญชวนผมให้อยากทะลุทะลวงเข้าไปในคุณ หรืออาจเป็นผมเองที่อยากให้คุณทะลุทะลวงเข้ามา

แล้วก็เป็นค่ำคืนนั้น ที่เราบรรลุวัตถุประสงค์ของหัวใจ

หลังบ่าย จนถึงอาหารค่ำ บทสนทนาแม้น้อย แต่กลับมาก และเติมเต็มความสัมพันธ์ คุณเป็นลูกชายคนโตในครอบครัวชนชั้นกลาง ที่พ่อกับแม่ประกอบธุรกิจเครื่องประดับจนสามารถยกฐานะให้มีกินมีใช้ไปอย่างสบายๆ อาจด้วยความที่คุณเป็นคนไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับตัวเลขหรือการค้าขาย โชคดีพ่อกับแม่ปล่อยอิสระ คุณจึงได้เลือกเรียนในสาขาวิชาที่ชอบ เรื่องนี้อาจเพราะทั้งสองมองเห็นแววลูกสาวคนเล็ก หรือน้องสาวคนเดียวของคุณ น่าจะเป็นความหวังในการสืบทอดกิจการของครอบครัวได้ดีกว่า

หลังเรียนจบ คุณเข้าทำงานในบริษัทออกแบบตกแต่งอยู่ได้ราวสี่-ห้าปี ก่อนพาเอาประสบการณ์ที่ได้มาเปิดบริษัทเป็นของตัวเองจนถึงปัจจุบัน ซึ่งคุณก็สามารถทำให้มันยืนอยู่แถวหน้าของวงการการออกแบบได้อย่างดีเสียด้วย ถึงวันนี้ดูเหมือนเส้นทางแห่งการงานของคุณได้บรรจุอยู่ในพจนานุกรมคำว่าประสบผลสำเร็จได้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

3.

ผมรู้จักตัวเองอย่างแจ่มกระจ่างตั้งแต่เรียนชั้นประถมปลาย ตุ๊ดคือสรรพนามที่ไอ้พวกแก๊งเด็กผู้ชายจอมทโมนในห้องใช้เรียกล้อ กระโดดหนังยาง หม้อข้าวหม้อแกง แต่งตัวตุ๊กตากระดาษ แค็ตตาล็อกเครื่องประดับ น้ำหอมราคาถูก ฯลฯ นานาเหล่านี้ล้วนคือความรื่นรมย์ของผมและกลุ่มเพื่อนผู้หญิง แม้ลูกชายคนเดียวในครอบครัวฐานะกลางๆ อย่างผมจะมีพฤติกรรมไม่ตรงปกกับเพศกำเนิด แต่โชคดีที่พ่อกับแม่เข้าใจ และยอมรับได้ ว่ากันตามจริงทั้งสองค่อนข้างหัวสมัยใหม่ เรื่องรสนิยมผิดเพี้ยนทางเพศเป็นธรรมชาติที่นอกเหนือการควบคุม นั่นแหละ ผมจึงใช้ชีวิตได้อย่างอิสรเสรีอย่างที่เด็กคนหนึ่งจะมี โดยไม่เกิดแรงกดดันจนออกนอกลู่นอกทาง เมื่อโลกหมุนเหวี่ยงมาถึงยุคนี้ ใครกันยังด้อยค่ารสนิยมทางเพศ

ผมมีความสุขอยู่กับวันเวลาตามช่วงวัย ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย กระทั่งจบ จนเข้าวัยทำงาน ถามว่าแต่งหญิงไหม ก็มีบ้างเมื่อปาร์ตี้ หรือสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนเพศเดียวกัน เวลางานหรือห้วงยามปกติผมจะแต่งชาย แต่เพื่อนร่วมงาน หรือใครๆ ต่างก็รู้เพศสภาพแท้จริง I don’t care พูดในใจกับตัวเองพร้อมยักไหล่ มองบน เบะปากนิดพองาม นั่นเพราะผมมุ่งมั่นกับงานเซลส์ขายวัสดุตกแต่งบ้านที่ทำ และมั่นใจด้วยว่ามีความสามารถทำได้ดี ยืนยันจากยอดขายกับรางวัลพนักงานดีเด่น ตามมาติดๆ ด้วยตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายที่ใช้เวลาเพียงสองปีก็ก้าวถึง

มองจากสายตาภายนอก ผู้คนส่วนมากมักตีตราเพศสภาพแบบผมว่าเป็นพวกจ้องแต่จะหาสิ่งกล้วยๆ มากิน รักแท้อะไรนั่นเป็นเพียงความโรแมนติกดาดๆ หรือจะให้พูดแบบไม่รักษาน้ำใจต้องบอก “ใครจะมารักจริง” เรื่องนี้ทั้งสร้างความขุ่นเคืองอย่างดอกทอง และความน้อยเนื้อต่ำใจให้ผมอยู่บ้าง แต่ก็อย่างที่ว่า I don’t care เอาเข้าจริง จนถึงวันนี้ผมยังไม่เคยมอบความรักให้ใคร พวกผู้ๆ ที่ผ่านเข้ามาก็เพียงขนมหวานแก้เลี่ยนเอียนให้ชีวิต เบื่อผมก็แค่ทิ้ง และหาใหม่ อย่าหวังเรื่องสายใยรัดร้อยอะไรพรรค์นั้น

จนกระทั่ง…

4.

เราใช้เวลาเรียนรู้กันไม่ทันถึงปี ผมก็ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านคุณ ต่อเรื่องนี้ผมค่อนข้างแปลกใจ โดยส่วนตัวก็อย่างที่บอก ผมไม่แคร์สายตาใครอยู่แล้ว กลับกันทางฝั่งคุณ พ่อแม่ น้องสาว เพื่อนๆ และลูกน้องในบริษัท คุณกล้าหาญพอจะเปิดเปลือยตัวตนได้อย่างไร ในเมื่อความเป็นคุณก่อนหน้า ไม่มีวี่แววบ่งบอกความเป็น LGBT ทั้งบรรดาสาวๆ ที่คอยส่งสายตากะลิ้มกะเหลี่ยให้คุณนั่นก็อีก คงเงิบกันไปเป็นแถวๆ เรื่องนี้สารภาพว่าผมเองแอบสะใจอยู่ลึกๆ

เมื่ออยู่ร่วม เราแบ่งบทบาทเรื่องชีวิตคู่กันอย่างชัดเจน คุณเป็นพ่อบ้าน หรือหัวหน้าครอบครัว ผมเป็นภรรยา คอยดูแลเรื่องงานบ้าน อาหารการกิน แม้กระทั่งตารางเวลางานของคุณ เมื่อใช้ชีวิตร่วมกันนานวัน ผมเริ่มรู้จักนิสัยใจคอคุณดีขึ้น คุณเป็นมนุษย์ผู้ต่อต้านอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าเรื่องค่านิยมร่วมสมัย ความฟุ้งเฟ้อเห่อกระแส คุณไม่เห็นดีเห็นงามกับอะไรก็ตามที่ผู้คนโดยมากเห็นว่าเป็นเรื่องปกติ จะพูดว่าคุณเป็นคนหัวโบราณก็ไม่ใช่ จะว่าล้ำสมัยก็ไม่เชิง เพราะในความสนใจต่อดนตรี งานศิลปะ หรือเรื่องทางวัตถุนิยม คุณก็ดูจะไม่อ่อนด้อยไปกว่าใคร ผมได้แต่นึกในใจ คุณแม่งกวนตีน แต่ในความกวนตีนคุณกลับมีความน่ารัก

ความใฝ่ฝันหนึ่งที่ผมปรารถนาสักครั้งในชีวิต มันเริ่มมาตั้งแต่ตอนเข้าวัยรุ่น นั่นคือการได้เป็นเจ้าสาวของใครสักคน เจ้าสาวในที่นี้คือเจ้าสาวจริงๆ ที่ได้สวมชุดเจ้าสาว ได้เข้าพิธีแต่งงานกับชายคนรัก ก็ความฝันสามัญธรรมดาของหญิงสาวทุกคนแหละเนอะ เรื่องนี้ผมเง้างอดคุณหลายครั้ง แต่คุณแม่ง นิสัยต่อต้านอย่างที่ว่า

“ผมไม่เห็นค่าอะไรกับที่ใครๆ เขาให้ค่า”

“เราอยู่กันแบบนี้ อยู่กันด้วยความรัก มันไม่มีความสุขดีแล้วหรือ”

“งานแต่งงานคือความฟุ้งเฟ้อ เอาเงินไปเสียกับสิ่งไร้สาระ”

บลา บลา บลา…

และอะไรอีกหลายคำที่หลุดจากปาก คุณไม่เข้าใจอะไรเลยจริงๆ

นอกจากเรื่องการแต่งงาน ยังมีอีกหลายเรื่อง อย่างความต้องการซื้อของใช้ส่วนตัว ซึ่งก็จริงผมมักชอบซื้ออะไรต่ออะไรอยู่บ่อยๆ มันคือความสุขเล็กๆ แถมมันยังไม่มีมูลค่ามากมาย เป็นแต่เพียงของกระจุกกระจิกแบบที่สาวๆ โดยมากชอบกัน แต่คุณยังหาเรื่องมาบ่นได้ไม่เว้นแต่ละวัน หาว่าไม่ช่วยกันประหยัดบ้าง หาว่าข้าวของล้นบ้านบ้าง แม้เป็นเรื่องหยุมหยิม แต่บ่อยครั้งเข้ามันกลับสร้างกระแสความอึดอัดให้ผม ทีคุณ ข้าวของแต่ละอย่าง ไวน์ชาโตอะไรนั่นที่ผมไม่รู้เรื่องด้วย น้ำหอมจากฝรั่งเศส นาฬิกาเรือนหรู เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่ดูเรียบง่าย ตรงข้ามกับราคา บิ๊กไบก์วินเทจ รถยุโรปอีกสามคัน ไหนจะรสนิยมอะไรอื่นที่มนุษย์จากครอบครัวฐานะปานกลางอย่างผมมองว่ามันโคตรจะฟุ่มเฟือย เอาเข้าจริง คุณก็ได้แต่ต่อต้านและด่าทอคนอื่น โดยไม่เคยหันกลับมามองตัวเอง

คุณช่างย้อนแย้ง และเห็นแก่ตัวอย่างบัดซบ

ทั้งหมดผมได้แต่เข้าข้างความสัมพันธ์ที่มี ว่าเรื่องลักษณะนี้มันเป็นเพียงรายละเอียดความขัดแย้งเล็กน้อยในชีวิตคู่ เรื่องของเราอาจไม่ต้องพบจุดจบ หากไม่มีเหตุการณ์หลายอย่าง และหลายหนที่เกิดขึ้น

5.

สายตาแบบไหนกัน ที่ทำให้คนเราเห็นแล้วถึงกับสะท้านเข้าไปถึงหัวใจ

ก็สายตาของแม่ผัวไงคะ ลูกสะใภ้ผิดผีอย่างผม ถึงยังไงก็เป็นได้แค่ผีวันยันค่ำ การเจอหน้ากันแต่ละครั้งสร้างความอึดอัดให้ผมอย่างวายป่วง ในคำพูดจาที่ฟังดูเรียบนิ่งไร้พิษสง กลับแฝงไว้ด้วยใบมีดโกนบาดเฉือน สายตาที่มองผิวเผินว่าคือความห่วงใยชีวิตคู่ กลับส่งประกายของสัตว์นักล่ารอโอกาสขยุ้มกระต่ายน้อยไร้ทางสู้ แต่คุณแม่ขา (ผมไม่ใช่กระต่ายน้อยรอให้คุณแม่มาขย้ำง่ายๆ หรอกนะคะ)

ขอตัดทอนช่วงเวลาอึดอัดหลายหน ที่ต้องเผชิญหน้ากับแม่ของคุณออกไป เรื่องอันสร้างความแตกหัก มันเกิดขึ้นในวันงานเลี้ยงที่บริษัทคุณปิดดีล ได้เซ็นสัญญาโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่

โรงแรมห้าดาวกลางเมืองเต็มไปด้วยพนักงานในบริษัทของคุณ แขกเหรื่อมากหน้า ทั้งคนในวงการออกแบบ-ก่อสร้าง วงการอสังหาริมทรัพย์ ทั้งโอนเนอร์ผู้ว่าจ้าง ฯลฯ รวมถึงครอบครัวของคุณ ภายในงาน แม่ของคุณได้รับเกียรติให้ขึ้นพูดอะไรสักอย่างบนเวที หลังอวดอวยลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเกี่ยวกับความสำเร็จในหน้าที่การงานจบ ท่านกลับวกมาถึงความเป็นห่วงเป็นใยในอนาคตชีวิตคู่ของคุณ

พูด พล่าม พูด พูด และพล่าม….

ต่อจากนั้นแม่ของคุณจะพล่ามอะไรต่อไปอีก ผมก็ไม่รับรู้ถึงรายละเอียดนั่นแล้ว รู้เพียงว่ามือไม้ของผมสั่นเทา กำหมัดแน่นเอียด ปากคอขบกันจนรู้สึกได้ถึงสันกรามปูดนูน หูอื้ออึง นัยน์ตาทั้งสองข้างร้อนผ่าว และคล้ายมีน้ำตาขึ้นคลอหน่วย ภาพที่จำได้ชัดเจนแม้ในม่านหมอกน้ำตา นั่นคือทุกคนในห้องจัดเลี้ยงต่างหันมาที่ผม พร้อมพากันซุบซิบ ผมยังแอบเห็นอีกว่ามีรอยยิ้มเยอะหยันออกมาจากมุมปากของแม่คุณ และพนักงานลูกน้องของคุณที่ผมคุ้นเคยดี

แต่ที่ทำให้ผมไม่ทนอีกต่อไป นั่นคือแววตา และท่าทีของคุณ ที่ไม่แม้แต่จะเข้ามาปกป้องผม

อย่างที่บอก ผมไม่ใช่กระต่ายน้อยที่รอให้ใครๆ มาขย้ำ หลังจากวันนั้นผมไม่เคยเหยียบเข้าไปในบ้านคุณอีกเลย ข้าวของที่เหลือช่างแม่งมัน แม้ยังรัก แต่ความรู้สึกนั้นแตกร้าวไปแล้ว และศักดิ์ศรีก็สูงค้ำคอมากกว่าจะแคร์คนที่ไม่เห็นค่าในตัวเรา

6.

ผ่านไปหนึ่งปี จากความหนืดเนือยของชีวิตในช่วงแรก เวลาคือน้ำมันหล่อลื่นชั้นดี ที่ค่อยๆ กระตุ้นกลไกข้องขัดของชีวิตให้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวเหมือนเก่า แม้จะเลิกให้ความสำคัญกับช่องทางโซเชียลของคุณเหมือนเมื่อก่อน แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจจะลบ หรือบล็อกมันออก ผมยังพอได้เห็นผ่านๆ ว่าชีวิตของคุณก็ไม่ได้แย่อย่างที่ควรแย่เมื่อเราต้องเลิกรา

ตั้งแต่ตอนไหนโดยไม่รู้ตัว ผมเห็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มวนๆ เวียนๆ ข้างกายคุณเหมือนเงา แน่นอน ชายหนุ่มเนื้อหอม และสถานะอย่างคุณย่อมหาใครมาเติมเต็มหัวใจไม่สมประกอบได้ตลอดเวลา เพียงไม่ทันถึงปี ก็ได้ข่าวว่าคุณแต่งงาน ผมยังได้เห็นภาพในงานแต่งซึ่งคุณลงไว้ในไอจี แม่ของคุณยิ้มหน้าบานอย่างกับอะไร ความขัดแย้งระหว่างตัวตนของคุณ กับบรรยากาศหรูหราอลังการของงาน มันตีแสกหน้าผมจนทำให้เผลอแค่นหัวเราะ ยังนึกไปถึงคำที่คุณพูด

“ผมไม่เห็นค่าอะไรกับที่ใครๆ เขาให้ค่า”

“เราอยู่กันแบบนี้ อยู่กันด้วยความรัก มันไม่มีความสุขดีแล้วหรือ”

“งานแต่งงานคือความฟุ้งเฟ้อ เอาเงินไปเสียกับสิ่งไร้สาระ”

บลา บลา บลา…

7.

บังเอิญวันนี้ผมไปเจอรูปที่คุณลงไว้ มันทำให้ผมนึกไปถึงเรื่องราวของเรา

คุณจะรู้บ้างไหม ว่าผมรู้สึกสมเพชไปกับคุณ แวบแรกที่เห็นรูปถ่ายพรีเวดดิ้งในกรอบสไตล์โมจิบานนั้น มันถูกแขวนประดับไว้ตรงผนัง ตำแหน่งที่เมื่อใครๆ เดินเข้ามาภายในห้องโถงต้อนรับ จะสามารถเห็นมันเป็นสิ่งแรก จริงอยู่ แม้ขณะที่ผมมองรูปถ่ายในกรอบบานนี้ ผมกำลังใช้นิ้วถ่างจากจอสมาร์ตโฟนในไอจีส่วนตัวของคุณที่โพสต์ไว้เมื่อสองวันก่อน หาใช่การเดินล่วงล้ำเข้าไปในสถานที่ต้นทาง

แต่ทำไมผมจะจดจำรายละเอียดต่างๆ นั้นไม่ได้…



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | เดิมพัน ไชยชนก ชิดชอบ กับ AI PASSPORT
15 มิถุนายน 2505 ศาลโลกตัดสิน ‘ปราสาทพระวิหาร’ ตั้งอยู่ในอาณาเขตภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา
ผ่าแผนรื้อสวัสดิการรัฐ เช็กบิลคนเนียนจน ทางรอดไทยยุคถังปริ่มแตก
ดันดาดัน 2 : ถึงแม่จะเป็นผี แต่แม่ก็อยากจะมีอยู่จริง
ความทรงจำ
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (2)
3 ทศวรรษ ‘Love Letter’ จาก ‘จดหมายรัก’ ระหว่าง ‘คนแปลกหน้า’ สู่ ‘โซเชียลมีเดีย’ และ ‘ธาตุแท้ของมนุษย์’
การละเล่นเพลงประชาชน
‘หัวใจ กับ เครื่องมือ’
ขมคอ สตอรี่ (1)
สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | รัฐธรรมนูญ กับ ฮั้วส.ว. การเมือง ละเอียดอ่อน