แซม ดาร์โนลด์ จากมือขว้างตัวบ๊วย สู่แชมป์ซูเปอร์โบว์ล
Technical Time-Out | SearchSri
การแข่งขัน ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 60 ที่ซานตา คลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ลงเอยด้วยชัยชนะของ ซีแอตเติล ซีฮอว์กส์ เหนือ นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ 29-13
หนึ่งใน “สตอรี่” สำคัญเบื้องหลังความสำเร็จของซีฮอว์กส์ในครั้งนี้ ต้องยกให้ แซม ดาร์โนลด์ ควอเตอร์แบ็กวัย 28 ปี ซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านจุดต่ำสุดในฐานะนักกีฬาคนชนคน จนขึ้นสู่จุดสูงสุดได้อย่างน่าชื่นชม
ดาร์โนลด์เข้าร่วมลีกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอลในปี 2018 โดยถูก นิวยอร์ก เจ๊ตส์ ดราฟต์ตัวตั้งแต่รอบแรกในลำดับ 3 ของทั้งหมดในปีดังกล่าว ด้วยความคาดหวังอย่างสูงหลังทำผลงานได้ดีกับทีม มหาวิทยาลัยเซาเธิร์น แคลิฟอร์เนีย (ยูเอสซี)
เขาอยู่กับเจ๊ตส์ 3 ปี ก็ย้ายไป แคโรไลนา แพนเธอร์ส 2 ปี ช่วง 5 ฤดูกาลนั้น ดาร์โนลด์พาทีมเก็บชัยชนะรวมกันได้เพียง 21 นัด ทำสถิติหลายหัวข้อรั้งท้ายตาราง เช่น เปอร์เซ็นต์การขว้างสำเร็จ สถิติการขว้างบอล จนโดนสื่อเปรียบเปรยว่าเป็นหนึ่งในควอเตอร์แบ็กที่แย่ที่สุดของลีก
ขณะที่กระแสวิจารณ์และล้อเลียนทางโลกออนไลน์ก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน ทำเอาเจ้าตัวเป๋และเสียกำลังใจไปไม่น้อย
ว่ากันว่าปัญหาหนึ่งของดาร์โนลด์คือการปรับตัวจากการเล่นระดับมหาวิทยาลัยสู่การเป็นมืออาชีพ เพราะไม่ใช่ทุกทีมที่จะเป็นที่ฝึกงานสำหรับเด็กใหม่ และเขาต้องย้ายทีมไปเรื่อยๆ เพื่อเรียนรู้และปรับตัว

ตอนร่วมทีมเจ๊ตส์ ดาร์โนลด์เพิ่งอายุ 21 ปี ทำสถิติเป็นควอเตอร์แบ็กตัวจริงที่อายุน้อยที่สุดของลีกเอ็นเอฟแอลตั้งแต่การรวมลีกเมื่อปี 1970 ถือว่ายังอ่อนประสบการณ์อยู่มาก
อีกประเด็นที่มีคนวิเคราะห์คือ ระบบการดราฟต์ตัวนั้น ให้สิทธิ์ทีมที่มีสถิติแย่จากฤดูกาลก่อนได้เลือกผู้เล่นเก่งๆ ก่อน บางครั้งสภาพแวดล้อมก็อาจจะไม่เอื้ออำนวยตั้งแต่แรก
ดังมีคนยกตัวอย่างว่า ควอเตอร์แบ็กของเจ๊ตส์อย่าง มาร์ก ซานเชซ, เจโน สมิธ และ แซค วิลสัน ต่างก็มีสถิติเรตติ้งการขว้างแย่ที่สุดของลีกใน 3 ฤดูกาลแรกของตัวเองเช่นกัน
หลังอยู่กับแพนเธอร์สได้ 2 ปี ดาร์โนลด์ย้ายไปเป็นควอเตอร์แบ็กสำรองของ ซานฟรานซิสโก ฟอร์ตี้ไนเนอร์ส ปี 2023 และเซ็นกับ มินนิโซตา ไวกิ้งส์ 1 ปี ในปี 2024
1 ปีกับไวกิ้งส์ถือเป็นช่วงที่เขาเริ่มตั้งหลักกลับมาได้อย่างแท้จริง จากเดิมที่คิดว่าต้องแย่งตำแหน่งตัวจริงกับรุกกี้ เจเจ แม็คคาร์ธี่ แต่เนื่องจากอีกฝ่ายเจ็บเสียก่อน ทำให้ดาร์โนลด์ได้รับโอกาส
เขาลงเล่น 17 นัดในฤดูกาลปกติ พาทีมชนะถึง 14 นัด แพ้เพียง 3 นัด ได้เข้าไปเล่นเพลย์ออฟเป็นครั้งแรก แม้จะพ่ายให้ แอลเอ แรมส์ ตั้งแต่เพลย์ออฟรอบแรก แต่ในแง่สถิติถือว่าน่าพอใจอย่างยิ่ง เพราะเขาทำสถิติส่วนตัวดีที่สุดต่อฤดูกาลตั้งแต่เข้าร่วมลีกเอ็นเอฟแอลในเกือบทุกหัวข้อ
ทั้งขว้างระยะรวม 4,319 หลา, 35 ทัชดาวน์, เรตติ้งขว้างบอล 102.5 จนติดทีมโปรโบว์ลเป็นครั้งแรก และได้เข้าชิงรางวัลคัมแบ๊กยอดเยี่ยมแห่งปีของสำนักข่าวเอพีด้วย
แม้จะประสบความสำเร็จกับไวกิ้งส์ พอแม็คคาร์ธี่หายเจ็บ ไวกิ้งส์ก็เลือกจะไปต่อกับควอเตอร์แบ็กที่ดราฟต์มา
ดาร์โนลด์จึงมูฟออนไปเซ็นกับซีฮอว์กส์ 3 ปี ด้วยสัญญามูลค่ารวม 100.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,115.5 ล้านบาท)
และไม่ทำให้ทีมผิดหวัง ทำสถิติชนะ 14 แพ้ 3 ในฤดูกาลปกติ
ก่อนจะกรุยทางสู่ตำแหน่งแชมป์ซูเปอร์โบว์ล เป็นแชมป์สมัยที่ 2 ของซีฮอว์กส์ต่อจากฤดูกาล 2013
อย่างไรก็ตาม แม้แต่ก่อนเข้าสู่ช่วงเพลย์ออฟ ดาร์โนลด์ก็ยังโดนตั้งคำถาม เพราะถึงฟอร์มจะมาดีในช่วงฤดูกาลปกติ แต่ก็มาทุลักทุเลในรอบชิงแชมป์สายเอ็นเอฟซีกับแรมส์
อีกทั้งเขายังมีสถิติเสียเทิร์นโอเวอร์มากที่สุดในลีกถึง 20 ครั้ง
เพราะจากสถิติแล้ว ในรอบเพลย์ออฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งซูเปอร์โบว์ล การเสียเทิร์นโอเวอร์เยอะๆ มักหมายถึงหายนะของทีม
แต่พอถึงเวลาจริง เขาก็ทำผลงานได้ดี และลดสถิติเทิร์นโอเวอร์ของตัวเอง จนพาทีมเป็นแชมป์ได้สำเร็จ แม้ว่าฟอร์มอาจจะไม่หวือหวาถึงขั้นได้รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (เอ็มวีพี) ของนัดชิงเหมือนกับควอเตอร์แบ็กหลายๆ คน (รวมถึงไม่ได้ลุ้นรางวัลเอ็มวีพีของฤดูกาลปกติ)
แต่ก็เป็นฟอร์มที่ดีพอให้ทีมคว้าชัยชนะได้

ดาร์โนลด์กล่าวว่า ช่วง 2-3 ปีแรกในการเล่นลีกคนชนคน ทำผลงานได้ไม่ดีนัก พอย้ายไปซานฟรานซิสโกจึงได้เรียนรู้หลายอย่าง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นตัวสำรองของ บร็อก เพอร์ดี้ ควอเตอร์แบ็กซึ่งพาทีมเข้าถึงซูเปอร์โบว์ลในปีนั้น) และไปเรียนรู้ต่อที่มินนิโซตา ได้ทำผลงานที่ดี ก่อนจะมาสานต่อเรื่องฟอร์มการเล่นกับซีแอตเติล
สตีฟ ยัง ตำนานควอเตอร์แบ็กของฟอร์ตี้ไนเนอร์ส เจ้าของแชมป์ซูเปอร์โบว์ล 3 สมัย แสดงทัศนะว่า การเป็นควอเตอร์แบ็กที่ดีได้นั้นต้องอาศัยความช่วยเหลือและแรงผลักดันจากคนรอบข้างโดยเฉพาะเพื่อนร่วมทีมอย่างมาก ไม่เช่นนั้นต่อให้เก่งขนาดไหนก็ยังมีข้อจำกัด
นอกจากฝีมือตัวเองแล้ว ก็ต้องมีโชคประกอบด้วย ควอเตอร์แบ็กเก่งๆ จากอดีตถึงปัจจุบัน นอกจากจะนำเกมรุกได้ ก็ต้องมีเกมรับที่ยอดเยี่ยมของทีมคอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ
ดังมีตัวอย่างในแง่สถิติว่า ทอม เบรดี้ สุดยอดตำนานควอเตอร์แบ็ก ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่เพราะมีแนวรับที่แข็งแกร่งระดับท็อป 10 ของลีกคอยป้องกันเขา
ขณะที่ แพทริก มาโฮมส์ มือขว้างซุป’ตาร์ของ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ แพ้ในรอบชิงซูเปอร์โบว์ล 2 ครั้ง เพราะเจอทีมรับที่แข็งแกร่งของอีกฝ่าย
ดาร์โนลด์โชคดีด้วยที่ทีมรับและแนวรับของทีมบุกซีฮอว์กส์ตอบโจทย์ข้อนี้เป็นอย่างดี จึงกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวจนประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่
และกลายเป็นเรื่องราวดีๆ ของการไม่ยอมแพ้และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้งเมื่อมีโอกาส
เพราะความสำเร็จอาจจะต้องใช้เวลา แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าที่ได้พยายาม
