bg-single

กล่าวหา ความคิด มุมมอง บอกอ สามัคคีสาร ทัศนะ การเมือง

24.02.2026

บทความพิเศษ

กล่าวหา ความคิด

มุมมอง บอกอ สามัคคีสาร

ทัศนะ การเมือง

ในความเห็นของ Batson แม้ว่าบทความที่มีความหลากหลายใน “สามัคคีสาร” จะดึงดูดความสนใจมากที่สุด แต่ที่จริงแล้วหนังสือพิมพ์นี้ไม่มีนโยบายใดๆ ในบทบรรณาธิการแถลงที่ชัดเจน

และนักเขียนหลายคนก็แสดงออกถึงปรัชญาและความคิดเห็นต่างๆ กัน

ตัวอย่างก็คือ การแสดงความเห็นสนับสนุนวรรณคดีไทยแบบดั้งเดิมและการวิจารณ์วรรณคดีเหล่านั้น

นักเขียนที่เขียนลง “สามัคคีสาร” ในยุคนี้ต่อมาได้กลายเป็นผู้มีชื่อเสียงในสาขาที่ตนทำงานหลายท่าน เช่น พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ นอกนั้นก็มี พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

ม.ล.ปิ่น มาลากุล และ ม.ล.มานิจ ชุมสาย

ตรงนี้มีเชิงอรรถขยายความว่า พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร พระโอรสและผู้สืบทอดของ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต และในสมัยนั้นเข้าใจว่าอาจเป็นกษัตริย์ในอนาคตของไทยก็ได้

พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร พระโอรสของ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ นักวิชาการ และนักการทูต

ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช สองพี่น้องและพระราชนัดดาของรัชกาลที่ 4 ต่างก็เป็นนักเขียน และต่อมาได้เป็นนายกรัฐมนตรีทั้งสองท่าน

ม.ล.ปิ่น มาลากุล เป็นนักเขียนที่มีชื่อและเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ

ม.ล.มานิจ ชุมสาย ได้เขียนประวัติศาสตร์ไทยไว้มากมาย

หนังสือ “สามัคคีสาร”

กับ “ราชเลขาธิการ”

มองจากมุมของ Batson การได้เป็นบรรณาธิการของ “สามัคคีสาร” ถือว่าเป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติ

และเสี่ยงพอสมควร

บรรณาธิการ 2 ท่านในสมัยนั้นเป็นบุตรชายของ เจ้าพระยามหิธร ซึ่งเป็นราชเลขาธิการและเป็นผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทของพระเจ้าแผ่นดินมากที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งทำให้บิดาของท่านทั้งสองต้องลำบากใจหลายครั้ง

ในจดหมายถึงบุตรชายคนที่ 3 เขียนในเดือนตุลาคม 1926

เจ้าพระยามหิธรได้ขอให้บุตรชายคนนี้ช่วยพี่ๆ ทำหนังสือพิมพ์ แต่ได้เตือนว่าการเขียนสิ่งตีพิมพ์ใดๆ ก็เปรียบเสมือนดาบสองคม และอาจถูกพวกศัตรูกล่าวหาว่าเป็น “พวกบอลเชวิก” ได้ง่ายๆ

และอาจถูกเรียกกลับ

ในจดหมายอีกฉบับหนึ่งเขียนใน 1 สัปดาห์ต่อมา เจ้าพระยามหิธรแสดงความยินดีกับบุตรชายคนที่ได้รับเลือกให้เป็นบรรณาธิการ แต่ได้เตือนว่าการรับตำแหน่งนี้ ก็เหมือนถือดาบที่อันตรายอยู่

และได้นำเรื่องที่นายปรีดีถูกเรียกกลับมาพูดด้วย

เมื่อบุตรชายอีกคนหนึ่งได้รับเลือกให้เป็นบรรณาธิการ “สามัคคีสาร” อีกในหลายปีต่อมา เจ้าพระยามหิธรก็ได้ส่งจดหมายแสดงความยินดีไปอีก และได้เตือนให้ระวังเรื่อง “ดาบสองคม” ไว้ด้วย

และเตือนลูกเกี่ยวกับว่า อาจ “ตัด” มือตัวเองได้

และได้วิจารณ์บทความของพวกรุ่นหนุ่มว่าก้าวร้าวเกินไป อีกทั้งได้ยกตัวอย่างแบบการเขียนใน “บางกอกไทมส์” ว่าเป็นแบบที่ท่านเห็นว่าดี

ในจดหมายฉบับเดียวกันนี้ เจ้าพระยามหิธรได้บ่นว่าท่านสังเกตเห็นโรคชนิดใหม่ คือ นักเรียนไทยที่กลับมาจากนอกดูจะ “รู้เรื่องสยามและขนบธรรมเนียมของสยามน้อยกว่าฝรั่งที่อยู่ในสยามแค่หกเดือนเสียอีก

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอุปนิสัยความเคยชินที่เปลี่ยนไป หรือเพราะความโง่เง่า แต่อย่างไรก็ตาม โรคนี้เป็นโรคที่ติดมาแล้วไม่เหมาะสมเลย”

ทั้งหมดจะกระจ่างมากยิ่งขึ้นเมื่อตามไปอ่านใน “เชิงอรรถ”

บอกอ สามัคคีสาร

นักเรียนไทย อังกฤษ

ในจดหมายอีกฉบับหนึ่งที่เขียนในปี 1927 เจ้าพระยามหิธร ซึ่งรับราชการในกรมราชเลขาธิการ ได้ตักเตือนบุตรชายที่ศึกษาอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ ให้สำนึกถึงความสำคัญของการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง

โดยอ้างถึง พระองค์เจ้าไตรทศประพันธ์ เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศ และพระองค์เจ้าวรรณไวทยากร เป็นตัวอย่างของข้าราชบริพารที่เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องว่า

ใช้ภาษาไทยได้ดี

พระองค์เจ้าวรรณไวทยากรนั้นเป็นทูตไทยที่กรุงลอนดอนในตอนปลายทศวรรษ 1920

และหลังจากที่ไม่ทรงโปรดในช่วง 7-8 ปีท้ายๆ ของสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ได้กลายมาเป็นบุคคลชั้นผู้นำในคณะรัฐบาลในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี 1932-1970

นักการทูตอังกฤษในทศวรรษ 1920 มีความเห็นว่า พระองค์เป็นผู้ที่มีความสามารถ แต่ค่อนข้างจะเจ้าเล่ห์และทะเยอทะยาน

แต่ขณะที่พระองค์เกษียณอายุในฐานะทูตที่อังกฤษนั้น บุตรชาย เจ้าพระยามหิธร ได้ยกย่องว่า พระองค์เป็นทูตที่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ “เช่นเดียวกันกับผู้ที่มีความสามารถทั่วๆ ไป

พระองค์อดที่จะภาคภูมิใจในความสามารถของตนมิได้” (GB, F 78/78/40, 3 December 1925 และ F 4726 3715/40, 4 October 1926, Samaggi Sara 9 (1931))

พระองค์เจ้าวรรณไวทยากรสิ้นพระชนม์ที่กรุงเทพมหานครในเดือนกันยายน 1976 พระชันษา 85 ปี

ถกแถลง ปมเก็บภาษี

ภาษีเงินได้ ภาษีมรดก

Batson ตั้งข้อสังเกตความเกี่ยวพันในทางความคิดและผลสะเทือนต่อสถานการณ์ในสยามระหว่างเจ้าพระยามหิธร กับบุตรซึ่งเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ “สามัคคีสาร” ว่า

บุตรชายของเจ้าพระยามหิธรได้เขียนบทบรรณาธิการแถลงเสนอให้เก็บภาษีเงินได้ ภาษีมรดก

ขณะที่ใน “เชิงอรรถ” มีหมายเหตุเพิ่มเติมว่า

มีการเสนอแนะให้ตัดเงินเดือนข้าราชการระดับสูง และได้เกิดปัญหาว่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางจะต่อต้านการเก็บภาษีการตายหรือไม่

แน่นอน เจ้าพระยามหิธรนั้นนับว่าเป็นข้าราชการที่มีตำแหน่งสูงที่สุด

และในชีวประวัติที่พิมพ์ใน “สามัคคีสาร” ในเดือนกันยายน 1932 เขาได้ตั้งข้อสังเกตว่า บางคนเห็นว่าเขาเป็น

“พวกหัวรุนแรงนิยมคอมมิวนิสต์”

และยังได้อ้างถึงความสัมพันธ์ถึงความสัมพันธ์ของเขากับ “555” ที่อื้อฉาวและสรุปว่าเขานิยมลัทธิสังคมนิยม

Batson อ้างเอกสารที่ GB, F 7317/4260/40, 8 September, Dormer to Orde 1932 ว่า สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งค่อนข้างจะนิยมอังกฤษและเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาก

ได้ทรงตั้งข้อสังเกตด้วยความพอพระทัยว่า

นักศึกษาที่เล่าเรียนในอังกฤษไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำรัฐประหารในปี 1932 แม้แต่คนเดียว ผู้นำส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักเรียนไทยที่กลับมาจากฝรั่งเศส

หรือนายทหารที่ได้รับการฝึกในประเทศเยอรมนีในสมัยก่อนสงคราม

ละเอียดอ่อน การเมือง

มุมมอง ต่อ นักเรียนนอก

จากเอกสารของทูตอังกฤษเมื่อประสานกับข้อมูลที่ Batson ได้มาสะท้อนให้เห็นถึงจุดอันละเอียดอ่อนในทางความคิดและในทางการเมือง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ นักเรียนนอก

ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนทุนหลวง ไม่ว่านักเรียนทุนส่วนตัว ทั้งยังจำแนกถึงภูมิทัศน์การดำรงอยู่และสถานะทางสังคม

งานศึกษาของ Batson จึงทรงความหมาย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | พลัน ไชยชนก พบ รักชนก “พี่มันแกว” คือ “ตัวแปร”
กำกับและตัดต่อ
สุดารัตน์ ถามประชาชนจะเชื่อมั่นในความเป็นกลางของกระบวนการตรวจสอบ คดีฮั้วเลือก สว.ได้ ?
เชลยศึกสงครามลาว (35)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (18) การตีความละคร Return to the East
E-DUANG | ทำไม ประยุทธ์ จันทร์โอชา แตกกับ ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ชลบุรีเร่งยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รับโอกาสจากพฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 5) : เรื่อง บรรทัดฐานคำตัดสินศาลโลก | สุรชาติ บำรุงสุข
อะธีนา พระแม่ผู้เป็นเทพีประจำเมืองเอเธนส์ ของชาวกรีกโบราณ
‘ลำไส้ ลำแสง’ นิทรรศการที่ถ่ายทอดภาพ ที่ถูกขับออกมาจากภายในร่างกาย อย่างตรงไปตรงมา โดย ณัฐพล สวัสดี
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (180)
มองข้ามช็อต ศึก 3 เส้า ทะเลจีนใต้เดือด กลางเวทีแชงกรีล่า ทำไมไทยควรใส่ใจจริงๆ