bg-single

พฤษภาเลือด จับจุดอ่อน ขัตติยะ สวัสดิผล ก่อนลั่นไก สไนเปอร์ สังหาร

24.02.2026

ยุทธการแดงเดือด

วาสนา นาน่วม มิได้เพียงสำรวจสภาพโดยรอบก่อนวินาทีลอบสังหารจะบังเกิด หากแต่กะเทาะเข้าไปจุดสำคัญจุดหนึ่ง

นั่นคือ จุดที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ปฏิบัติอย่างเป็น “รูทีน”

เวลาประมาณ 17.00 น. เสธ.แดงจะเริ่มปรากฏตัวไปพบคนเสื้อแดงและตรวจแนว โดยมีนักข่าวดักรอทุกวัน

ในความเห็นของวาสนา นาน่วม

ไม่ใช่เรื่องยากที่หน่วยข่าวหรือพลซุ่มยิงที่ส่องกล้องตรวจการณ์จากตึกสูงโดยรอบทั้งกลางวัน กลางคืน จะเห็นความเคลื่อนไหวบริเวณหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และหน้าลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6

เพราะยิ่งมาทุกวันในเวลาเดิม จุดเดิม ย่อมง่ายต่อการถูกเล็งเป้า

แต่ความยากอยู่ตรงที่เสธ.แดงอยู่กลางฝูงชนทั้งม็อบและนักข่าวจึงเสี่ยงที่จะยิงพลาดอาจโดนคนอื่น

นี่กระมังทำให้มีการย้อนศรเกิดขึ้น

เมื่อรู้ว่าเสธ.แดงชอบที่จะเป็นข่าว ชอบให้สัมภาษณ์โดยไม่เลือกว่าใครเป็นใคร แค่โทรศัพท์มาหาหรือเดินมาหาบอกว่าเป็นข่าว

เสธ.แดงก็โอเค

โดยไม่ตรวจสอบเลยว่าเป็นนักข่าวจริงหรือไม่ หรือมาจากหนังสือพิมพ์หรือทีวีใดแน่

สำหรับเสธ.แดงชอบการผูกมิตรกับนักข่าว ชอบการให้สัมภาษณ์ เพราะเห็นว่าเป็นช่องทางในการต่อสู้ ยิ่งในยุคที่รัฐบาลปิดกั้นสื่อโดยเฉพาะทีวีสื่อของรัฐเสธ.แดงยิ่งไม่ทิ้งโอกาสผ่านสื่อทั้งในและต่างประเทศ

เพราะเสธ.แดงในฐานะจบปริญญาเอกจากฟิลิปปินส์ก็พอจะสปีกอิงกลิชได้แบบพอรู้เรื่อง

ก่อนจะเสียชีวิตแค่ไม่กี่นาที

เวลาประมาณ 18.30 น. พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ถูกนักข่าวญี่ปุ่นและกลุ่มนักข่าวไม่ทราบสังกัดรุมล้อมสัมภาษณ์ที่ริมรั้วปราการหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

จากข้อมูลคนใกล้ชิดเสธ.แดง จากหลักฐานกล้องถ่ายภาพส่วนตัวเสธ.แดงที่มักให้ลูกน้องใกล้ชิดถ่ายภาพของเขาเก็บไว้ในเวลาที่นักข่าวรุมสัมภาษณ์เห็นใบหน้าผู้ที่ห้อมล้อมเสธ.แดง

อะไรคือข้อผิดสังเกต

ในเวลาสัมภาษณ์ซึ่งยังไม่มืดแต่มีนักข่าวหรือช่างภาพคนหนึ่งเปิดไฟกล้องเป็นระยะๆ อยู่ตลอด

ราวกับว่า เพื่อชี้เป้าให้มือยิงจากที่สูงเห็นเสธ.แดงได้ชัดเจน

แต่คนใกล้ชิดอีกคนระบุว่า ตอนที่เสธ.แดงถูกรุมสัมภาษณ์นั้นก็ๆ ไม่ทันระวังตัว เพราะเมื่อเลิกสัมภาษณ์แล้วมีนักข่าวมาเดินตามให้เสธ.แดงพาตรวจแนวรบพร้อมเดินพูดคุยไปด้วยแต่เขาจำหน้าไม่ได้

รู้แต่ว่าเป็นผู้ชายสวมเสื้อสีขาวที่พยายามเข้ามาเกาะติดเสธ.แดง

จนในช่วงที่เสธ.แดงกำลังเดินเลียบรั้วปราการของคนเสื้อแดงที่แยกศาลาแดงไปทางรั้วสวนลุมพินีเพื่อพาเดินไปดูโรงครัวซึ่งทำอาหารเลี้ยงม็อบและการฝึกของการ์ด นปช.บริเวณใกล้ๆ นั้น

แต่เส้นทางเดินไปสู่จุดนั้นต้องผ่านสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสีลมที่ตั้งขวางอยู่ มี 2 ทางเลือกคือ เดินอ้อมไปทางซ้าย กับเดินก้าวสูงๆ ขึ้นสู่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน

แล้วยกขาก้าวข้ามราวเหล็กที่จะไปสู่หน้าลิฟต์ลงไปใต้ดิน

ปกติเมื่อก้าวข้ามราวเหล็กแล้ว เสธ.แดงจะเดินตามพื้นลาดชันจากหน้าลิฟต์ลงไปที่สนามหญ้าข้างรั้วสวนลุมพินีที่เป็นแผนกครัว และบรรดาการ์ด นปช.ซึ่งเป็นพวกยังเติร์กเด็กๆ วัยรุ่นและศรัทธาในตัวเสธ.แดงรอพบ

ให้เสธ.แดงคอยฝึก หรือพูดให้ความรู้ทุกวัน

ปัญหาอยู่ที่เมื่อเสธ.แดงก้าวข้ามรั้วเหล็กบนสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินแล้วกลับมีนักข่าวคนเดิมที่เดินมาด้วยชักชวนให้ยืนคุยกับตนเองอยู่ครู่หนึ่ง โดยที่เสธ.แดงก็ไม่ทันระวังตัวเพราะชัยภูมิตรงนั้นสูงและใกล้ตึกสูงหลายตึกฝั่งสีลม

แล้วกระสุนมัจจุราชก็พุ่งเข้าใส่หน้าผากขวาเสธ.แดง กดทะลุลงท้ายทอย อันเป็นการยืนยันว่าถูกยิงจากที่สูง

ทั้งๆ ที่จุดตรงนั้นไม่ใช่พื้นที่ที่อยู่ในวิสัยซึ่งเสธ.แดงจะต้องไปยืน อาจเป็นทางเดินผ่านในบางครั้ง แต่เสธ.แดงจะไม่ยืนคาอยู่บนนั้น เพราะเขารู้ดีว่ามันสูงเด่น ทว่า เพราะงานนี้มีคนปลอมเป็นนักข่าว

มาขอสัมภาษณ์ ตีสนิท แล้วก็พาเสธ.แดงเข้า “คิลลิ่ง โซน”

เหตุผลของวาสนา นาน่วม คือ เพราะทันทีที่เสธ.ถูกยิงร่างก็ล้มร่วงไปในซอกราวเหล็กอันเป็นซอกเล็กๆ ไม่ใช่พื้นที่สำหรับยืน หรือเดินผ่านด้วยซ้ำ

เลือดแดงฉานไหลนองพื้นตรงนั้นทันที

เชื่อว่า เสธ.แดงหมดสติไปทันใด เพียงแต่หัวใจนักสู้ของเขายังไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมหยุดเต้นเท่านั้น

ลูกน้องที่อยู่ในเหตุการณ์จึงต้องลากร่างอันแน่นิ่ง เลือดอาบหน้า ลอดใต้ซอกราวเหล็กออกมาพักบริเวณหน้าลิฟต์ก่อนที่จะช่วยกันหามไปส่งโรงพยาบาล

แต่อาจเป็นเพราะเวลาของเสธ.แดงในโลกมนุษย์หมดลงแล้ว หรืออาจเพราะบัญชาจากฟ้าให้ต้องมีอันเป็นไป แลกกับชีวิตทหารที่อาจต้องเสียเพราะเสธ.แดงไม่รู้เท่าใดเมื่อทหารบุกเข้าสลายการชุมนุม

จึงทำให้เกิดปัญหาระหว่างคนเสื้อแดงกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จนทำให้ลูกน้องไม่กล้านำร่างส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

อีกทั้งอาจเป็นเพราะเสธ.แดงเคยปรารภกับลูกน้องไว้ว่า

ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นให้พาเขาส่งโรงพยาบาลตำรวจ หรือโรงพยาบาลหัวเฉียว

การตัดสินใจ ณ เวลานั้นของลูกน้องจึงเลือกไปที่โรงพยาบาลหัวเฉียวซึ่งแม้จะไม่ไกล แต่ก็อยู่ในห้วงเวลารถติดหนัก ทำให้สมองเสธ.แดงขาดเลือดส่งไปเลี้ยงนานกว่า 4 นาที

สมองถูกทำลายโดยถาวร ถึงรอดก็คงต้องเป็นเจ้าชายนิทรา

ยิ่งสภาพของเขา ศีรษะถูกพันรอบไปด้วยผ้าอันโชกเลือด เพราะแพทย์เอ็กซเรย์พบว่า วิถีกระสุนเข้าด้านขวาช่วงบนกะโหลกและทะลุเป็นทางออกเฉียงลงด้านซ้าย

โดยกระสุนวิ่งเป็นแนวเฉียงลงผ่านเส้นก้านสมอง 2 ฝั่ง

แม้ในตอนแรกทุกคนต่างรู้แล้วว่าเสธ.แดงคงไม่อยู่กับเราแล้ว แต่เพราะ “ห่วง” และใจที่ยังไม่สงบ และพันธะที่เสธ.แดงต้องดูแลคนเสื้อแดงให้พ้นจากการถูกทหารทำร้าย

จึงทำให้เสธ.แดงไม่อาจตายได้ในทันที

หัวใจยังเต้นให้คนเสื้อแดง และ “น้องเดียร์” ขัตติยา สวัสดิผล ลูกสาวสุดที่รักคอยลุ้น ภาวนา อธิษฐาน

เพราะอุตส่าห์เสี่ยงย้ายมาโรงพยาบาลวชิระ

แต่แล้ว อาการทางสมองอันสาหัสและอาการไตวายแทรกซ้อนเข้ามา ทำให้เสธ.แดงไม่อาจทานทน

หัวใจของเขาหยุดเต้นเมื่อเวลา 09.20 น. ของวันที่ 17 พฤษภาคม

หลังจากที่แพทย์พยายามยื้อชีวิตด้วยการให้ยาเพิ่มความดันถึง 700 หลอด รวมใช้เวลาในการรักษา 82 ชั่วโมง

ปิดตำนาน “คม…เสธ.แดง” ไว้ก่อนที่อายุจะครบ 59 ในอีกแค่ 17 วัน

ประเด็นที่วาสนา นาน่วม พยายามจะไขก็คือ การตอบต่อคำถามที่ว่า “ใครฆ่าเสธ.แดง” อันกึกก้องกัมปนาทตามมา

ตกลง ใครฆ่า “เสธ.แดง”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

2 คู่รักคนดังวิวาห์ชื่นมื่น ‘ณเดชน์-ญาญ่า’ 15 ปีที่รอคอย ‘พระพาย-หนุน’ เริ่มต้นชีวิตคู่
โศกนาฏกรรมบ้านทิโคร่ง จาก 7 ขวบหายตัวปริศนา สู่เหตุฆาตกรรม ‘น้ององุ่น’ คดีรันทดผืนป่าตะวันตก
ครูสอบตก ‘ลูกจ้างชั่วคราว’ โจทย์ใหญ่ ‘สพฐ.’ เกาไม่ถูกที่คัน
‘REMARKABLY BRIGHT CREATURES’ | ‘หมึกยักษ์สีสดใส’
ย่านฮิต ทรงวาดไวบ์
บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (4)
ทำลาย AI ซะ! ฆ่ามันให้ตาย!’
ก้าวใหม่ สังคม ภาพ แห่ง ‘สุภาพบุรุษ’ ก้าวใหญ่ สังคม
อนุทินโมเดล! ปัญหาและความท้าทายในภาคใต้
พฤษภาเลือด ชาวอำนาจเจริญ ชาวบุรีรัมย์ ณ เบื้องหน้า กระสุน สังหาร
ปัตตานี เอฟซี ฟีเวอร์ กีฬาสร้างภาพจำใหม่ แก่จังหวัดปัตตานีและชายแดนใต้
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (9)