bg-single

The Martian Chronicles เมื่ออดีตพิสูจน์แล้วว่าพวกเราไม่ดีพอ

22.02.2026

การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

เรย์ แบรดเบอรี เขียนเรื่องบันทึกชาวอังคารเป็นเรื่องสั้นหลายๆ เรื่องที่ไม่ต่อเนื่องกันแล้วจึงนำมาเรียงตามลำดับเวลาในภายหลัง

หนังสือเล่าเรื่องการล่มสลายของอารยธรรมโลกและดาวอังคารในเวลาไล่เลี่ยกันโดยมิได้พูดถึงการสงครามโดยตรง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับผลกระทบของการตั้งถิ่นฐานใหม่และสงครามปรมาณูที่มีต่อพลเมืองทั้งสองดวงดาว แฝงประเด็นเรื่องชาติพันธุ์ ความเป็นอื่น ความหวาดกลัวความเป็นอื่น ความเปลี่ยวเหงา ไปจนถึงความหมายของมนุษย์และความหมายของชีวิต

เรื่องสั้นแต่ละเรื่องจบในตัวเอง หลายเรื่องให้บรรยากาศสยองขวัญคล้ายๆ หนังทีวีขาวดำชุดแดนสนธยาเมื่อทศวรรษ 1960 เรย์ แบรดเบอรี มิได้เขียนตามลำดับเวลา ในภาพรวมหนังสือแบ่งเป็น 3 ภาคส่วน โดยมีเหตุการณ์โลกาวินาศคั่นแต่ละภาคส่วน ตอนที่ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1950 กำหนดเหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 1999 ถึงปี 2026 เมื่อถึงฉบับพิมพ์ใหม่ปี 1997 จึงได้แก้ตัวเลขบวกเพิ่มไป 31 ปี กลายเป็นปี 2030 ถึงปี 2057

ถึงวันนี้แล้ว สงครามปรมาณูระดับล้างโลกยังไม่เกิดขึ้น

กราฟิกโนเวลรวมเรื่องสั้นนิยายวิทยาศาสต์ของ EC comics เล่มใหญ่หนาหนักนี้เขียนจากงานของเรย์ แบรดเบอรี โดยศิลปินหลายคน เฉพาะเรื่องที่ตัดตอนมาจากบันทึกชาวอังคารมีห้าเรื่อง ทั้งหมดเป็นภาพขาวดำสวยงามจริงจังด้วยคอนทราสต์ที่จะแจ้ง

คำบรรยายและคำพูดในบัลลูนใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทำให้อ่านง่ายโดยให้บรรยากาศหนักแน่นไปจนถึงหนักอึ้ง

เรื่องที่ 1 Mars is Heaven เป็นการสำรวจดาวอังคารครั้งที่สาม เดือนเมษายน ปี 2000 กัปตันจอห์น แบล็ก ต้นหนเดวิด ลัตสติก และนักโบราณคดีแซมมวล ฮิงสตัน เดินทางมาถึงดาวอังคารพบบ้านเมืองยุควิกตอเรียที่สงบสุขแห่งหนึ่ง

พวกเขาคิดว่าน่าจะเกิดการผิดพลาดบางอย่างทำให้พวกเขาเดินทางย้อนเวลา

แต่ตัวเลขบนจอหน้าปัดยืนยันว่าพวกเขาผ่านดวงจันทร์มาถึงดาวอังคารแน่ๆ

หรือว่านี่จะเป็นอาณานิคมที่ตั้งโดยชาวโลกที่ถูกส่งมาดาวอังคารอย่างลับๆ ตั้งแต่ปี 1905

หญิงชราที่เขาพบหน้าบ้านหลังหนึ่งว่าที่นี่คืออิลลินอย สหรัฐอเมริกา

ระหว่างเดินสำรวจไปตามท้องถนนที่เงียบสงบต้นหนเดวิดได้พบกับปู่ย่าที่ตายไปแล้ว

กัปตันจอห์นได้พบกับเอ๊ดผู้น้องชายและพ่อแม่ที่ตายไปแล้วเช่นกัน

นักโบราณคดีแซมมวลแสดงความสนใจบ้านเมืองยุควิกตอเรียที่เห็นด้วยความหลงใหล

พวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างดี ร่วมโต๊ะอาหารเย็น ครอบครัวอบอุ่นกลับคืนมา

เมื่อหันไปดูจรวดที่ตั้งอยู่กลางเมือง ชาวเมืองล้อมจรวดไว้ตรงกลางและตะโกนเรียกชื่อญาติๆ ของพวกเขา

ลูกเรือที่เหลือพากันลงมาจากจรวดพบญาติของตน ท่ามกลางเสียงคัดค้านของกัปตันจอห์นที่สั่งให้ทุกคนห้ามลงจากเรือ

คืนนั้นกัปตันจอห์นพักค้างคืนกับน้องชายในบ้านของพ่อแม่ เขานอนไม่หลับ ครุ่นคิดเรื่องที่พบเห็นแล้วเขาก็เชื่อว่า ทุกคนถูกสะกดจิตหรือไม่ชาวอังคารก็สามารถสร้างภาพลวงตา

แต่กว่าเขาจะคิดออกก็สายไปแล้ว รุ่งเช้ามีหลุมศพเพิ่มอีก 16 หลุม ชาวอังคารจัดพิธีฝังศพและไว้อาลัยให้อย่างดีและสมเกียรติ

ชาวอังคารเรียนรู้จากชาวโลกมากพอที่จะใช้จุดอ่อนของชาวโลกคือ “สายสัมพันธ์” ในครอบครัวเป็นอาวุธ อย่างไรก็ดีพวกเขาเริ่มใช้ชีวิตและมีพิธีกรรมในรูปแบบของชาวโลก

เหตุการณ์ในตอนนี้เกิดก่อนการระบาดครั้งใหญ่ของไข้ทรพิษบนดาวอังคารหลังการสำรวจครั้งที่ 4 เมื่อมิถุนายนปี 2001

เรื่องที่ 2 The Silent Towns เป็นเรื่องราวหลังสงครามปรมาณูที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2005 ชาวอาณานิคมจากโลกต่างอพยพกลับทิ้งดาวอังคารเป็นเมืองร้าง เวลาตามท้องเรื่องเป็นเดือนธันวาคม วอลเตอร์ กริ๊ป ถูกทิ้งไว้คนเดียวบนภูเขา วันนี้เขาลงมาเดินเล่นในเมืองที่ไร้ผู้คน สายยางเปิดทิ้งไว้มีน้ำไหลนอง ประตูบ้านไม่ได้ล็อก ชาวเมืองอพยพอย่างเร่งด่วนราวกับหายตัวไปเฉย

ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียงโทรศัพท์จากที่หนึ่งเขาถลันเข้าไปรับไม่ทัน ด้วยความเปลี่ยวเหงาถึงที่สุดเขาใช้โทรศัพท์กดหาผู้คนไปเรื่อยโดยเริ่มจากร้านเสริมสวยสักแห่ง มีสุภาพสตรีตอบรับเขาจริงๆ เธอชื่อเจเนวีฟ เซลเซอร์ แต่สายขาดไปเสียก่อน

กริ๊ปขึ้นรถคันหนึ่งซึ่งมีกุญแจเสียบอยู่แล้วขับตรงไปหาเธอตามที่อยู่ในสมุดโทรศัพท์แต่ไม่พบใคร

เขาคอตกกลับมาที่เดิมจึงพบหญิงร่างอ้วนปากเปื้อนช็อกโกแลตพูดมากน่ารำคาญ เธออยากได้ชุดแต่งงาน กริ๊ปทิ้งเธอไปปลีกวิเวกในทันที

เรย์ แบรดเบอรี เขียนถึงความจำเป็นพื้นฐานของมนุษย์ เมื่อสถานการณ์บีบคั้นถึงที่สุดที่มนุษย์ต้องการคือเพศตรงข้าม แต่ใช่หรือ ที่มนุษย์ต้องการมิใช่เพียงเรื่องความงามทางกายภาพ แต่เป็นเรื่องบุคลิกภาพและทัศนคติที่ยอมรับได้ด้วย

เรื่องที่ 3 The Long Years เป็นเดือนเมษายน ปี 2006 แฮททาเวย์ยังคงอาศัยอยู่บนดาวอังคารพร้อมภรรยาและลูกสามคน หลังจากที่ชาวอาณานิคมกลับโลกไปหมดแล้ว พวกเขาอาศัยอยู่ในกระท่อมที่มีหลุมศพสี่หลุมอยู่ข้างๆ

แฮททาเวย์ใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องดูดวงดาวบนท้องฟ้าที่ว่างเปล่าทุกคืน คืนหนึ่ง เขาเห็นจรวดร่อนลงมา ผู้ที่มาคือกัปตันไวล์เดอร์ที่เพิ่งกลับจากการสำรวจดาวพลูโตและดาวพฤหัสบดี ไวล์เดอร์ตั้งใจค้นหาชาวอาณานิคมที่หลงเหลือบนดาวอังคารเพื่อพากลับโลก เขาพบกริ๊ปแต่กริ๊ปไม่ยอมกลับ

เขาพบแฮททาเวย์ในวัยชรา แต่เป็นไปได้อย่างไรที่ภรรยาและลูกสามคนของแฮททาเวย์มิได้แก่ชรามากขึ้น

แฮททาเวย์และครอบครัวจัดงานเลี้ยงอาหารเย็นให้แขกผู้มาเยือน แฮททาเวย์หัวใจวายตายคืนนั้นเอง ที่แท้ภรรยาและลูกทั้งสามตายไปแล้วจากโรคระบาด ที่เห็นคือหุ่นยนต์

กัปตันไวล์เดอร์และแฮททาเวย์เป็นคณะสำรวจดาวอังคารครั้งที่สี่ เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2001 อันเป็นสาเหตุของไข้ทรพิษระบาดทั่วทั้งดาวอังคาร รวมทั้งครอบครัวของแฮททาเวย์ด้วย เรย์ แบรดเบอรีแสดงให้เห็นธรรมชาติของมนุษย์ผ่านทางแฮททาเวย์ ผู้ที่ไม่ยอมให้สิ่งแวดล้อมกำหนดชะตาของตนเอง

มนุษย์มีศักยภาพจะเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมให้เข้ากับตนเอง

เรื่องที่ 4 There will come soft rains… เป็นเดือนสิงหาคม ปี 2026 เล่าเรื่องบ้านอัตโนมัติที่ยังคงมีหุ่นยนต์ทำอาหารทุกเช้า และหุ่นยนต์ทำความสะอาดเมื่อหมาตัวสุดท้ายตายลงในบ้านเพราะกัมมันตรังสี

ตกเย็นบ้านก็ส่งเสียงอ่านกวีนิพนธ์เมื่อฝนพรำประหนึ่งไม่อินังขังขอบว่าจะมีใครฟัง

ทันใดนั้น ต้นไม้ใหญ่แห้งตายต้นหนึ่งหักล้มฟาดลงมา เป็นเหตุให้เพลิงไหม้บ้านทั้งหลังพร้อมหุ่นยนต์ทั้งหมดหมดสิ้น เหลือเพียงกำแพงด้านเดียวที่ยังตั้งมั่นอยู่

เรย์ แบรดเบอรี แสดงให้เห็นว่า โลกจะยังคงดำเนินต่อไปและอย่างมีความสุขเพียงใดเมื่อมนุษย์หายไปหมดสิ้น

เป็นหนึ่งในเรื่องที่แสดงให้เห็นด้านมืดและร้ายกาจของมนุษย์

เรื่องที่ 5 The Million Years Picnic เป็นเดือนตุลาคม ปี 2026 พ่อลูกสามชายล้วนเดินทางมาถึงดาวอังคาร พวกเขาล่องเรือไปตามคลองผ่านเมืองร้างสองข้างทาง พ่อดูสดชื่นในขณะที่ลูกๆ กังวลใจว่าชาวอังคารอยู่ที่ไหน พ่อว่า อีกไม่กี่วันครอบครัวเอ็ดเวิร์ดที่มีลูกสาวล้วนจะตามมาถึง พ่อเผาแผนที่สหรัฐอเมริกาที่นำมาด้วย แล้วบอกให้ลูกชายทั้งสามเลือกเมืองที่อยากได้อยากอยู่ทุกที่เป็นของลูกๆ

“ชาวอังคารอยู่ที่ไหน” ลูกชายคนหนึ่งถาม พ่อจึงพาลูกชายทั้งสามมองเงาในน้ำ “นั่นไง ชาวอังคาร” พวกเขาจะสร้างอารยธรรมใหม่

เรย์ แบรดเบอรี แสดงให้เห็นว่า ผู้บุกเบิกที่แท้จริงพร้อมสลัดทิ้งของเดิมหมดสิ้น และสร้างอารยธรรมใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออดีตพิสูจน์แล้วว่าพวกเราไม่ดีพอ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วันที่ฝันเป็นจริง
ประชาชนขนทรายเข้าวัด
พักร้อน
Lonely Castle in the Mirror : บทบาทของครูและแม่เรื่องบูลลี่
‘คอนเสิร์ตที่ (ไม่) พึงปรารถนา’
คุยกับทูต เอลชิน บาชีรอฟ อาเซอร์ไบจาน เสน่ห์สองทวีป สู่ดาวรุ่งฤดูหนาว (1)
E-DUANG | เป้าหมาย iLaw ยิ่งชีพ เป้าหมาย #สั่งฟ้องสว.
“ขื่น”ในความ”ยินดี” | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
เหรียญรูปเหมือน 2477 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสุปัฏนาราม จ.อุบลฯ
แก้ท่วมซ้ำซาก ‘น่าน’
‘กับดัก’
เอ็กซ์คลูซีฟ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ ขอเป็น ‘เดอะแบก’ ให้ประเทศ ‘ซ่อม-สร้าง (บุญใหม่)’ เศรษฐกิจไทย