bg-single

Prince Valiant เจ้าชายแวลเยนต์เล่ม 17 ปัญหาครอบครัวของอัศวิน

01.03.2026

การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

ฮาโรลด์ ฟอสเตอร์ (Harold Foster 1892-1982) นักวาดการ์ตูนชาวอเมริกันแคนาดาเขียนเจ้าชายแวลเยนต์ลงหนังสือพิมพ์ฉบับวันอาทิตย์ในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 1937 จนถึงวันนี้การ์ตูนประกอบคำบรรยายเจ้าชายแวลเยนต์ก็ยังมีคนเขียนตอนใหม่ออกมาเรื่อยๆ อยู่

เมื่อถึงปี 1970 ฟอสเตอร์อายุ 78 ปี เขาเชิญศิลปินมากกว่าหนึ่งคนมาช่วยวาดแทนเขาเป็นบางสัปดาห์ เป็นการทดลองงานและคัดเลือกตัวตายตัวแทนไปในตัว

รูปที่ฟอสเตอร์วาดเป็นรูปสุดท้ายคือรูปใหญ่ในหน้าที่ 1788 หลังจากนั้นจอห์น คัลเลน เมอร์ฟี่ (John Cullen Murphy 1919-2004) จะเป็นผู้รับผิดชอบต่อตั้งแต่หน้าที่ 1789 เป็นต้นไป

รูปสุดท้ายของฟอสเตอร์จะเป็นตอนกลางเรื่องของการผจญภัยช่วงสำคัญช่วงหนึ่งของเจ้าชายแวลเยนต์ เขาผจญกับพิษรักและความหึงหวงของราชินีอลิตาผู้เป็นภริยาซึ่งเวลานั้นมีบุตรด้วยกันแล้วถึงสี่คน คือ เจ้าชายอาร์น เจ้าชายกาลัน แฝดหญิงคาเรนและวาลิตา (ยังจะมีนาธาน บุตรชายคนที่ห้า) ความหึงหวงของราชินีอลิตาในความคิดของเจ้าชายแวลเยนต์ไร้เหตุผลอย่างยิ่ง นั่นทำให้เขาละทิ้งครอบครัวควบม้าออกไปทำหน้าที่อัศวินแห่งกษัตริย์อาเธอร์ที่เขาให้สัตย์สาบาน

เป็นเหมือนความหึงหวงทั่วไปของมนุษย์วันนี้ ในนวนิยายและชีวิตจริงผู้ชายมักผิดจริงตามคำบอกที่ว่ามีควันย่อมมีไฟ น้อยครั้งมากที่ผู้ชายมิได้คิดหรือตั้งใจจะทำอะไรนอกลู่นอกทางเลย เจ้าชายแวลเยนต์เป็นหนึ่งในจำนวนน้อยนั้น

ที่ทำไม่ถูกคือ แวลเยนต์ไม่รู้จักง้องอนอลิตาให้เรียบร้อย กลับถือทิฐิแล้วอ้างหน้าที่การงานของตัวละทิ้งภริยากับลูกๆ จนกระทั่งทั้งหมดตกอยู่ในอันตราย

เจ้าชายแวลเยนต์วันนี้เป็นฉบับภาษาอังกฤษของสำนักพิมพ์ Fantagraphics ซึ่งตีพิมพ์ออกมาแล้ว 30 เล่ม พิมพ์ปกแข็งสี่สีสวยงาม หนาเล่มละเกือบ 1 เซนติเมตร ราคาเล่มละประมาณ 1,200-1,500 บาท เล่ม 31 มีกำหนดออกเร็วๆ นี้

ภาพสุดท้ายของฟอสเตอร์ในหน้าที่ 1788 จะปรากฏในเล่มที่ 18 แต่เพื่อจะเล่าเรื่องครอบคลุมภาพนี้ตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบท่อนนี้ควรเล่าให้ฟังตั้งแต่ตอนกลางของเล่มที่ 17

เรื่องเริ่มต้นเมื่อราชินีอลิตาแห่งหมู่เกาะมิสตี้จับคู่ความรักระหว่างอัศวินบ้านนอก เดล แมคคินนี่ กับแม่นางมาทิลดาสำเร็จ นางถึงกับทูลขอกษัตริย์อาเธอร์ให้แต่งตั้งเดลเป็นอัศวินแห่งปราสาทมาร์วิน ชีวิตชีวากลับคืนสู่ปราสาทมาร์วินอีกครั้งหนึ่ง คืนหนึ่งนางมาทิลดาจัดงานเลี้ยงฉลองแล้วเชิญเหล่าผู้กล้าออกล่าหมูป่าในวันรุ่งขึ้น

เจ้าชายอาร์น บุตรคนโตของเจ้าชายแวลเยนต์และผู้ติดตามร่วมขบวนล่าหมูป่าด้วย เป็นเช้าวันหนึ่งในฤดูหนาว อาร์นสังหารหมูป่าตัวใหญ่อย่างกล้าหาญ แต่หิมะลงหนักหลังจากนั้น พวกเขาหลงทางถึงปราสาทแห่งหนึ่งซึ่งประตูหน้าเปิดกว้างดั่งปลาฉลามรอเหยื่อ

เจ้าชายอาร์นเดินเข้าสู่มือของมอร์แกน เลอเฟย์ พี่สาวต่างมารดาของกษัตริย์อาเธอร์เสียแล้ว

ข่าวเจ้าชายอาร์นอยู่ที่ปราสาทของมอร์แกน เลอเฟย์ แม่มดที่น่ากลัวที่สุดของอังกฤษมาถึงเซอร์เดลในเวลาไม่นาน ข่าวไปถึงเจ้าชายแวลเยนต์ทันที

เขานิ่งสงบเมื่อได้ยินแม้ใจร้อนรุ่มเพราะชีวิตลูกชายเป็นตายเท่ากัน เขาทูลขอกษัตริย์อาเธอร์ใช้ห้องทำงานปรุงยาของพ่อมดเมอร์ลินที่ปิดตายไว้

บัดนี้เขาพร้อมแล้วและเดินเท้าเปล่ามือเปล่าย่ำหิมะขาวโพลนเข้าสู่กับดัก

เมื่อเดินเข้าสู่ท้องพระโรง แวลเยนต์ทักทายเลอเฟย์เสมือนมิได้จากกันสิบแปดปี งูเห่าตัวหนึ่งเลื้อยออกจากแขนเสื้อของเขา “อลิซไม่ชอบความมืด มันจะโจมตีเมื่อมืดเท่านั้น” ว่าแล้วแวลเยนต์จุดเทียนทีละเล่มด้วยมือเปล่า

จากเด็กหนุ่มที่พลัดที่นาคาที่อยู่จากแดนเหนือเมื่อเสด็จพ่อแพ้สงครามระหกระเหินมาถึงเกาะอังกฤษ วันนี้เขามิใช่เป็นเพียงแค่อัศวินโต๊ะกลมผู้ครอบครองดาบขับขาน (singing sword) ซึ่งเป็นดาบพี่น้องของเอ็กซ์คาลิเบอร์แห่งกษัตริย์อาเธอร์ที่เมอร์ลินเป่าเสกให้ เจ้าชายแวลเยนต์ยังเป็นศิษย์ที่รักของเมอร์ลินอีกด้วย

“ดาร์ก” เลอเฟย์บัญชา “ฆ่ามัน”

ดาร์กเป็นมนุษย์อัปลักษณ์ไร้ใจ ไร้สมอง ไร้ความเจ็บปวด เจ้าชายแวลเยนต์ทุบเขากองลงพื้นหลายครั้งยังลุกขึ้นใหม่ได้เสมอ เมื่อหมดทางแวลเยนต์ล้วงมีดสั้นที่ซ่อนไว้ออกมา เป็นเวลาที่เลอเฟย์หยิบอาหารขึ้นมาล่อให้ดาร์กหยุดลงมือ “ข้าจะให้เจ้าเห็นว่าข้าจะทำอะไรกับบุตรชายของเจ้า” ทันใดนั้น เจ้าชายอาร์นเปิดม่านออกมาและยิ้มให้บิดาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เรียกผมหรือครับ ท่านพ่อ”

เมื่อเจ้าชายแวลเยนต์พบว่าบุตรชายมิได้ตกอยู่ใต้มนต์สะกดอะไรจึงปล่อยงูร้ายนั้นเลื้อยออกมาแล้วหายไปในความมืด “อย่าคิดตามเรา” สองพ่อลูกเดินออกจากปราสาทนางแม่มดอย่างสง่าผ่าเผย “โชคดีที่เจ้ามาทันเวลา พ่อหมดมุขที่เมอร์ลินเคยสอนเอาไว้พอดี เจ้าหนีออกมาได้อย่างไร”

เจ้าชายอาร์นเล่าว่าเขาถูกคุมขังในห้องขังเดียวกันกับที่พ่อเคยถูกขังครั้งเข้ามาช่วยเหลือเซอร์กาเวนเมื่อสิบแปดปีก่อน จำวิธีที่พ่อใช้เข็มขัดสกัดร่องซี่กรงแล้วหนีออกมาได้เสมอ

“ตอนที่หนีออกมาได้เห็นพ่อเดินมือเปล่าเข้าไปในปราสาทผมจึงกลับเข้าไปใหม่”

เซอร์เดล แมคคินนี่ และนางมาทิลดาต้อนรับสองพ่อลูกด้วยงานเลี้ยงอย่างอบอุ่น ฤดูกาลล่าหมูป่ายังไม่สิ้นสุด เจ้าชายอาร์นขอบิดาร่วมขบวนล่าหมูป่าต่อแต่เจ้าชายแวลเยนต์ต้องขอตัวเพราะมีภารกิจที่คาเมล็อต เซอร์เดลจึงฝากฝังเลดี้โดแนทติดตามเจ้าชายกลับคาเมล็อตด้วย เหตุเพราะเอิร์ลแห่งโดแนทผู้ชราได้รับบาดเจ็บจากการล่าหมูป่ายังไม่สามารถเดินทางไกลได้

เลดี้โดแนทเป็นสาวงาม หล่อนดีใจจนออกนอกหน้าเมื่อจะได้ใกล้ชิดอัศวินหนุ่มผู้งามสง่าเป็นที่เลื่องลือ บัดนี้การเดินทางสู่ความยุ่งยากได้เริ่มต้นขึ้นอีกแล้ว

เลดี้โดแนทผู้เบื่อหน่ายสามีชรารู้สึกเริงร่าควบม้านำหน้าเจ้าชายด้วยความรู้สึกยินดีเป็นที่สุดแต่ม้าลื่นหิมะขณะข้ามลำธารถึงคอหัก หญิงสาวจึงได้ขึ้นม้าของเจ้าชายแล้วโอบหลังอันแสนอบอุ่น หลังจากพักแรมในโรงเตี๊ยมเล็กๆ เช้าวันต่อมาเจ้าชายจัดอานม้าใหม่ให้สาวเจ้านั่งด้านหน้าเพื่อความสะดวก แต่นั่นทำให้หล่อนได้ซบไออุ่นจากแผ่นอกของบุรุษรูปงามอีกด้วย

ราชินีอลิตานั่งที่หน้าต่างเฝ้ามองการกลับมาของสามีทุกวัน พลันที่เขาปรากฏในสายตาเธอถลันลงไปต้อนรับด้วยความดีใจเป็นที่สุด แต่บนตักสามีกลับมีหญิงสาวที่ซุกกายเคล้าคลอใกล้ชิด เจ้าชายแวลเยนต์ร้องทักภริยา แต่ครั้นลงจากม้าและช่วยหญิงสาวลงจากม้าได้ หันกลับไปราชินีอลิตาหายตัวไปแล้ว ด้วยความโกรธเขาไม่กลับเข้าวังแต่เดินกลับบ้านปรากฏว่าบ้านถูกล็อกไม่ให้เขาเข้า

ข้าวของเครื่องใช้และอาวุธของเขาถูกกองเอาไว้นอกบ้าน

เวลาผ่านไปเจ้าชายแวลเยนต์อาศัยในห้องพักชั่วคราวของคาเมล็อต เดินผ่านราชินีอลิตาด้วยความหมางเมิน ราชินีอลิตาปฏิบัติภารกิจเหมือนชีวิตเป็นปกติ ถึงตอนนี้สองคนมิได้คิดเรื่องสาเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว แต่เป็นความหยิ่งที่แยกคนรักสองคนห่างจากกันมากขึ้นทุกวัน

ความขุ่นข้องหมองใจของคู่สมรสเป็นเช่นนี้ หลายครั้งที่เราลืมไปแล้วว่าทะเลาะกันเรื่องอะไรแต่ความไม่พอใจกลับยังคงคุกรุ่น

เจ้าชายแวลเยนต์ฝึกซ้อมทุกวันและเฝ้าขอภารกิจจากกษัตริย์อาเธอร์เพื่อจะได้ไปจากที่นี่ เขาเป็นถึงรัชทายาทของกษัตริย์ทูเล่แห่งแดนเหนือนี่นา ส่วนราชินีอลิตาครุ่นคิดถึงอาณาจักรที่เธอละทิ้งมานานน่าจะถึงเวลากลับไปดูแล พร้อมทั้งพาลูกเล็กสามคน คือ แฝดหญิงและกาเลนน้อยกลับไปรับการศึกษาที่ถูกต้องด้วย เธอมีบัญชาให้กันดาร์ ฮาร์ล ต้นหนเรือผู้สามารถเตรียมเดินทาง

“เรื่องนี้เจ้าตัดสินใจเอง เจ้าจะไม่มีวันมีความสุขหากรับเอาการตัดสินใจของคนอื่น” เจ้าชายแวลเยนต์ตอบเมื่อเจ้าชายอาร์นถามว่าเขาควรอยู่กับใคร

“เจ้ากำลังเป็นผู้ใหญ่แล้ว เจ้าต้องเลือกทางของตัวเอง” ราชินีอลิตาตอบแบบเดียวกัน

วัยรุ่นมีหน้าที่เช่นนี้ ตัดสินใจเองแล้วจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ มัวแต่เชื่อฟังพ่อแม่แล้วจะต้องเชื่อฟังตลอดไป

เจ้าชายแวลเยนต์ออกจากคาเมล็อตโดยไร้จุดหมายแต่กลับไปพบหญิงสาวผมทองถูกกักขังบนหอคอยของทรราชเซอร์แอสตริก แม้แต่เขาเองก็อดแปลกใจมิได้ว่าตัวเองผ่านเหตุการณ์ทำนองนี้มาแล้วนักต่อนัก (นักอ่านก็แปลกใจเหมือนกัน)

หญิงสาวฝากจดหมายขอความช่วยเหลือไปถึงบิดาเอิร์ลแห่งเบิร์นฟอร์ด

ปราสาทของทรราชแข็งแกร่งและมีทางเข้าคับแคบยากแก่การบุก ดูเหมือนเจ้าชายแวลเยนต์จะมีภารกิจให้ทำสมใจแล้ว

จบเล่ม 17 ที่ตรงนี้

ปี 1970 ฟอสเตอร์มองหาศิลปินที่จะมาแทนที่เขา ในเล่ม 17 นี้จะมีบางภาพเป็นฝีมือของศิลปินคนอื่นๆ ซึ่งรวมทั้งจอห์น คัลเลน เมอร์ฟี่ ด้วย สามหน้าของเมอร์ฟี่คือหน้าที่ 1760, 1764 และ 1766



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ส่องอนาคต ‘พรรคชัชชาติ’ เส้นทาง ‘การเมืองระดับชาติ’ ของผู้ว่าฯ กทม.?
ผู้ช่วย สส. อาจารย์เชน มองประเด็นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.มีเหรียญ2ด้าน อยากให้มองที่ข้อมูล ยกตัวอย่างโมเดลสิงคโปร์
ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว
คุณเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่
สนามมวยราชดำเนิน
คันเบ ยอดกุนซือ | คนที่สามารถจะครองแผ่นดินได้ ก็ต้องเป็นผู้ครองแผ่นดิน
อีกซีกหนึ่งของทีซีซี
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 1 โลกเป็นศูนย์กลาง
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (2) กฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์
ปลื้มเธอ
ประชาชนเกี่ยวข้าว เดือนอ้าย