bg-single

การเมืองแบบ ‘บ้านใหญ่’ ไม่ได้มีแค่ประเทศไทย

07.04.2026

บทความพิเศษ | จักรกฤษณ์ สิริริน

การเมืองแบบ ‘บ้านใหญ่’

ไม่ได้มีแค่ประเทศไทย

การเมืองแบบ “บ้านใหญ่” หรือการเมืองที่ครอบครัวผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญกับการเมืองระดับชาติ

สิ่งที่เรียกว่า “บ้านใหญ่” ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไทยเท่านั้น แต่ยังพบได้ในหลายประเทศทั่วโลก

ญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน โดยมีนักการเมืองจำนวนมากที่สืบทอดตำแหน่งจากบิดาหรือญาติ

งานวิจัยระบุว่า กว่า 25% ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป็นนักการเมืองที่มาจาก “ตระกูลการเมือง” และญี่ปุ่นถูกจัดอันดับว่ามีจำนวน “นักการเมืองสายตระกูล” สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก

รองจากไทย ฟิลิปปินส์ และไอซ์แลนด์

นอกจากญี่ปุ่นแล้ว ฟิลิปปินส์ก็เป็นประเทศที่มี “การเมืองแบบบ้านใหญ่” อย่างเข้มข้น

โดย “ตระกูลการเมือง” เช่น มาร์กอส อากีโน และดูเตร์เต มีบทบาทสำคัญในระดับชาติและท้องถิ่น การเมืองแบบครอบครัวใหญ่ในฟิลิปปินส์ถูกวิจารณ์ว่าทำให้เกิดการผูกขาดอำนาจและลดการแข่งขันทางการเมืองที่แท้จริง

อินโดนีเซียก็มีปรากฏการณ์ “การเมืองแบบบ้านใหญ่” โดยตระกูลซูฮาร์โตและโยโกวีมีบทบาทสำคัญในช่วงเวลาต่างๆ ของการเมืองประเทศ

ขณะที่ในอินเดียก็มีตระกูลเนห์รู-คานธีที่ครองบทบาททางการเมืองมายาวนาน

กัมพูชามีตัวอย่างชัดเจนจากตระกูลฮุน ที่มีบทบาททางการเมืองมายาวนาน โดยฮุน เซน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลายทศวรรษ และต่อมาบุตรชาย ฮุน มาเนต ได้ขึ้นมาสืบทอดตำแหน่ง ซึ่งสะท้อนถึงการเมืองแบบครอบครัวใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อโครงสร้างอำนาจของประเทศ

ในเกาหลีใต้ก็มีปรากฏการณ์ “การเมืองแบบบ้านใหญ่” โดยบางตระกูลมีสมาชิกหลายรุ่นที่เข้ามามีบทบาททางการเมือง เช่น ตระกูลคิมและพัค ซึ่งสะท้อนถึงการสืบทอดอำนาจและอิทธิพลทางการเมืองในครอบครัว

ในศรีลังกา ตระกูลราชปักษามีบทบาทสำคัญต่อการเมืองมายาวนาน โดยมีสมาชิกหลายคนดำรงตำแหน่งทั้งประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี การเมืองแบบครอบครัวนี้ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการผูกขาดอำนาจ และมีส่วนทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจและการประท้วงครั้งใหญ่ในปี 2022 ที่นำไปสู่การลาออกของผู้นำ

ในยุโรป มีตัวอย่างเช่น อิตาลีและฝรั่งเศส ที่บางตระกูลมีบทบาททางการเมืองต่อเนื่องหลายรุ่น แม้จะไม่เข้มข้นเท่าเอเชีย แต่ก็สะท้อนถึงการสืบทอดอำนาจในครอบครัวการเมือง

ในสแกนดิเนเวีย แม้ระบอบประชาธิปไตยจะเข้มแข็งและโปร่งใส แต่ก็มีตัวอย่างการเมืองแบบครอบครัว เช่น ในเดนมาร์กและนอร์เวย์ที่บางตระกูลมีสมาชิกหลายรุ่นเข้ามามีบทบาทในสภาและรัฐบาล แม้จะไม่เข้มข้นเท่าในเอเชีย แต่ก็สะท้อนถึงการสืบทอดอำนาจในครอบครัวการเมืองที่ยังคงมีอยู่

ไอซ์แลนด์แม้จะเป็นประเทศเล็ก แต่ก็ถูกจัดอันดับว่ามีจำนวน “นักการเมืองสายตระกูล” สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก

โดยมีนักการเมืองที่สืบทอดตำแหน่งจากครอบครัวในระดับรัฐสภา สะท้อนให้เห็นว่า “การเมืองแบบบ้านใหญ่” สามารถเกิดขึ้นได้แม้ในประเทศที่มีระบอบประชาธิปไตยเข้มแข็ง

ในอเมริกาเหนือ การเมืองแบบ “บ้านใหญ่” หรือการเมืองที่ครอบครัวใหญ่มีบทบาทสืบทอดอำนาจทางการเมืองปรากฏชัดเจนในหลายตระกูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

สหรัฐอเมริกามีตัวอย่างที่โดดเด่นคือ “ตระกูลเคนเนดี้” ซึ่งสมาชิกหลายคนดำรงตำแหน่งสำคัญทั้งในระดับประธานาธิบดี วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร

ตระกูลบุชก็เป็นอีกตัวอย่างที่ชัดเจน โดยมีทั้งจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช และจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี รวมถึงเจ๊บ บุช ที่เคยเป็นผู้ว่าการรัฐฟลอริดา

ตระกูลคลินตันก็มีบทบาทสำคัญ โดยบิล คลินตัน เป็นประธานาธิบดี และฮิลลารี คลินตัน ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศและผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

นอกจากนี้ยังมีตระกูลการเมืองเก่าแก่ที่มีบทบาทต่อเนื่องตั้งแต่ยุคก่อตั้งประเทศ เช่น ตระกูลอดัมส์ที่มีทั้งจอห์น อดัมส์ และจอห์น ควินซี อดัมส์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

ตระกูลรูสเวลต์ที่มีธีโอดอร์ และแฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์ เป็นประธานาธิบดีในช่วงเวลาต่างกัน รวมถึงตระกูลดาเลย์ในชิคาโกที่ครองอำนาจทางการเมืองท้องถิ่นต่อเนื่องหลายรุ่น

ในแคนาดา แม้จะไม่โดดเด่นเท่าสหรัฐ แต่ก็มีปรากฏการณ์การเมืองแบบบ้านใหญ่เช่นกัน เช่น ตระกูลทรูโด โดยปิแอร์ เอลเลียต ทรูโดเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และต่อมาบุตรชาย จัสติน ทรูโด ก็ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเช่นกัน ซึ่งสะท้อนถึงการสืบทอดอำนาจทางการเมืองแบบครอบครัว

ในอเมริกากลาง หากมองไปที่ประเทศในภูมิภาค “ลาตินอเมริกา” เช่น นิการากัว ตระกูลออร์เตกาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ “การเมืองแบบบ้านใหญ่” โดยมีการสืบทอดอำนาจและการครองตำแหน่งต่อเนื่องหลายทศวรรษ

โดยในฮอนดูรัสและกัวเตมาลาก็มีตระกูลการเมืองที่ครองอำนาจในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

ในอเมริกาใต้ “การเมืองแบบบ้านใหญ่” ปรากฏชัดเจนในหลายประเทศ เช่น อาร์เจนตินา ที่ตระกูลเฟอร์นันเดซมีบทบาทต่อเนื่องในตำแหน่งประธานาธิบดี

ที่บราซิล ตระกูลเนเวสและตระกูลซิลวา เคยมีบทบาทสำคัญในระดับชาติ และชิลี ที่ตระกูลอัลเลนเดและปิโนเชต์มีอิทธิพลทางการเมืองในช่วงเวลาต่างๆ

การเมืองแบบครอบครัวใน “ภูมิภาคลาติน” นี้ มักเชื่อมโยงกับการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

ในแอฟริกาเหนือ เช่น อียิปต์ ตูนิเซีย และลิเบีย ก่อนการปฏิวัติอาหรับสปริง ตระกูลการเมืองและครอบครัวผู้ปกครองมีบทบาทอย่างเข้มแข็ง เช่น ตระกูลมูบารักในอียิปต์ที่มีการวางตัวลูกชายให้สืบทอดอำนาจ แต่ถูกกระแสประชาชนต่อต้านและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่

อาหรับสปริงจึงเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า การเมืองแบบบ้านใหญ่แม้จะมีอำนาจเข้มแข็ง แต่ก็สามารถถูกท้าทายได้เมื่อประชาชนเรียกร้องประชาธิปไตย

ในแอฟริกากลาง เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และกาบอง มีปรากฏการณ์การเมืองแบบครอบครัวที่ชัดเจน เช่น ตระกูลบองโกในกาบองที่ครองอำนาจต่อเนื่องหลายทศวรรษ และตระกูลกาบีลาในคองโกที่มีทั้งบิดาและบุตรดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

“การเมืองแบบบ้านใหญ่” ในภูมิภาคนี้ มักเชื่อมโยงกับการรวมศูนย์อำนาจและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นฐานในการครองอำนาจ

ในแอฟริกาใต้ แม้จะมีระบอบประชาธิปไตยหลังการสิ้นสุดยุค Apartheid แต่ก็ยังมีปรากฏการณ์การเมืองแบบครอบครัว เช่น ตระกูล Mandela ที่มีสมาชิกหลายคนเข้ามามีบทบาททางการเมืองและสังคม แม้จะไม่ใช่การผูกขาดอำนาจ แต่ก็สะท้อนถึงการสืบทอดอิทธิพลทางการเมืองในครอบครัว

ในออสเตรเลีย ก็มีปรากฏการณ์การเมืองแบบ “บ้านใหญ่” หรือการเมืองที่ครอบครัวใหญ่สืบทอดอำนาจและอิทธิพลทางการเมืองต่อเนื่องหลายรุ่น

แม้ระบบการเมืองของออสเตรเลียจะเป็นประชาธิปไตยแบบ Westminster หรือระบบการเมืองแบบเปิดกว้าง แต่ครอบครัวการเมืองยังคงมีบทบาทสำคัญในหลายรัฐและระดับชาติ

เห็นได้จากมีนักการเมืองที่สืบทอดตำแหน่งจากครอบครัว เช่น ตระกูล Crean และ Downer ที่มีสมาชิกหลายรุ่นเข้ามามีบทบาทในสภา

ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ ตระกูล Playford ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย โดยโทมัส เพลย์ฟอร์ด ที่ 4 ดำรงตำแหน่ง Premier ยาวนานถึง 27 ปี ตั้งแต่ปี 1938-1965

ถือเป็นหนึ่งในผู้นำที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ออสเตรเลีย และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ในรัฐวิกทอเรียมีตระกูล Cain ที่มีสมาชิกหลายรุ่นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรัฐและผู้นำพรรคการเมือง ขณะที่ในระดับชาติ ตระกูล Menzies ก็มีบทบาทสำคัญ โดยโรเบิร์ต เมนซีส์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียยาวนานที่สุด และครอบครัวของเขายังมีสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับการเมืองต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมีตระกูลอื่นๆ เช่น Lyons ที่มีโจเซฟ ไลออนส์ เป็นนายกรัฐมนตรี และภรรยา Enid Lyons ก็เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสภาผู้แทนราษฎรออสเตรเลีย รวมถึงตระกูล Anthony ที่มีสมาชิกหลายรุ่นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์
กลไกอุดมการณ์หนังไทย ก่อนลั่นไกฆ่านกพิราบ 6 ตุลา 19