bg-single

บันทึกคดี ‘เหมืองอัครา’

12.04.2026

สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน

คําพิพากษาของศาลแพ่ง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม ที่สั่งให้บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เจ้าของเหมืองทองคำโครงการชาตรี ชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากมีหลักฐานรับฟังได้ว่า โลหะหนักรั่วไหลจากบ่อกักเก็บแร่ลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและฝุ่นละอองโลหะหนักเปื้อนสารพิษฟุ้งกระจาย ทำให้ประชาชนในพื้นที่รอบเหมืองทองคำได้รับผลกระทบเกือบ 400 ชีวิต นับเป็นอีก 1 คดีประวัติศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ควรบันทึกไว้

ศาลแพ่งอ่านคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา โดย น.ส.สื่อกัญญา ธีระชาติดำรง กับพวก 4 คนเป็นโจทก์ยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่อจำเลย คือบริษัท อัครา รีซอร์สเซส กรณีการทำเหมืองทองคำของบริษัทฯ ก่อให้เกิดการแพร่กระจายของฝุ่นละอองโลหะหนักที่มีพิษออกสู่ภายนอกเหมือง พัดปลิวไปตามกระแสลมเกิดเสียงสั่นสะเทือนจากการระเบิดหิน เกิดการรั่วไหลของสารพิษไซยาไนด์ที่กักเก็บไว้ในบ่อกักเก็บกากแร่ เกิดการแพร่กระจายของสารโลหะหนักอื่นๆ เช่น สารหนู, แมงกานีส, เหล็ก เป็นต้น แพร่กระจายเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมของโจทก์และสมาชิกกลุ่มที่อาศัยบริเวณโดยรอบลำคลองและอ่างเก็บน้ำ

ในคำฟ้องระบุว่า สมาชิกกลุ่มนำน้ำจากลำคลองมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ส่งผลให้เกิดการสะสมของสารพิษในผลผลิตทางการเกษตร เช่น เมล็ดข้าว ข้าวโพด เป็นต้น ตลอดจนการบริโภคข้าวและอาหารจากแหล่งน้ำดังกล่าวมีสารไซยาไนด์ สารหนู และแมงกานีสเจือปน เป็นเหตุให้โจทก์และสมาชิกกลุ่มเจ็บป่วย ได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัย และจิตใจ

โจทก์ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์และสมาชิกกลุ่ม เป็นค่ารักษาพยาบาลการเจ็บป่วยมีสารพิษในร่างกาย ค่าเสื่อมสุขภาพอนามัยด้านร่างกาย ค่าเสื่อมสุขภาพอนามัยด้านจิตใจ ค่าใช้จ่ายเพื่อดำรงชีพ และค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า มีการรั่วไหลของโลหะหนักจากบ่อเก็บกักกากแร่ที่ 1 จากทางทิศใต้ออกไปสู่ที่ราบผ่านไปตามแหล่งน้ำธรรมชาติ พบโลหะหนักอยู่ในลำคลอง มีสารโลหะหนักในร่างกาย และได้รับผลกระทบจากฝุ่นและเสียงที่เกิดจากการระเบิดเหมืองแร่ จึงให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้ง 4 และสมาชิกกลุ่มจำนวน 382 ราย

เป็นค่าเสื่อมสุขภาพอนามัยสำหรับประชาชนที่มีอายุ 15 ปีลงมา ให้รายละ 200,000 บาท อายุมากกว่า 15 ปี รายละ 100,000 บาท อายุ 15 ปีลงมา แต่มีค่าโลหะหนักในร่างกายไม่เกินเกณฑ์ รายละ 100,000 บาท อายุมากกว่า 15 ปี มีค่าโลหะหนักในร่างกายไม่เกินเกณฑ์ รายละ 50,000 บาท

ค่าเสื่อมสภาพจิตใจได้รับความหวาดกลัววิตกกังวล สำหรับผู้ที่มีสารโลหะหนักเกินเกณฑ์ ให้ได้รับการชดใช้รายละ 20,000 บาท ส่วนที่ไม่เกินเกณฑ์ ให้ได้รับรายละ 10,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลรายละ 5,000 บาท

ค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำดื่มและอาหารเมื่อไม่สามารถอุปโภคบริโภคจากแหล่งน้ำธรรมชาติได้ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนในการดำรงชีวิต ให้ชดใช้รายละ 5,000 บาท ค่าขาดประโยชน์ในการใช้แหล่งน้ำและวิถีชีวิตถูกทำลาย ให้ชดใช้รายละ 5,000 บาท

ในคำพิพากษายังกำหนดให้จำเลยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในมาตรการแก้ไขและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม เป็นเงิน 40 ล้านบาทเศษ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

ว่าที่ ร.ต.สมชาย อามีน ทนายความฝ่ายโจทก์ ให้ความเห็นว่า คดีนี้เป็นการฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class Action) มีสมาชิกผู้ร่วมฟ้องจำนวน 382 คน และในคำพิพากษา ศาลยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกในคดี สามารถยื่นคำร้องขอรับการเยียวยาเพิ่มเติมได้ โดยนำหลักฐาน เช่น ใบรับรองแพทย์ ยื่นต่อกรมบังคับคดี ผ่านคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบและคัดกรองผู้ได้รับผลกระทบ ก่อนพิจารณาการเยียวยา ขณะที่ทีมทนายความจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษา

คดีนี้ยังไม่จบ บริษัทอัครา รีซอร์สเซสฯ ออกแถลงการณ์หลังคำพิพากษาศาลแพ่งว่า บริษัทฯ จะยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากหลักฐานของฝั่งบริษัทฯ นั้นมีความขัดกันกับผลของคำพิพากษาอย่างมีนัยสำคัญ

หลักฐานของบริษัทมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนอย่างชัดแจ้งน่าเชื่อถือเพียงพอ ขอยืนยันตลอดระยะเวลากว่า 25 ปี บริษัททำตามกฎหมาย กฎระเบียบรวมถึงการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) มาโดยตลอด ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ บริหารจัดการบ่อกักเก็บหางแร่ตามมาตรฐานสากล

การควบคุมและบำบัดสารที่ใช้ในการกระบวนการผลิต การตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทั้งในดิน น้ำ และอากาศอย่างต่อเนื่อง มีหลักฐานทางวิชาการรองรับอย่างชัดเจน

นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัทอัครา รีซอร์สเซสฯ ยืนยันว่า หากเหมืองก่อผลกระทบจริง พนักงานของบริษัทคือคนกลุ่มแรกที่ต้องได้รับผลกระทบก่อน

“พนักงานเหล่านี้มีครอบครัวและคนที่รักอาศัยอยู่ในพื้นที่ หากทำอะไรไม่รอบคอบ หรือทำในสิ่งที่ทำให้ครอบครัวของพี่น้องพนักงานตกอยู่ในความเสี่ยงแล้ว พวกเขาไม่ยอมแน่ พนักงานจึงเปรียบเสมือนอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ร่วมกันสอดส่องดูแลการทำงานในทุกขั้นตอน” นายเชิดศักดิ์ระบุ

การยื่นอุทธรณ์ของบริษัทอัครา รีซอร์สเซสฯ จะมีผลต่อคดีนี้หรือไม่แค่ไหนคดีจะใช้เวลานานเท่าใดจึงสิ้นสุด คงต้องติดตามดูกันต่อ

แต่คำพิพากษาคดี “เหมืองทองอัครา” ได้บอกให้สังคมรู้ว่า กระบวนการพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อมครั้งนี้ได้พิเคราะห์จำแนกแยกรายละเอียดคดีอย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของผลกระทบทางสุขภาพ จิตใจของประชาชน กลุ่มเปราะบาง ที่เป็นกลุ่มเด็ก มีเรื่องของค่าความหวาดกลัววิตกกังวล ค่าความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน

คำพิพากษายังกำหนดให้ฝ่ายจำเลยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมด้วยงบประมาณของบริษัทอัครา รีซอร์สเซสฯ เป็นไปตามหลักการ “ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย” หรือ Polluter Pays Principle

หลักการนี้เป็นสากลและเป็นบรรทัดฐานที่ผู้ก่อมลพิษในประเทศนี้พึงตระหนักถึงผลของการกระทำ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ส่องอนาคต ‘พรรคชัชชาติ’ เส้นทาง ‘การเมืองระดับชาติ’ ของผู้ว่าฯ กทม.?
ผู้ช่วย สส. อาจารย์เชน มองประเด็นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.มีเหรียญ2ด้าน อยากให้มองที่ข้อมูล ยกตัวอย่างโมเดลสิงคโปร์
ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว
คุณเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่
สนามมวยราชดำเนิน
คันเบ ยอดกุนซือ | คนที่สามารถจะครองแผ่นดินได้ ก็ต้องเป็นผู้ครองแผ่นดิน
อีกซีกหนึ่งของทีซีซี
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 1 โลกเป็นศูนย์กลาง
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (2) กฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์
ปลื้มเธอ
ประชาชนเกี่ยวข้าว เดือนอ้าย