บทความพิเศษ
อ่าน สถานะสื่อ
กับ กุหลาบ สายประดิษฐ์
ผ่าน มนุษยภาพ
ณสำนัก “เสนาศึกษาและแผ่วิทยาศาสตร์” กุหลาบ สายประดิษฐ์ ทำงานจนได้เงินเดือนเต็มขั้น แต่ไม่สามารถปรับขึ้นอีกได้ เหตุเพราะไม่ได้ “รับราชการ” ไม่ได้เป็น “นายทหาร”
ขณะเดียวกัน ระหว่างทำงานก็ได้พบท่าทีวางเขื่องของ “นายทหาร” สมัยนั้นต่อผู้ทำงานซึ่งเป็น “พลเรือน”
ยิ่งกว่านั้น เมื่อสมัครเข้าสอบโดยหวังจะเป็นผู้ช่วยล่าม กรมแผนที่ แม้กุหลาบ สายประดิษฐ์ จะสอบได้ที่ 1 แต่ถูกเรียกไปต่อรองเรื่องเงินเดือนจากอัตราที่ประกาศไว้เดิม
โดยเจ้าหน้าที่กรมแผนที่อยากจะให้คนอื่นซึ่งเป็นลูกของผู้มีบรรดาศักดิ์ได้ตำแหน่งนี้
ข้อเขียนเรื่อง “บันทึกชีวิตและงานของกุหลาบ สายประดิษฐ์ ของชนิด สายประดิษฐ์ ภรรยาของกุหลาบ สายประดิษฐ์ ซึ่งตีพิมพ์ใน “โลกหนังสือ” ฉบับประจำ เดือนพฤศจิกายน 2522
สรุปความคิดของกุหลาบ สายประดิษฐ์ ในตอนนั้นว่า
“เมื่อถูกต่อรองเป็นครั้งที่ 2 กุหลาบ สายประดิษฐ์ ก็แน่ใจว่าเป็นการกีดกันและเล่นพรรคพวก
ตั้งแต่นั้นเขาก็ไม่คิดจะทำราชการอีก”
กำเนิด กลุ่มสุภาพบุรุษ
กับ กุหลาบ สายประดิษฐ์
ปีพ.ศ.2472 กุหลาบ สายประดิษฐ์ รวบรวมเพื่อนพ้องนักเขียนรุ่นหนุ่มวัย 20 เศษๆ เช่น มาลัย ชูพินิจ, โชติ แพร่พันธุ์ เป็นต้น ตั้ง “กลุ่มสุภาพบุรุษ” ขึ้นและออกหนังสือ “สุภาพบุรุษ” รายปักษ์
หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ได้เป็นหลักเขตสำคัญในการแบ่งยุคแบ่งสมัย
ทั้งในแง่การรวมกลุ่มนักคิด นักเขียน ทั้งในแง่ของวิชาชีพหนังสือพิมพ์ และทั้งที่เป็นเวทีให้นักเขียนหนุ่มสาวได้เสนองานเขียนอันก้าวไปบนเส้นทางแห่งจินตนิยมอันต่างไปจากขนบแห่งนิยายแบบเดิมและเรื่องอ่านเล่นที่เขียนกันในสมัยนั้น
ฉุน ประภาวิวัฒน์ นักเขียน นักแปลและนักหนังสือมีชื่อลงความเห็นผ่านบทความ “กุหลาบ สายประดิษฐ์ กับคณะนักประพันธ์กลุ่มสุภาพบุรุษ” ว่า
กุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นคนแรกที่สามารถรวบรวมนักเขียนไว้ได้เป็นคณะและไปไหนก็ยกขบวนไปด้วยกันทั้งชุด นับเป็นประวัติศาสตร์แห่งวงการนักเขียนและวงการประพันธ์ของเมืองไทยทีเดียว
เรื่องเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในยุค “บางกอกรีคอร์เดอร์” ไม่เคยเกิดขึ้นในยุค “เทียนวรรณ” เนื่องจากการทำหนังสือยังเป็นเรื่องของปัจเจกยังไม่ได้ก่อรูปเป็น “คณะ”
หนังสือ “สุภาพบุรุษ” ตีพิมพ์ออกมาเพียง 2 ปักษ์ก็ต้องเพิ่มจำนวนพิมพ์ จากปักษ์ละ 3,000 ฉบับ เป็น 4,000 ฉบับ และหนังสือขายดีจนแม้แต่สมาชิกใน “กลุ่มสุภาพบุรุษ” ก็ไม่มีไว้เป็นสมบัติ
เป็นการยืนยันของ ร.วุธาทิตย์ นักเขียน “กลุ่มสุภาพบุรุษ” ผ่าน “โลกหนังสือ” เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2521
ขณะเดียวกัน หลังจากนวนิยายเรื่อง “ปราบพยศ” ตีพิมพ์ในสุภาพบุรุษและ “ยอดปรารถนา” อันเป็นผลงานเขียนของ “ศรีบูรพา” ตีพิมพ์ในไทยใหม่ ก็จุดไฟให้ยศ วัชรเสถียร เกิด “ความอยาก” ที่จะเป็น “นักประพันธ์” ขึ้นมาอย่างรุนแรง
เนื่องจากชมชอบท่วงทำนองและสำนวนโวหารอัน “ศรีบูรพา” สรรมาใช้
เส้นทาง หนังสือพิมพ์
ปักหลัก ณ ไทยใหม่
หลังจากหนังสือ “สุภาพบุรุษ” ต้องล้มเพราะอ่อนในด้านการบริหารธุรกิจหนังสือพิมพ์ เพราะถนัดในด้านการเขียน แต่ไม่สันทัดในเรื่องการจัดจำหน่าย กุหลาบ สายประดิษฐ์ และเพื่อนกลุ่มสุภาพบุรุษก็เข้าไปทำหนังสือพิมพ์รายวัน
นั่นก็คือ หนังสือพิมพ์ “บางกอกการเมือง” ในช่วงที่หนังสือพิมพ์ฉบับนี้กำลังจะล้ม
โพยม โรจนวิภาต เจ้าของนามปากกา อ.ก.รุ่งแสง เล่าว่า
“กุหลาบคิดพิมพ์หัวเป็นสีตามวัน อย่างวันอาทิตย์พิมพ์หัวสีแดง วันจันทร์ก็พิมพ์หัวสีเหลือง คนก็เห็นว่าเป็นของแปลกก็มาซื้อกัน อีกอย่าง “คณะสุภาพบุรุษ” ก็มีแฟนมาก่อนอยู่แล้ว
จากนั้น ก็เข้าไปทำหนังสือพิมพ์ “ไทยใหม่” พร้อมกับเสนอคำขวัญ “ตั้งต้นชีวิต ใหม่โดยอ่านไทยใหม่”
หนังสือพิมพ์ฉบับนี้มีบทบาทอย่างสำคัญในการโจมตีรัฐบาลและเรียกร้องประชาธิปไตย
ในปี พ.ศ.2474 ไทยใหม่ได้ลงบทความขนาดยาวของพระยาศราภัยพิพัฒน์
ในนามปากกาว่า “ศรทอง” ชื่อ “ชีวิตของประเทศ” อัน พรภิรมณ์ เอี่ยมธรรม อ้างในวิทยานิพนธ์ที่เสนอต่อบัณฑิตศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า
เป็นบทความที่ผู้เขียนตั้งใจที่จะรวบรวมข้อเท็จจริงและเสนอความคิดเห็นเพื่อช่วยในการตัดสินใจของรัฐบาลในขณะนั้นว่าถึงเวลาแล้วที่ควรจะเปลี่ยนไปสู่ประชาธิปไตย
จึงเขียนอย่างมีหลักเกณฑ์และมีเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ก้าวร้าว
ถึงกระนั้น รัฐบาลก็เริ่มไม่ไว้วางใจ สนิท เจริญรัฐ ซึ่งร่วมอยู่ในคณะของไทยใหม่สะท้อนผ่านหนังสือ “โอ…ว่าอาณาประชาราษฎร์” ของเขาว่า เจ้านายชั้นสูงผู้หนึ่งถึงกับรับสั่งว่า
“ไอ้พวกเด็กหนุ่มที่ “ไทยใหม่” เห็นจะมีหัวเอนเอียงไปทางบอลเชวิคเป็นแน่”
อาจจะเป็นเพราะความเห็นเช่นนี้ของ “เจ้านายชั้นสูง” เช่นนี้เอง ต่อมาเมื่อกุหลาบ สายประดิษฐ์ เขียนบทความชื่อ “มนุษยภาพ” และเตรียมจะนำลงพิมพ์ใน “ไทยใหม่” ปรากฏว่านายทุนเจ้าของหนังสือพิมพ์ไม่ยอมให้ลง
“ธนวนต์ จาตุประยูร เจ้าของนามปากกา “ธนาลัย” จึงเล่าว่า กุหลาบ สายประดิษฐ์ กับเพื่อนในกลุ่มสุภาพบุรุษจึงยกคณะตบเท้าลาออก
ถือเป็นเรื่องที่เกรียวกราวมากในยุคนั้น เป็นครั้งแรกที่เกิดในวงการหนังสือพิมพ์
ปรากฏการณ์ มนุษยภาพ
ล่ามโซ่ แท่นพิมพ์ ศรีกรุง
บทความอันลือชื่อเรื่อง “มนุษยภาพ” ต่อมา กุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้นำไปตีพิมพ์ผ่านหนังสือพิมพ์ “ศรีกรุง” กระทั่งถูกสั่งปิดและล่ามโซ่
นับเป็นครั้งแรกในวงการหนังสือพิมพ์อีกเหมือนกัน
“ธนาลัย” หรือธนวนต์ จาตุประยูร นักหนังสือพิมพ์ผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองไทยในกาลต่อมาคนหนึ่ง ให้ความเห็นต่อบทความเรื่อง “มนุษยภาพ” ว่า
“ก็มิใช่เรื่องรุนแรงอะไร
เป็นการระบายอารมณ์ของคนรุ่นหนุ่มเท่านั้น ซึ่งควรจะถือเป็นของธรรมดา และผู้อ่านทั่วไปก็ไม่รู้สึกว่าเป็นการปลุกระดมมวลชน”
และกุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้เขียนจดหมายไปเล่าบอกสด กูรมะโรหิต เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เทพศิรินทร์ซึ่งขณะนั้นยังศึกษาอยู่ในประเทศจีน และต่อมา เมื่อสด กูรมะโรหิต ได้นำเนื้อความของจดหมายเปิดเผยผ่านตัวละครหนึ่งใน “เมื่อหิมะละลาย” ใน “ฟ้าเมืองไทย” ว่า
“ความจริงก็ไม่มีอะไรที่แสลง ฉันพูดถึงสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาคของมนุษย์ ความเป็นธรรมของสังคม”
ขณะที่โพยม โรจนวิภาต เพื่อนร่วมรุ่นอีกคนหนึ่งของกุหลาบ สายประดิษฐ์ ที่ค่อนข้างจะเป็นฝ่าย “จารีตนิยม” เป็นข้าราชการอยู่ในกรมวัง ให้ความเห็นผ่าน “โลกหนังสือ” ว่า
“ทางการสั่งปิดเพราะเขียนเรื่องใกล้ราชบัลลังก์”
สถานะ หนังสือพิมพ์
สถานะ กุหลาบ สายประดิษฐ์
ในยุคที่มาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 บัญญัติว่า “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง”
การถกแถลงในประเด็นเรื่อง “มนุษยภาพ” เป็นเรื่องธรรมดาอย่างปกติ
แต่หากย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2474 ประเด็นเกี่ยวกับ “มนุษยภาพ” กลับเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ถึงขั้นหนังสือพิมพ์ “ศรีกรุง” ถูกปิดและแท่นพิมพ์ถูกล่ามด้วยโซ่
นั่นเป็นบทบาทและความหมายหนึ่งของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไม่ว่าในฐานะของนักเขียน ไม่ว่าในฐานะของนักหนังสือพิมพ์
