คุยกับทูต | แร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน การเฉลิมฉลองวันคิงส์เดย์ และสัมพันธ์ไทย-เนเธอร์แลนด์ (จบ)
รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน
Chanadda Jinayodhin
การเฉลิมฉลองวันพระราชา (King’s Day) หรือ Koningsdag ในกรุงเทพฯ
เป็นงานที่สะท้อนถึงการผสมผสานวัฒนธรรมดัตช์และไทยได้อย่างลงตัว โดยมีการจัดงานอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการในสถานที่สำคัญ
งานหลักมักจัดขึ้นที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย บนถนนวิทยุ ซึ่งสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและผสมผสานวัฒนธรรมสองประเทศได้เป็นอย่างดี
หรือบางครั้งจัดงานใหญ่ร่วมกับสมาคมชาวดัตช์ในประเทศไทย (NVT) ในสถานที่อื่นๆ ที่มีความเป็นดัตช์ร่วมอยู่ด้วย
รูปแบบงานงานเฉลิมฉลองนั้นคึกคักด้วยสีส้ม (Orange-filled) ซึ่งเป็นสีประจำราชวงศ์ดัตช์ มีการจำลองบรรยากาศแบบเนเธอร์แลนด์มาไว้ในสวนของสถานทูต ทั้งอาหารดัตช์รสเลิศ (เช่น Bitterballen) การแสดงดนตรี และกิจกรรมที่รวบรวมคนทุกกลุ่ม
ผู้ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน ประกอบด้วยบุคคลหลากหลายกลุ่มกว่า 800 คน ได้แก่ พันธมิตรชาวไทย นักการทูตจากประเทศต่างๆ ผู้นำทางธุรกิจ ศิษย์เก่า (Alumni) นักสร้างสรรค์ และชุมชนชาวดัตช์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย มาร่วมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลิม-อเล็กซานเดอร์ (King Willem-Alexander) แห่งเนเธอร์แลนด์ ทุกคนได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเอกอัครราชทูตแร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน สร้างบรรยากาศในค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองที่เป็นกันเองในสวนสวย
การสนทนาที่ไหลลื่นข้ามวัฒนธรรมและภูมิหลัง เป็นเครื่องบ่งชี้สำคัญถึง “ความเปิดกว้าง” (Openness) และ “ทักษะวัฒนธรรม” (Cultural Competence) ที่กำหนดลักษณะของทั้งสองสังคม
สุนทรพจน์ของเอกอัครราชทูตนำทุกคนมารวมกันในช่วงเวลาแห่งการใช้ความคิด ทบทวน และทำความเข้าใจร่วมกัน เน้นย้ำถึงความสำคัญของมิตรภาพ ความร่วมมือ และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างเนเธอร์แลนด์กับไทย


การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม
เป็นองค์ประกอบสำคัญของการเฉลิมฉลอง
“มักมีการร่วมมือกันในการแสดงดนตรีระหว่างศิลปินชาวดัตช์กับไทย แสดงให้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์สามารถเชื่อมโยงผู้คนข้ามพรมแดนได้อย่างไร ในขณะเดียวกัน ประสบการณ์ด้านอาหารก็ผสมผสานรสชาติแบบดัตช์และไทยได้อย่างลงตัว สร้างประสบการณ์ร่วมกันที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่ ช่วงเวลาแห่งการแลกเปลี่ยนเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าความเข้าใจทางวัฒนธรรมสามารถเติบโตได้ผ่านประสบการณ์ร่วมกัน”
ดนตรีและอาหารเป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการสร้างมิตรภาพและความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมในระดับสากล
การร่วมมือกันระหว่างศิลปินชาวดัตช์กับไทยในงานดนตรี เป็นความคิดสร้างสรรค์ไร้พรมแดน แสดงให้เห็นว่า เสียงเพลงและศิลปะสามารถทลายกำแพงด้านภาษาและสถานที่ ทำให้คนสองวัฒนธรรมสื่อสารกันได้ผ่านความรู้สึกและทำนอง
การผสมผสานรสชาติแบบดัตช์และไทย ไม่เพียงแต่สร้างรสชาติใหม่ แต่ยังเป็น “ภาษาอาหาร” ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน ทำให้ความแปลกใหม่กลายเป็นความคุ้นเคยที่น่าประทับใจ จัดเป็นประสบการณ์ร่วมทางอาหาร




การเฉลิมฉลองร่วมกัน
นายแร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน (H.E. Mr. Remco van Wijngaarden) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำราชอาณาจักรไทย กล่าวว่า
“นอกเหนือจากงานอย่างเป็นทางการแล้ว ยังมีการเฉลิมฉลองงานวันพระราชา (King’s Day) โดยชุมชนชาวดัตช์ทั่วประเทศไทย ชาวดัตช์และเพื่อนๆ ของพวกเขาจัดงานเฉลิมฉลองไม่ว่าจะอยู่ในกรุงเทพฯ หรือเมืองอื่นๆ กิจกรรมเหล่านี้เปรียบเสมือนการนำวัฒนธรรมการเฉลิมฉลองที่คึกคักที่สุดของเนเธอร์แลนด์มาไว้ในไทย ทำให้ชาวดัตช์รู้สึกเหมือนได้กลับบ้านแม้จะอยู่ในต่างแดน
การเฉลิมฉลองเหล่านี้มีชีวิตชีวาและเปิดกว้าง เต็มไปด้วยดนตรี เกม และมิตรภาพที่แน่นแฟ้น เพื่อนและคู่รักชาวไทยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น สร้างบรรยากาศพหุวัฒนธรรมที่ซึ่งประเพณีต่างๆ ถูกแบ่งปันและสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ
ประเพณีตลาดนัด (vrijmarkt) ก็ได้รับการนำมาปฏิบัติในกรุงเทพฯ เช่นกัน ภายในบริเวณสถานทูตเนเธอร์แลนด์ประจำกรุงเทพฯ ชุมชนชาวดัตช์จัดตลาดนัดที่มีชีวิตชีวา แขกสามารถเลือกชมสินค้าที่ไม่เหมือนใคร เพลิดเพลินกับขนมทำเอง และสัมผัสวัฒนธรรมดัตช์ในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง
การเฉลิมฉลองทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ สร้างความเชื่อมโยงที่กว้างขวางยิ่งขึ้น สะท้อนคุณค่าเดียวกันกับที่กำหนดการเฉลิมฉลองวันพระราชา (King’s Day) ในเนเธอร์แลนด์ นั่นคือ ความสามัคคี ความเปิดกว้าง และความสุข”
นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่ง (Sense of Belonging) และสร้างความทรงจำร่วมกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของสังคมที่แข็งแกร่ง


การมองอนาคต
“การเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลิม-อเล็กซานเดอร์ในกรุงเทพฯ ปีนี้มีความหมายพิเศษ เนื่องจากจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จัดขึ้น ณ บริเวณสถานทูตปัจจุบัน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานสังสรรค์ การแสดง และช่วงเวลาแห่งการแบ่งปันมากมาย ซึ่งได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเนเธอร์แลนด์กับไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ขณะที่สถานทูตกำลังเตรียมย้ายไปยังสถานที่ใหม่ ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาแห่งการทบทวนและคาดหวัง แม้สถานที่อาจเปลี่ยนแปลงไป แต่ความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นที่นี่ ไม่ได้จบลงเมื่อเราแยกย้ายจากที่แห่งนั้นไป แต่ความรู้สึกเหล่านั้นยังคงดำรงอยู่และติดตัวเราไปตลอด รากฐานมาจากประสบการณ์ร่วมกัน ความไว้วางใจ และมิตรภาพ ซึ่งจะเติบโตและพัฒนาต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้า
วันพระราชา (King’s Day) เตือนใจเราว่า ความร่วมมือที่แข็งแกร่งนั้นสร้างขึ้นจากกาลเวลา ผ่านการสนทนา การทำงานร่วมกัน และประสบการณ์ร่วมกัน เน้นย้ำถึงพลังของวัฒนธรรมในการเชื่อมโยงผู้คนและสร้างความเข้าใจ”
ความร่วมมือสร้างได้จากเวลาและประสบการณ์ นั่นคือ มิตรภาพและความเข้าใจไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการสะสมผ่านการสนทนาและการทำงานร่วมกัน
“ในการเฉลิมฉลองวันพระราชา (King’s Day) ชาวดัตช์และมิตรสหายในประเทศไทยไม่เพียงแต่ถวายเกียรติแด่สมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลิม-อเล็กซานเดอร์เท่านั้น แต่ยังเฉลิมฉลองความเป็นหุ้นส่วน
หุ้นส่วนที่เติบโตมาหลายศตวรรษ ที่ยังคงลึกซึ้งยิ่งขึ้น และมองไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจและความหวัง การเฉลิมฉลองนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเคารพอย่างลึกซึ้งของไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และประเพณีอันยั่งยืน และยังสะท้อนถึงค่านิยมร่วมกันในด้านความต่อเนื่อง ความสามัคคี และความเคารพซึ่งกันและกัน”


สัญลักษณ์ของ “จิตวิญญาณความสามัคคี” (Unity)
และอัตลักษณ์ของชาวดัตช์
“วันพระราชา (King’s Day) ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเฉลิมฉลองของชาวดัตช์เท่านั้น
แต่เป็นการเฉลิมฉลองร่วมกันโดยไม่ได้มีอยู่เฉพาะในเนเธอร์แลนด์เท่านั้น แต่ยังแผ่ขยายออกไปไกลกว่าพรมแดนเนเธอร์แลนด์
ทั้งนี้ ยังรวมอยู่ในหัวใจของผู้ที่ร่วมเฉลิมฉลองในประเทศไทยด้วย เป็นการเตือนใจเราถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงกันในโลกที่เชื่อมโยงถึงกันมากขึ้นในยุคดิจิทัล
งานวันพระราชา (King’s Day) เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา ณ ที่พักของเรา เป็นการเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลิม-อเล็กซานเดอร์ (King Willem-Alexander) แห่งเนเธอร์แลนด์ ครั้งสุดท้ายของผมในประเทศไทย
เพราะอีกไม่นานในปีนี้ผมจะต้องอำลาจากประเทศไทยในโอกาสพ้นหน้าที่”

