bg-single

คุยกับทูต | แร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน การเฉลิมฉลองวันคิงส์เดย์ และสัมพันธ์ไทย-เนเธอร์แลนด์ (จบ)

10.05.2026

รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน

Chanadda Jinayodhin

การเฉลิมฉลองวันพระราชา (King’s Day) หรือ Koningsdag ในกรุงเทพฯ

เป็นงานที่สะท้อนถึงการผสมผสานวัฒนธรรมดัตช์และไทยได้อย่างลงตัว โดยมีการจัดงานอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการในสถานที่สำคัญ

งานหลักมักจัดขึ้นที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย บนถนนวิทยุ ซึ่งสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและผสมผสานวัฒนธรรมสองประเทศได้เป็นอย่างดี

หรือบางครั้งจัดงานใหญ่ร่วมกับสมาคมชาวดัตช์ในประเทศไทย (NVT) ในสถานที่อื่นๆ ที่มีความเป็นดัตช์ร่วมอยู่ด้วย

รูปแบบงานงานเฉลิมฉลองนั้นคึกคักด้วยสีส้ม (Orange-filled) ซึ่งเป็นสีประจำราชวงศ์ดัตช์ มีการจำลองบรรยากาศแบบเนเธอร์แลนด์มาไว้ในสวนของสถานทูต ทั้งอาหารดัตช์รสเลิศ (เช่น Bitterballen) การแสดงดนตรี และกิจกรรมที่รวบรวมคนทุกกลุ่ม

ผู้ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน ประกอบด้วยบุคคลหลากหลายกลุ่มกว่า 800 คน ได้แก่ พันธมิตรชาวไทย นักการทูตจากประเทศต่างๆ ผู้นำทางธุรกิจ ศิษย์เก่า (Alumni) นักสร้างสรรค์ และชุมชนชาวดัตช์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย มาร่วมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลิม-อเล็กซานเดอร์ (King Willem-Alexander) แห่งเนเธอร์แลนด์ ทุกคนได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเอกอัครราชทูตแร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน สร้างบรรยากาศในค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองที่เป็นกันเองในสวนสวย

การสนทนาที่ไหลลื่นข้ามวัฒนธรรมและภูมิหลัง เป็นเครื่องบ่งชี้สำคัญถึง “ความเปิดกว้าง” (Openness) และ “ทักษะวัฒนธรรม” (Cultural Competence) ที่กำหนดลักษณะของทั้งสองสังคม

สุนทรพจน์ของเอกอัครราชทูตนำทุกคนมารวมกันในช่วงเวลาแห่งการใช้ความคิด ทบทวน และทำความเข้าใจร่วมกัน เน้นย้ำถึงความสำคัญของมิตรภาพ ความร่วมมือ และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างเนเธอร์แลนด์กับไทย

งาน King’s Day
นายแร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน (H.E. Mr. Remco van Wijngaarden) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำราชอาณาจักรไทย

การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม

เป็นองค์ประกอบสำคัญของการเฉลิมฉลอง

“มักมีการร่วมมือกันในการแสดงดนตรีระหว่างศิลปินชาวดัตช์กับไทย แสดงให้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์สามารถเชื่อมโยงผู้คนข้ามพรมแดนได้อย่างไร ในขณะเดียวกัน ประสบการณ์ด้านอาหารก็ผสมผสานรสชาติแบบดัตช์และไทยได้อย่างลงตัว สร้างประสบการณ์ร่วมกันที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่ ช่วงเวลาแห่งการแลกเปลี่ยนเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าความเข้าใจทางวัฒนธรรมสามารถเติบโตได้ผ่านประสบการณ์ร่วมกัน”

ดนตรีและอาหารเป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการสร้างมิตรภาพและความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมในระดับสากล

การร่วมมือกันระหว่างศิลปินชาวดัตช์กับไทยในงานดนตรี เป็นความคิดสร้างสรรค์ไร้พรมแดน แสดงให้เห็นว่า เสียงเพลงและศิลปะสามารถทลายกำแพงด้านภาษาและสถานที่ ทำให้คนสองวัฒนธรรมสื่อสารกันได้ผ่านความรู้สึกและทำนอง

การผสมผสานรสชาติแบบดัตช์และไทย ไม่เพียงแต่สร้างรสชาติใหม่ แต่ยังเป็น “ภาษาอาหาร” ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน ทำให้ความแปลกใหม่กลายเป็นความคุ้นเคยที่น่าประทับใจ จัดเป็นประสบการณ์ร่วมทางอาหาร

บรรยากาศในงาน King’s Day ณ ทำเนียบทูตดัตช์ ครั้งสุดท้าย

การเฉลิมฉลองร่วมกัน

นายแร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน (H.E. Mr. Remco van Wijngaarden) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำราชอาณาจักรไทย กล่าวว่า

“นอกเหนือจากงานอย่างเป็นทางการแล้ว ยังมีการเฉลิมฉลองงานวันพระราชา (King’s Day) โดยชุมชนชาวดัตช์ทั่วประเทศไทย ชาวดัตช์และเพื่อนๆ ของพวกเขาจัดงานเฉลิมฉลองไม่ว่าจะอยู่ในกรุงเทพฯ หรือเมืองอื่นๆ กิจกรรมเหล่านี้เปรียบเสมือนการนำวัฒนธรรมการเฉลิมฉลองที่คึกคักที่สุดของเนเธอร์แลนด์มาไว้ในไทย ทำให้ชาวดัตช์รู้สึกเหมือนได้กลับบ้านแม้จะอยู่ในต่างแดน

การเฉลิมฉลองเหล่านี้มีชีวิตชีวาและเปิดกว้าง เต็มไปด้วยดนตรี เกม และมิตรภาพที่แน่นแฟ้น เพื่อนและคู่รักชาวไทยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น สร้างบรรยากาศพหุวัฒนธรรมที่ซึ่งประเพณีต่างๆ ถูกแบ่งปันและสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ

ประเพณีตลาดนัด (vrijmarkt) ก็ได้รับการนำมาปฏิบัติในกรุงเทพฯ เช่นกัน ภายในบริเวณสถานทูตเนเธอร์แลนด์ประจำกรุงเทพฯ ชุมชนชาวดัตช์จัดตลาดนัดที่มีชีวิตชีวา แขกสามารถเลือกชมสินค้าที่ไม่เหมือนใคร เพลิดเพลินกับขนมทำเอง และสัมผัสวัฒนธรรมดัตช์ในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

การเฉลิมฉลองทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ สร้างความเชื่อมโยงที่กว้างขวางยิ่งขึ้น สะท้อนคุณค่าเดียวกันกับที่กำหนดการเฉลิมฉลองวันพระราชา (King’s Day) ในเนเธอร์แลนด์ นั่นคือ ความสามัคคี ความเปิดกว้าง และความสุข”

นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่ง (Sense of Belonging) และสร้างความทรงจำร่วมกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของสังคมที่แข็งแกร่ง

พระรูปสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลิม-อเล็กซานเดอร์ พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีแม็กซิม่า และพระธิดาทั้ง 3 พระองค์ เจ้าหญิงคาธารีนา – อามาเลีย, เจ้าหญิงอะเลกซียา และเจ้าหญิงอารีอาน
บรรยากาศในงาน King’s Day ณ ทำเนียบทูตดัตช์

การมองอนาคต

“การเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลิม-อเล็กซานเดอร์ในกรุงเทพฯ ปีนี้มีความหมายพิเศษ เนื่องจากจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จัดขึ้น ณ บริเวณสถานทูตปัจจุบัน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานสังสรรค์ การแสดง และช่วงเวลาแห่งการแบ่งปันมากมาย ซึ่งได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเนเธอร์แลนด์กับไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ขณะที่สถานทูตกำลังเตรียมย้ายไปยังสถานที่ใหม่ ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาแห่งการทบทวนและคาดหวัง แม้สถานที่อาจเปลี่ยนแปลงไป แต่ความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นที่นี่ ไม่ได้จบลงเมื่อเราแยกย้ายจากที่แห่งนั้นไป แต่ความรู้สึกเหล่านั้นยังคงดำรงอยู่และติดตัวเราไปตลอด รากฐานมาจากประสบการณ์ร่วมกัน ความไว้วางใจ และมิตรภาพ ซึ่งจะเติบโตและพัฒนาต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้า

วันพระราชา (King’s Day) เตือนใจเราว่า ความร่วมมือที่แข็งแกร่งนั้นสร้างขึ้นจากกาลเวลา ผ่านการสนทนา การทำงานร่วมกัน และประสบการณ์ร่วมกัน เน้นย้ำถึงพลังของวัฒนธรรมในการเชื่อมโยงผู้คนและสร้างความเข้าใจ”

ความร่วมมือสร้างได้จากเวลาและประสบการณ์ นั่นคือ มิตรภาพและความเข้าใจไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการสะสมผ่านการสนทนาและการทำงานร่วมกัน

“ในการเฉลิมฉลองวันพระราชา (King’s Day) ชาวดัตช์และมิตรสหายในประเทศไทยไม่เพียงแต่ถวายเกียรติแด่สมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลิม-อเล็กซานเดอร์เท่านั้น แต่ยังเฉลิมฉลองความเป็นหุ้นส่วน

หุ้นส่วนที่เติบโตมาหลายศตวรรษ ที่ยังคงลึกซึ้งยิ่งขึ้น และมองไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจและความหวัง การเฉลิมฉลองนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเคารพอย่างลึกซึ้งของไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และประเพณีอันยั่งยืน และยังสะท้อนถึงค่านิยมร่วมกันในด้านความต่อเนื่อง ความสามัคคี และความเคารพซึ่งกันและกัน”

สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำราชอาจักรไทย
น้องวัว หรือ Friendship Cow ได้รับการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ ความไว้วางใจ และการพัฒนา

สัญลักษณ์ของ “จิตวิญญาณความสามัคคี” (Unity)

และอัตลักษณ์ของชาวดัตช์

“วันพระราชา (King’s Day) ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเฉลิมฉลองของชาวดัตช์เท่านั้น

แต่เป็นการเฉลิมฉลองร่วมกันโดยไม่ได้มีอยู่เฉพาะในเนเธอร์แลนด์เท่านั้น แต่ยังแผ่ขยายออกไปไกลกว่าพรมแดนเนเธอร์แลนด์

ทั้งนี้ ยังรวมอยู่ในหัวใจของผู้ที่ร่วมเฉลิมฉลองในประเทศไทยด้วย เป็นการเตือนใจเราถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงกันในโลกที่เชื่อมโยงถึงกันมากขึ้นในยุคดิจิทัล

งานวันพระราชา (King’s Day) เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา ณ ที่พักของเรา เป็นการเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลิม-อเล็กซานเดอร์ (King Willem-Alexander) แห่งเนเธอร์แลนด์ ครั้งสุดท้ายของผมในประเทศไทย

เพราะอีกไม่นานในปีนี้ผมจะต้องอำลาจากประเทศไทยในโอกาสพ้นหน้าที่”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สูตรแคร์ : บทเรียนสิบปีของบอร์ดที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อใคร
ส่องลึกอิหร่าน: 11) ชนชาติส่วนน้อยกลุ่มต่างๆ ในอิหร่าน
ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว
ซีซาร์สลัดอะโวคาโดไส้กรอก
พาส่อง JAECOO 6T REEV เอสยูวี ราคาต่ำล้าน-เด่นที่ขุมพลัง
เจาะลึกผลงาน ‘ตบสาวไทย’ เปลี่ยนผ่านคืนสู่ทีมชั้นนำโลก?
Cash is King
ราตรีสีทอง
ฟีฟ่ากับแนวทางฟุตบอลโลก 64 ทีม ให้โอกาสหรือเพิ่มรายได้?
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 17-23 กรกฎาคม 2569
E-DUANG | กรณี TH-AI PASSPORT คือ เทคโนโลยี ผสาน การเมือง
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหันคา 1 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”