บทความพิเศษ
รากฐาน ความคิด
ลูกผู้ชาย สู่ สุภาพบุรุษ
ของ ‘ศรีบูรพา’
การมอง “ศรีบูรพา” ผ่านนวนิยายยุคแรก ไม่เพียงแต่ทำให้ภาพของถนนรองเมืองเมื่อต้นทศวรรษที่ 2470 ปรากฏขึ้นเท่านั้น
หากยังเห็นภาพของ กุหลาบ สายประดิษฐ์
ทั้งใน “วัยเยาว์” และ “วัยแตกเนื้อหนุ่ม” ปะทุขึ้นดังเปรี๊ยะ เปรี๊ยะ อีกด้วย
ขณะเดียวกัน การอ่านข้อเขียนของเพื่อนรุ่นเดียวกันอย่าง พ.เนตรรังษี และเพื่อนรุ่นน้องอย่าง ยศ วัชรเสถียร
ก็เป็นการเข้าสัมผัส กุหลาบ สายประดิษฐ์ ผ่านประสบการณ์ในด้านอ้อม
ตรงกันข้าม ข้อเขียนของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ที่เล่าเรื่องของตัวเองก็ถือได้ว่าเป็นข้อมูลในลักษณะ “ปฐมภูมิ” ซึ่งมีค่าอย่างสูง
เช่นข้อเขียนเรื่อง “บรรณพิภพของเรา” ที่เขียนเมื่อปี 2488
แม้ว่าเป้าหมายหลักของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต้องการเขียนเพื่อตีพิมพ์เมื่อหนังสือ “นิทรา สายัณห์” ของ “อิงอร” จัดพิมพ์เป็นครั้งแรก แต่ภายในนั้นก็มีรายละเอียดหลายประการอันควรให้ความสนใจ
โปรดอ่าน
บรรณพิภพ ของเรา
กุหลาบ สายประดิษฐ์
เมื่อข้าพเจ้าจะริเริ่มการแต่งหนังสือออกเป็นนักประพันธ์นั้นข้าพเจ้าก็ลงมือประพันธ์ทีเดียว
กำลังความปรารถนามีอยู่แรงกล้าจนไม่ต้องรั้งรอที่จะสอบสวนว่า ข้าพเจ้าเป็นได้หรือไม่
และจะเป็นได้โดยวิธีใด
ข้อรำพึงของข้าพเจ้าในเวลาแรกเริ่มนั้นมีอยู่แต่ข้อเดียวว่า ไฉนข้าพเจ้าจะได้รับโอกาสได้ออกสนาม ทดลองฝีมือการประพันธ์
มีผู้แนะนำข้าพเจ้าให้ไปฝากตัวกับ “แก้วกาญจนา” ซึ่งในเวลานั้นกำลังเขียนบทภาพยนตร์เลื่องชื่ออยู่ในหนังสือ “ภาพยนตร์สยาม” ข้าพเจ้าใคร่จะได้โอกาสออกงานในหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น
ข้าพเจ้าจึงข้ามแม่น้ำไปหา “แก้วกาญจนา” ณ บ้านสวนของท่านผู้นั้น
และเมื่อข้าพเจ้าได้รับโอกาสให้ทดลองเขียนภาพยนตร์เรื่อง “ลมสลาตัน” อยู่หลายตอน
ต่อจากนั้น ข้าพเจ้าก็ได้ไปร่วมงานประพันธ์อยู่ในสำนักของ “ศรีเงินยวง” (ผู้แปลมาดามของเยน, ทำลายคุกบาสติลล์ ฯลฯ) และ ณ ที่นั้นข้าพเจ้าก็ลงมือประพันธ์หนังสืออ่านเล่นเป็นเล่มๆ ออกขายทีเดียว
แต่ก็เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ราคาเล่มละ 20-25 สตางค์เท่านั้น
และหลังจากนั้นข้าพเจ้าก็ออกเตร็ดเตร่ไปในบรรณพิภพและเขียนหนังสือทั่วไปไม่เลือกว่าประเภทใด
เรื่องอ่านเล่นก็มี
เรื่องการต่อยมวยก็มี ลำตัดก็มี จนกระทั่งมีผู้มาขอให้แต่งใบเซียมซีคำกลอนก็เอา
และหนังสือที่แต่งนั้นที่แต่งแล้วได้สตางค์ก็มี และไม่ได้เลยก็มีมาก
ในเวลานั้น ความประสงค์มีอยู่ว่า ขอให้ได้โอกาสเขียนหนังสือออกมาเท่านั้น
สำนักแปล ศรีเงินยวง
ฐานที่มั่น “ศรีบูรพา”
ที่น่าสนใจมากยิ่งไปกว่านั้นยังอยู่ตรงที่ครั้งหนึ่ง กุหลาบ สายประดิษฐ์ เคยใช้นามปากกา “หมอต๋อง” เขียนบทลำตัดในชื่อ
“พระยานนทิเสนฯ ผู้ซึ่งคนโดยมากกำลังหงายหูฟังเรื่องราวของเธออย่างน่าหวาดเสียว”
ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ “สมานไมตรี” เมื่อปี 2498
ขณะอายุได้ 20 ปี และขณะกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 8 ของโรงเรียนวัดเทพศิรินทร์
แสดงให้เห็นว่าวัยเยาว์ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นวัยแห่งความใฝ่ฝัน
ขณะเดียวกัน ก็เป็นวัยแห่งความพยายาม “แปร” นามธรรมแห่งความใฝ่ฝันให้เข้าไปอยู่ในรูปธรรมของความเป็นจริง
ที่สำนัก “ศรีเงินยวง” คือรากที่มาแห่งนาม “ศรีบูรพา”
และที่สำนักของ “ศรีเงินยวง” นั้นเองที่ ยศ วัชรเสถียร ยอมรับว่าได้อ่านเรื่องอ่านเล่นของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ เรื่อง “คมสวาทบาดเจ็บ” ในนามปากกา “ศรีบูรพา”
ขณะที่นวนิยายเรื่อง “ลูกผู้ชาย” เขียนและตีพิมพ์เมื่อปี 2471
ความในใจ ลูกผู้ชาย
รากฐาน “สุภาพบุรุษ”
เมื่อเขียนคำนำในการพิมพ์ของนวนิยายเรื่อง “ลูกผู้ชาย” ในปี 2483 “ศรีบูรพา” ระบุตอนหนึ่งว่า
“เมื่อ 16 ปีมาแล้ว
มีผู้บอกกับฉันว่า หนังสือเรื่องนี้ของฉันเป็นหนังสือที่ดีเยี่ยมเล่มหนึ่งของตลาดหนังสือเวลานั้น แต่มาถึงเวลานี้ความทะนงของฉันคงไม่เหลืออยู่แล้ว
ขอท่านทั้งหลายจงอ่านมันด้วยความปรานี
ถึงแม้มันจะเข้าสู่ความชราและอาจกลายเป็นบุตรขี้ริ้วของฉันในเวลานี้ แต่เมื่อ 16 ปีมาแล้วมันเป็นบุตรหัวปีที่บากทางอนาคตให้แก่ผู้ให้กำเนิดของมัน”
ความรู้สึกที่ว่า “ลูกผู้ชาย” เป็น “บุตรหัวปี” นั้นทรงความหมาย
ทรงความหมายไม่เพียงแต่ในด้านอันเป็นเครื่อง “บากทางอนาคต” ให้เท่านั้น หากที่สำคัญคำว่า “ลูกผู้ชาย” ก็เป็นพื้นฐานอย่างสำคัญ
ในฐานะซึ่งเป็นรากที่มาของ “กลุ่มสุภาพบุรุษ” อีกด้วย
ไมตรี ระหว่าง นักเขียน
ห้องเกษมศรี ชนะสงคราม
ต้องยอมรับว่า นอกเหนือจากความริเริ่มของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ และผองเพื่อน แล้ว อบ ไชยวสุ เจ้าของนามปากกา “ฮิวเมอริสต์” มีบทบาทเป็นอย่างสูงทั้งในการก่อตั้ง “กลุ่มสุภาพบุรุษ”
และออกนิตยสาร “สุภาพบุรุษ” ขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2472
เพราะว่า “ห้องเกษมศรี” หน้าวัดชนะสงครามอันเป็นสำนักงานของนิตยสาร “สุภาพบุรุษ” รายปักษ์ซึ่ง นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นบรรณาธิการและเจ้าของนั้นตั้งอยู่ชั้นบนของร้านขายเครื่องเขียนเครื่องเรียน ชื่อ “ห้องเกษมศรี”
“ห้องเกษมศรี” อันตั้งจากชื่อลูกสาวคนแรกของ ครูอบ ไชยวสุ เจ้าของบ้าน
รากที่มาของ “กลุ่มสุภาพบุรุษ” และนิตยสาร “สุภาพบุรุษ” รายปักษ์เป็นอย่างไร
ข้อเขียนชื่อ “ฮิวเมอริสต์” อันเคยตีพิมพ์ในนิตยสาร “ทรรศน์ไทยกรุง” เมื่อเดือนเมษายน 2531
ได้ให้รายละเอียดอย่างน่าสนใจ
ความน่าสนใจมิได้อยู่ที่ตัวของ อบ ไชยวสุ ประการเดียว หากแต่อยู่ที่การพบและสนทนากันระหว่าง อบ ไชยวสุ กับ กุหลาบ สายประดิษฐ์
การทำความเข้าใจต่อ “ภูมิหลัง” ของ “ข้อเขียน” นี้จึงสำคัญ
เป็นความสำคัญทั้งต่อการเกิดขึ้นของ “กลุ่มสุภาพบุรุษ” ต่อนิตยสาร “สุภาพบุรุษ” และความสำคัญต่อ อบ ไชยวสุ และตัว กุหลาบ สายประดิษฐ์
และจุดเริ่มต้นแห่งการตั้ง “กลุ่ม” ทางความคิด ทางการเมือง
พัฒนาการ ความคิด
ฮิวเมอริสต์ ศรีบูรพา
หากเริ่มต้นจากวันเกิดของ ครูอบ ไชยวสุ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2444 ในปี 2472 ครูอบก็อายุได้ 28 ปี
ขณะที่หากเริ่มต้นจากวันเกิดของ กุหลาบ สายประดิษฐ์
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2448 ในปี 2472 ก็อายุ 24 ปี อ่อนกว่า ครูอบ ไชยวสุ 4 ปี ไม่ห่างกันมากนัก
เป็น 24 ปีที่เคยรับจ้างเขียนสารพัดใน “สำนักรวมการแปล” ตั้งแต่ปี 2469
เป็น 24 ปีที่เคยเขียนเรื่องอ่านเล่นชื่อ “คมสวาทบาดจิต” และเป็น 24 ปีที่ผ่านประสบการณ์การทำหนังสือในฐานะ “ผู้ช่วยบรรณาธิการ” แห่งนิตยสาร “เสนาศึกษาและแผ่วิทยาศาสตร์” แห่งโรงเรียนนายร้อยทหารบก
ทั้งยังเป็น 24 ปีที่มีผลงานขนาดยาวชื่อ “ลูกผู้ชาย” ตีพิมพ์เป็นเล่มเมื่อปี 2471
เรื่องอ่านเล่นขนาดยาว “ลูกผู้ชาย” ที่มีภาพของ พระวิสุทธิสัตถญาณ (มาโนช รักสมาคม) กับ หลวงวิจิตรดุลยธรรม (ทำนอง เมนะศิริ) สองนักเรียนกฎหมาย สองผู้พิพากษาเป็น “ปฏิมา” สำคัญ
เป็นปฏิมาสำคัญของการพัฒนาท่วงทำนองจาก “ลูกผู้ชาย” จนกลายเป็น “สุภาพบุรุษ” ในปี 2472
