จ๋าจ๊ะ วรรณคดี | ญาดา อารัมภีร

‘แตรฝรั่ง’ เป็นเครื่องดนตรีตะวันตกที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมด้านดนตรีของไทยมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ปรากฏชื่อในวรรณคดีเรื่อง “กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง” ดังที่เคยเล่าไว้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วใน เรื่อง ‘แตรฝรั่ง’ (1)

วรรณคดีไทยส่วนใหญ่บันทึกเกี่ยวกับแตรฝรั่งในฐานะเป็นเครื่องดนตรีในกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารคและในงานพระราชพิธี ดังจะเห็นได้จากวรรณคดีเรื่อง “ลิลิตกระบวนแห่พระกฐินพยุหยาตราทั้งทางสถลมารคแลชลมารค” ที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงพระนิพนธ์ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และเพื่อให้เป็นแบบแผนในการจัดกระบวนแห่พระกฐินพยุหยาตราสืบมา

ลิลิตเรื่องนี้แบ่งกระบวนพยุหยาตราเป็น 3 ตอน

ตอนที่ 1 กระบวนแห่พระกฐินพยุหยาตราทางสถลมารคอย่างใหญ่

ตอนที่ 2 กระบวนแห่พระกฐินพยุหยาตราทางสถลมารคอย่างน้อย

ตอนที่ 3 กระบวนแห่พระกฐินพยุหยาตราทางชลมารค

ข้อความที่พรรณนาถึง ‘แตรฝรั่ง’ อยู่ในตอนที่ 1 และ 2 ซึ่งเป็นกระบวนแห่พระกฐินทางบก

ตอนที่ 1 เมื่อพรรณนาถึงขบวนช้างดั้งเดินนำพลกลองชนะ มีข้อความกล่าวถึงไพร่หลวงที่รับผิดชอบบรรดาเครื่องประโคม อาทิ ‘กลองชนะ’ ‘ปี่ไฉน’ ‘แตรฝรั่ง’ ‘แตรงอน’ รวมทั้ง ‘สังข์’ ดังนี้

“ไพร่หลวงกลองชนะผาย สพายเภรีศรีแดง ขวาแขวงสี่สิบทัศ ขนัดฝ่ายซ้ายศรีเขียว

นับดุจเดียวดั่งอ้าง สองตราบข้างรายเรียง ประโคมเสียงพรรฦก กึกก้องศัพทครื้นเครง

สวมกางเกงกัญจุก ปัศตูสุกแดงศรี หมวกกลีบมีแฉกยล กลลำดวนกลีบคลี่

จ่ากลองปี่คนละตน แต่งสกนธ์อเคื้อ กางเกงเสื้อมัศหรู่ ทั้งคู่ใส่เสมอกัน

ศรีแดงฉันฉาดเฉอด ตุ้มปี่เทรอดสักระหลาด ลำดับสรพราศไพร่หลวง ปวงแตรฝรั่งพรั่งผ้าย

ซ้ายขวาข้างละสิบทัศ ถัดพลเทอดแตรงอน ขวาซ้ายสรหลอนเทียมเท่า เหล่าพลสังข์สองตน

จรดลโดยต้นขนัด หมวกคลุมปัศตูแดง กางเกงทแมงเสื้อทมัด แดงศรีจรัสปัศตู

ดูดุจกันทั้งผอง สี่สิบสองผสมสรรพ ขุนหมื่นนับสารวัด ขนัดกลองชนะสี่นาย

ขนัดแตรหมายเสมอกัน แปดตนสรรพ์ใส่เครื่อง” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

กระบวนแห่พระกฐินพยุหยาตราทางสถลมารคอย่างใหญ่ ใหญ่สมชื่อจริงๆ (ไม่ต้องคิดไปถึงกระบวนแห่ 2 กระบวนที่ประกอบด้วยกระบวนเสนา 4 เหล่าแห่ผ้าพระกฐินกระบวนหนึ่ง และกระบวนเสด็จพระราชดำเนินแห่ 4 สายอีกกระบวนหนึ่ง)

แค่ลองพิจารณาเครื่องประโคมเฉพาะแตรและสังข์ในส่วนนี้ ไม่รวมปี่และกลอง จะเห็นได้ว่าทั้งแตรฝรั่งและแตรงอนใช้คนเป่าจำนวนมาก แบ่งออกเป็นข้างซ้ายและขวา ข้างละ 10 เท่ากัน มีแตรฝรั่ง 20 แตรงอน 20 คนเป่าสังข์อีก 2 รวมเป็น 42 คน 42 เครื่อง ดังที่ระบุจำนวนไว้ว่า “สี่สิบสองผสมสรรพ”

“ลิลิตกระบวนแห่พระกฐินพยุหยาตราทั้งทางสถลมารคแลชลมารค” สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

หลังจากกระบวนแห่พระกฐินพยุหยาตราทางสถลมารคอย่างใหญ่แล้ว ก็ตามด้วยกระบวนแห่พระกฐินพยุหยาตราทางสถลมารคอย่างน้อย ซึ่งก็น้อยสมชื่อ คือมีแต่กระบวนเสด็จพระราชดำเนินแห่ 4 สาย ไม่มีกระบวนเสนา 4 เหล่าแห่ผ้าพระกฐิน ริ้วกระบวนมีม้านำซ้ายขวา ต่อด้วยกระบวนหน้า ระหว่างริ้วกระบวนมีพลกลอง ปี่ไฉน แตรงอน แตรฝรั่ง ดังนี้

“๏ รหว่างริ้วเรียงรดะด้วย พลผอง

ขวาสรพรั่งเภรีทอง ทศถ้วน

แถวซ้ายสรพรักปรักกลอง ทัศเท่า กันนา

หมวกกลีบลำดวนล้วน ใส่เสื้อแดงศรี ฯ

๏ สักระหลาดขลิบโหมดเม้น ชอบผจง

ประกอบกางเกงบง แบบเสื้อ

จ่ากลองปี่ละคนทรง ตุ้มปี่ แดงฤๅ

มัศหรู่ดูอเคื้อ สนอบทั้งกางเกง ฯ

๏ ราชมานูที่เจ้า กรมนาม ขวานา

หลวงพิศณุเสนีวาม อิกผู้

ปลัดขวาวิเวกสงคราม ขุนหนึ่ง นามเอย

หนึ่งเรียกรามเภรีรู้ ปลัดซ้ายฝ่ายละสอง ฯ

ต่างนุ่งสองปักล้วน ลายพรรณ เพรอศแฮ

สวมสนอบครุยเสวตรวรรณ ผ่องแผ้ว

เดอนโดยรหว่างริ้วปัน งานตรวจ ตรานา

แจงจัดขนัดกลองแคล้ว คลาศให้ไคลเสมอ ฯ

๏ ถับถึงพลพวกพื้น แตรงอน แห่แฮ

ห้าคู่ชูเชอดกร เป่าแปล้น

แตรฝรั่งสรพรั่งพร้อมจร ถัดทัศ เทียมนา

ปากเป่าเสียงแตร๋นแตร้น แซร่ซร้องสำนานต์ ฯ

๏ ต้นขนัดจัดคู่ตั้ง สังข์สอง

เป่ารับกับกลองแตร แห่เต้า

แต่งตนก็กลกอง กลองกล่าว ก่อนนา

แปลกแต่หมวกคลุมเข้า ปกป้องกระบานบัง ฯ”

(อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ร.7 พ.ศ.2468 (แตรวงทหารบกม้ารวม ถึงถนนสนามชัย)
ภาพ : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ https://oer.learn.in.th/search_detail/result/27529

ศาสตราจารย์วิบูลย์ ลี้สุวรรณ ราชบัณฑิต อธิบายไว้ใน “พจนานุกรมผ้าและเครื่องถักทอ” ว่า

ตุ้มปี่ = (ถิ่น – เหนือ) หมวกชนิดหนึ่งทำด้วยผ้า มีสัณฐานเหมือนดอกทับทิมคว่ำ หรือรูปกรวย ปลายมีพู่

มัศหรู่ = มัสหรู่ ผ้าเข้มขาบชนิดหนึ่ง ทอด้วยไหมสลับทองแล่งเป็นลายริ้ว ในริ้วมีลายสลับอีกชั้นหนึ่ง บางทีเรียก มิสหรู่

สนอบ = ผ้าโบราณสมัยอยุธยา ใช้สำหรับตัดเสื้อ หากมีลวดลายเรียก สนอบลาย

สองปัก = ผ้าสมปัก ผ้าถมปัก ผ้าไหมที่มีวิธีการย้อมและทอคล้ายกับผ้ามัดหมี่ ได้รับแบบอย่างมาจากเขมร โดยเขมรได้รับแบบอย่างมาจากอินเดีย ไทยนำมาใช้เป็นผ้านุ่งโจงกระเบน จึงมักมีขนาดกว้างและยาวกว่าผ้านุ่งธรรมดา ผ้าสมปักมี 2 ชนิด คือ สมปักลาย สำหรับขุนนางแต่งเต็มยศ และสมปักไหม สำหรับนุ่งเข้าเฝ้าเวลาปกติ (ในที่นี้แต่งเต็มยศในกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค เป็นผ้าสมปักลาย)

กระบวนแห่พระกฐินพยุหยาตราทางสถลมารคอย่างน้อย (ต่อให้มีแค่กระบวนเสด็จพระราชดำเนินแห่ 4 สาย ไม่มีกระบวนเสนา 4 เหล่าแห่ผ้าพระกฐินก็ตาม ก็ยังมีรายละเอียดขบวนต่างๆ ในแห่ 4 สายนั้นอีกมากมาย) ส่วนที่เกี่ยวกับ ‘แตรฝรั่ง’ อยู่ต่อจากขบวนทหารอาสาญี่ปุ่น อาสาจาม และอาสามอญ เป็นกระบวนตำรวจ 8 กรม ซึ่งมีพลกลองชนะ แตรฝรั่ง แตรงอน และสังข์เดินอยู่ระหว่างริ้วกระบวน ดังนี้

“๏ กลองชนะแตรฝรั่งด้วย แตรงอน สังข์เอย

ตำรวจแปดกรมนิกร ฝ่ายหน้า

ฝ่ายหลังแปดเหล่าสลอน แหนแห่

บริรักษ์ไทธเรศหล้า เลือกล้วนพลหลวง ฯ”

‘แตรฝรั่ง’ ไม่เพียงแต่ใช้ในกระบวนพยุหยาตราเท่านั้น ยังใช้ในพระราชพิธีหลากหลาย ที่ใช้นอกเหนือไปจากนั้นก็ยังมี ฉบับหน้าอย่าพลาด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว
คุณเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่
สนามมวยราชดำเนิน
คันเบ ยอดกุนซือ | คนที่สามารถจะครองแผ่นดินได้ ก็ต้องเป็นผู้ครองแผ่นดิน
คุยกับทูต | ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ 170 ปีแห่งมิตรภาพไทย-ฝรั่งเศส เมื่อภารกิจสิ้นสุด แต่มิตรภาพยังคงอยู่
อีกซีกหนึ่งของทีซีซี
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 1 โลกเป็นศูนย์กลาง
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (2) กฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์
ปลื้มเธอ
IN THE HAND OF DANTE | ‘ต้นฉบับวรรณกรรมชิ้นเอก’
ประชาชนเกี่ยวข้าว เดือนอ้าย