BATTLE รถครอบครัว ประตูสไลด์ 7 ที่นั่ง STEP WGN ปะทะ SERENA e-POWER
ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต
ยังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมายาวนานกับกลุ่มรถครอบครัว 7 ที่นั่ง โดยเฉพาะแบบประตูสไลด์ ที่ให้ความสะดวกและดูหรูหรามากขึ้น
ยานยนต์ สุดสัปดาห์ จึงจับรถ 2 รุ่นยอดฮิตทั้งในบ้านเราและบ้านเกิดมาประชันกัน
Honda STEP WGN และ Nissan SERENA e-POWER นำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งคู่
เรียกว่าทั้งความนิยมและศักดิ์ศรีไม่ได้หนีกัน
จึงขอจับมา BATTLE กับแบบช็อตต่อช็อตไปเลย

เริ่มจากภายนอก Honda STEP WGN เป็นยานยนต์เจเนอเรชั่นที่ 6 ยังคงสไตล์ทรงกล่องอย่างเหนียวแน่น กลายเป็นเอกลักษณ์ให้สาวกยังติดตามอย่างต่อเนื่อง
กระจังหน้าโครเมียมแบบกว้างทอดยาวครอบคลุมพื้นที่ด้านหน้า รับกันดีกับไฟหน้าแบบ LED เต็มรูปแบบ พร้อมไฟส่องสว่างกลางวัน (DRL)
ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential มีไฟตัดหมอก LED คู่หน้าเพิ่มเข้ามา
สเกิร์ตรอบคันตกแต่งด้วยโครเมียมเพิ่มความหรูหรามากขึ้น กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพับเก็บอัตโนมัติพร้อมไฟเลี้ยว
ประตูข้างสไลด์ไฟฟ้าทั้ง 2 ฝั่งมาพร้อมระบบเซนเซอร์สัมผัส เพียงแตะเบาๆ ก็เปิดประตูได้
เป็นครั้งแรกในรถยนต์ Honda และยังควบคุมจากปุ่มบริเวณที่นั่งผู้ขับขี่ได้อีกด้วย
ด้านหลังมีสปอยเลอร์ดูสปอร์ตขึ้น ไฟท้ายแบบ LED ที่รวม Reflector ไว้ในชุดเดียวกัน
ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้า สามารถตั้งระดับความสูงในการเปิดได้
ล้ออะลูมิเนียม 16 นิ้ว สี Smoke ปัดเงา

ส่วน Nissan SERENA e-POWER ภายนอกดูโฉบเฉี่ยวกว่า กระจังหน้าสีดำเงาผสานกับแถบโครเมียม
ไฟหน้า LED Projector Lens พร้อม Daytime Running Light และ Signature Light
ไฟท้ายแนวตั้งผสานกับแถบโครเมียมแนวนอน
ประตูท้ายแบบ Dual Back Door สามารถเปิดได้ 2 ระดับ ทั้งเต็มบานและเปิดเฉพาะช่องหน้าต่างส่วนบน
ประตูข้างสไลด์ไฟฟ้าทั้ง 2 ด้านของ SERENA ใช้ระบบ Hands-free ที่สามารถเปิด-ปิดได้ด้วยการแกว่งเท้าบริเวณใต้ขอบประตู

ภายใน SERENA e-POWER เน้นความโปร่งโล่ง เพดานสูงถึง 1.4 เมตร
พวงมาลัยทรง D หุ้มหนัง พร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น
มาตรวัดดิจิทัลสี 12.3 นิ้ว ส่วนจอมัลติมีเดียขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อ Wireless Apple CarPlay และ Wireless Android Auto
ระบบปรับอากาศ 3 โซนอัตโนมัติพร้อม Plasma Cluster และช่องลมแยกสำหรับแถวที่ 2 และ 3
มีไฟบรรยากาศภายในรถ
ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) พร้อม Auto Brake Hold
เบาะนั่งและห้องโดยสารใช้แนวคิดเบาะ Zero Gravity ซึ่งออกแบบตามหลักการยศาสตร์เพื่อลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อหลัง โดยติดตั้งในที่นั่งคนขับ ผู้โดยสารด้านหน้า และเบาะแถวที่ 2 ทั้งหมด
เบาะแถวที่ 2 ออกแบบในรูปแบบ Captain Seat ที่สามารถปรับเลื่อนได้ 4 ทิศทาง พร้อมที่วางแขน
เบาะแถวที่ 2 และ 3 พับเพิ่มพื้นที่บรรทุก

ด้าน STEP WGN ใช้แนวคิด OUR COMFORT SPACE ให้ทุกพื้นที่ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
สีภายในเป็นดำตัดกับโครเมียม พวงมาลัย 3 ก้านแบบสปอร์ตพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น
มาตรวัดแบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้วที่แสดงข้อมูลได้ครบถ้วนชัดเจน
จอกลางขนาด 8 นิ้ว รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมสั่งการด้วยเสียง ลำโพง 6 ตำแหน่ง
ช่องแอร์ที่มีลวดลายฉลุสไตล์เดียวกับรุ่น CR-V คอนโซลกลางรวบตัวควบคุมต่างๆ ไว้อย่างเป็นระเบียบ ทั้งปุ่มเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์และปุ่มควบคุมแอร์
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Tri-Zone มาพร้อมระบบฟอกอากาศ Plasmacluster และหน้าจอแสดงระดับฝุ่น PM 2.5
เบาะ 7 ที่นั่ง ปรับได้ถึง 15 รูปแบบ แถวที่ 2 สามารถปรับแยกอิสระได้ทั้งการเลื่อนหน้า-หลัง และซ้าย-ขวา รวมถึงปรับเอนได้ตามต้องการ
มาพร้อมเบาะรองน่อง Ottoman สำหรับยกขาพักผ่อนขณะเดินทางระยะไกล โต๊ะอเนกประสงค์แบบพับเก็บได้พร้อมที่วางแก้วและม่านบังแดด
ส่วนช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ มีมาให้พอๆ กัน ทั้ง 2 รุ่น

มาถึงหัวใจในการขับเคลื่อน ซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
STEP WGN ใช้ระบบ Full Hybrid ผสมผสานเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว กำลังสูงสุด 145 แรงม้า แรงบิด 175 นิวตัน-เมตร กับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว
ตัวแรกทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟเข้าแบตเตอรี่ Lithium-ion ส่วนตัวที่สองส่งกำลังไปยังเกียร์ e-CVT เพื่อขับเคลื่อนล้อหน้า
เมื่อทำงานร่วมกัน ระบบให้กำลังรวมสูงถึง 184 แรงม้า และแรงบิดถึง 315 นิวตัน-เมตร
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 18.5 กิโลเมตรต่อลิตร
มีให้เลือก 4 โหมดการขับขี่
EV Drive Mode – ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน
Hybrid Drive Mode – ผสานพลังงานไฟฟ้าจากเครื่องยนต์และแบตเตอรี่
Engine Drive Mode – ใช้เครื่องยนต์เต็มประสิทธิภาพ เหมาะสมกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง
Regeneration Mode – เมื่อถอนคันเร่งหรือเบรก ระบบจะดึงพลังงานกลับสู่แบตเตอรี่
ขณะที่ SERENA e-POWER ใช้ระบบ Series Hybrid เครื่องยนต์เบนซินทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องปั่นไฟเท่านั้น ไม่ได้ส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง
เครื่องยนต์ 3 สูบ 1,433 ซีซี DOHC กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ทำหน้าที่เพียงสร้างกระแสไฟฟ้า
มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 163 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่ 0 รอบต่อนาที ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อหน้า
ทำให้การขับขี่ได้อารมณ์ไม่ต่างจากรถไฟฟ้า หรือ EV
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 18.2 กิโลเมตรต่อลิตร

ความปลอดภัยและตัวช่วยการขับขี่ถือว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกัน
SERENA e-POWER มาพร้อมระบบ 360 Safety Shield ครอบคลุมทุกทิศทางรอบคัน โดยรวมการทำงานของกล้องและเรดาร์ ตรวจจับความเสี่ยงด้านหน้าและการเตือน รวมถึงเบรกอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน
มีกล้องแสดงภาพมุมมองรอบทิศทาง 360 องศา, ตรวจจับและแจ้งเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน
ระบบเตือนจุดอับสายตา, เตือนเมื่อมีรถวิ่งผ่านขณะถอยออกจากที่จอด
รวมถึงระบบ Intelligent Blind Spot Intervention (IBSI) บังคับเลี้ยวให้อัตโนมัติเพื่อป้องกันการเปลี่ยนเลนที่อาจเกิดการชน ฯลฯ
ด้าน STEP WGN ใช้ Honda SENSING ผสานการทำงานระหว่างกล้องมุมกว้างด้านหน้ากับเรดาร์ เพื่อตรวจจับวัตถุรอบด้าน ครอบคลุมทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนน
เด่นๆ เช่น ระบบเตือนการชนพร้อมช่วยเบรก, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, เตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทาง ฯลฯ
ส่วนระบบมาตรฐานอื่นๆ ไม่หนีกันมาก
อย่างไรก็ตาม หากโฟกัสไปที่ตัวช่วยไฮเทคในเชิงลึกแล้ว SERENA e-POWER ได้เปรียบกว่าหน่อยๆ
ทั้ง 2 รุ่นถือเป็นคู่แข่งที่มีดีกันคนละแบบ ทั้งภาพลักษณ์ภายนอก การออกแบบภายใน รวมถึงการขับเคลื่อน
สนนราคา
Honda STEP WGN 1,780,000 บาท
Nissan SERENA e-POWER 1,690,000 บาท
