bg-single

บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (6)

29.06.2026

วิรัตน์ แสงทองคำ | https://viratts.com

ว่าด้วยเบื้องหลัง-เบื้องหน้า ในความพยายามก่อเกิดอุตสาหกรรมอุดมคติในสังคมไทย

อันเนื่องมาจากแรงบันดาลใจขับเคลื่อนโดยผู้นำสังคมไทยหลังยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ทั้งนี้ บริษัทปูนซิเมนต์ไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้บุกเบิกอย่างแท้จริง

“หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยได้ไม่นาน นักวางแผนเศรษฐกิจได้ลงความเห็นว่า การที่จะพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองได้นั้น ประเทศของเราจะต้องก้าวเข้าสู่กิจการอุตสาหกรรม และในความนึกคิดของนักวางแผนเห็นว่า ในการเข้าสู่กิจการอุตสาหกรรมจะต้องมีการผลิตเหล็กขึ้นในประเทศ”

วิชา เศรษฐบุตร อธิบดีกรมโลหกิจ (ต่อมาคือ กรมทรัพยากรธรณี) 2498-2514 อดีตกรรมการบริษัท เหล็กสยาม จำกัด และกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทย (2498-2517) กล่าวไว้ในบท “จารึกในความทรงจำ” เรื่อง “เคียงคู่ไปกับทรัพยากร” ในหนังสือครบรอบ 70 ปี..ปูนซิเมนต์ไทย 2456-2526

ภาพกว้างในมุมมองข้างต้น สะท้อนบริบทสัมพันธ์กับทิศทาง กระแส และอิทธิพลระดับโลก ด้วยปรากฏการณ์อ้างอิง ด้วยภาพใหญ่อุตสาหกรรมเหล็ก ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ในกระบวนการพัฒนาอย่างแข็งขันในโลกตะวันตก ทั้งในอังกฤษ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และประเทศสำคัญในยุโรป ขยายวงมาถึงโลกตะวันออกอย่างญี่ปุ่นด้วย จับภาพตั้งแต่ยุคขยายอิทธิพลของจักรพรรดิ (คศ1900-1945) จนถึงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แม้พ่ายแพ้สงคราม แต่ญี่ปุ่นก็มุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวข้องอย่างจริงจังกับอุตสาหกรรมเหล็ก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมต่อเรือและรถยนต์

จนญี่ปุ่นกลายเป็นผู้ผลิตเหล็กเป็นอันดับสามของโลกในราวปี 2510

ว่าด้วยมิติของสังคมไทย ภาพใหญ่ยุคการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 อาจถือเป็นจุดเริ่มต้นแนวคิดแนวทางการพัฒนาสังคมไทยสู่สังคมสมัยใหม่อีกระดับหนึ่ง

ดัชนีหนึ่งสะท้อนถึงความพยายามอย่างเต็มกำลังเพื่อสร้างอุตสาหกรรมเหล็กขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย

ว่าไปแล้ว มีเพียงบริษัทปูนซิเมนต์ไทยเท่านั้นที่มีศักยภาพในการแบกรับภารกิจบุกเบิกสำคัญนี้ ในฐานะอุตสาหกรรมแห่งแรกของไทย อยู่ภายใต้การบริหารของทีมชาวเดนมาร์ก นับเป็นกิจการมีระบบการจัดการ ระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพ และมีบุคลากรที่มีประสบการณ์และความสามารถ

ทั้งนี้ รัฐบาลในเวลานั้นให้การสนับสนุนเต็มที่ ให้ทีมงานจากกองทัพเรือมาร่วมงานด้วยกับบริษัทปูนซิเมนต์ไทยในโครงการอุตสาหกรรมเหล็กเริ่มแรก แต่ไม่อาจมีบทสรุปที่ควรได้

ในที่สุด ปูนซิเมนต์ไทยจึงต้องดำเนินการตามลำพัง โดยทีมงานจากกองทัพเรือบางส่วนตัดสินใจมาร่วมงานกับบริษัทปูนซิเมนต์ไทยต่อไป

ขณะแผนการโรงงานท่าหลวงได้ “ไฟเขียว” ดำเนินไปอย่างดีนั้น อุตสาหกรรมเหล็กค่อยๆ ก่อร่างขึ้น ดูเป็นเส้นทางที่จริงจังอย่างมาก

เป็นไปได้ว่า จากการตอบสนองแผนการอุตสาหกรรมเหล็กของรัฐ ส่งผลให้อำนาจต่อรองของบริษัทปูนซิเมนต์ไทยในเรื่องสำคัญๆ มีมากขึ้น

โดยเฉพาะกรณีหนึ่ง แผนการบริษัทไทยนิยมพาณิชย์ แต่เดิมจะเข้าควบคุมการค้าปูนซีเมนต์ทั่วประเทศแต่เพียงผู้เดียวนั้น ในที่สุด เป็นไปได้ว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น

เชื่อกันว่า ผู้จัดการชาวเดนมาร์ก (Friis Jespersen) และ F.L. Smidth ผู้อยู่เบื้องหลังในการขับเคลื่อนแผนการใหญ่ มีแนวความคิดสอดคล้องกันกับนักวางแผนเศรษฐกิจของคณะราษฎร ผู้จัดการชาวเดนมาร์กเองมีภูมิหลังเป็นวิศวกร ผู้มองภาพอุตสาหกรรมอย่างยิ่งใหญ่

ส่วน F.L. Smidth ในเวลานั้น ได้ขยายกิจการจากความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีผลิตปูนซีเมนต์เข้าสู่อุตสาหกรรมเหล็กด้วย

มีบริษัทหนึ่ง – Varde Steel Works Ltd. มาเป็นบริษัทที่ปรึกษาโครงการผลิตเหล็กของบริษัทปูนซิเมนต์ไทยตั้งแต่แรก ถือได้ว่าเป็นกิจการซึ่ง F.L. Smidth เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ด้วย

จากข้อมูลที่เปิดเผย (ปูนซิเมนต์ไทย 2456-2526 อ้างถึงข้างต้น) ซึ่งนำเสนอลำดับเหตุการณ์อุตสาหกรรมเหล็กไว้ท้ายเล่มอย่างเป็นระบบ

“2485 บริษัทปูนซิเมนต์ไทยทำความตกลงกับรัฐบาล ว่าด้วยเรื่องการทำเหมืองแร่เหล็ก การถลุงเหล็ก การผลิตเหล็กกล้า และได้รับประทานบัตรทำเหมืองแร่เหล็กที่จังหวัดลพบุรีและจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมกับสร้างเตาถลุงทดลองขนาดเล็กกำลังผลิตเตาละ 3 ตันที่โรงงานบางซื่อ 1 เตา ที่โรงงานท่าหลวง 1 เตา เป็นการเริ่มต้นอุตสาหกรรมเหล็กครั้งแรกในประเทศไทย”

ในช่วงต้นนั้น มีเรื่องเล่าจากผู้เกี่ยวข้องได้ขยายมิติอย่างน่าสนใจ

“แม้แร่เหล็กที่ใช้ถลุงจะมีคุณภาพดี แต่ผลผลิตที่ได้จากการถลุงยังมีคุณภาพไม่ดีเท่าที่ควร เพราะไม่มีถ่านโค้กซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่เหมาะที่สุดในยุคนั้น บริษัทจึงได้ทดลองถลุงเหล็กโดยใช้เตาหลอมขนาดเล็กและใช้ถ่านไม้เป็นเชื้อเพลิงตามวิธีที่ทำในประเทศสวีเดน …ประเทศไทยยังขาดเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการผลิตเหล็กคุณภาพสูงอยู่มาก… แต่เรื่องการถลุงเหล็กก็ต้องมาชะงักลงเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง” วิชา เศรษฐบุตร กล่าวอีกตอน (อ้างแล้ว) ข้อความตอนท้ายๆ สอดคล้องกับลำดับเหตุการณ์ (อ้างแล้ว) อีกช่วงหนึ่ง

“2487 เตาถลุงที่โรงงานบางซื่อระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเหลือเตาถลุงที่โรงงานท่าหลวงเพียงแห่งเดียว”

เท่าที่ปรากฏในเอกสารทางการอีกฉบับหนึ่ง (หนังสือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด 2500 (1957)) ปูนซิเมนต์ไทยเริ่มผลิตเหล็กอย่างจริงจังได้หลังสงครามโลกครั้งที่สองหลายปี (ปี 2499) มีผลิตภัณฑ์ ที่เรียกว่า เหล็กถลุงและเหล็กเหนียว รวมทั้งตะปูและเหล็ก

เกี่ยวกับกรณีพัฒนาการการผลิตตะปู แม้ดูเป็นเรื่องเล็ก แต่บางมิติได้สะท้อนวิวัฒนาการด้วยเรื่องเล่าหนึ่งถึงอุปสรรคบางด้าน นอกจากระบุว่า “…เป็นกรรมวิธีในการผลิตที่ยุ่งยากมาก” (อ้างจากบทความเรื่อง “บนเส้นทางแห่งการพัฒนา” (ในหนังสือ ปูนซิเมนต์ไทย 2456-2526 ) โดย กนก พงศ์พิพัฒน์ อดีตผู้บริหารกิจการเหล็กของปูนซิเมนต์ไทย ผู้มีบทบาทยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ

“…คู่แข่งขันนำลวดเหล็กสำหรับทำตะปูเข้ามาจากญี่ปุ่นซึ่งมีขนาดตามที่ต้องการโดยไม่ต้องนำมารีดอีก เราก็รู้ทันทีว่าไม่มีทางจะแข่งขันกับเขาได้ จึงปิดโรงงานแล้วก็ขายเครื่องจักรไป”

จากยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง ต่อเนื่องมาถึงจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ สู่ยุคใหม่ มุ่งให้เอกชนมีบทบาททางเศรษฐกิจมากขึ้น บริษัทเหล็กสยาม บริษัทสำคัญในเครือซิเมนต์ไทย ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ (ปี 2508) โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากกฎหมายส่งเสริมการลงทุนฉบับแรกของไทย ในยุคอิทธิพลอเมริกา เป็นความต่อเนื่องจากยุคผู้จัดการชาวเดนมาร์กถึง 2 คน จนถึงผู้จัดการคนไทย ตั้งแต่คนแรก – บุญมา วงศ์สวรรค์ ผู้เคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการคนแรกของบริษัทเหล็กสยาม

ที่สำคัญ เมื่อมาถึงยุคสมหมาย ฮุนตระกูล (ผู้จัดการใหญ่ 2519-2523) ผู้มีบทบาทสำคัญ เชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจใหญ่แห่งญี่ปุ่น เป็นสายสัมพันธ์อันมั่นคงและยาวนานถึงปัจจุบัน

“กิจการเหล็กหล่อของบริษัทเหล็กสยาม เพราะในขณะนั้นการดำเนินงานของกิจการเหล็กหล่อประสบกับการขาดทุนเป็นอย่างมากและเป็นเวลานาน พลอยทำให้ผลกำไรซึ่งพอจะได้จากกิจการอื่นๆ ในเครือฯ ต้องตกต่ำลงไปด้วย…”

เขาได้กล่าวถึงอุตสาหกรรมเหล็กไว้อย่างเจาะจง (ในหนังสือ ปูนซิเมนต์ไทย 2456-2526) แล้วมีสรุปสู่แนวทางใหม่ “เราจึงเริ่มต้นการผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่ของรถยนต์”

จากนั้นมาอีกราวทศวรรษเดียว ภาพต่อยอดอุตสาหกรรมเหล็กดูยิ่งใหญ่ เครือซิเมนต์ไทยก้าวไปไกลกับเครือข่ายธุรกิจชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์

แต่ในที่สุด ได้ปิดฉากลงอย่างหักมุม เมื่อเผชิญวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในปี 2540



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน