bg-single

ข้าวเย็นเหนือ และข้าวเย็นใต้ (1)

15.08.2026

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง

มูลนิธิสุขภาพไทย

ในวงการการแพทย์แผนไทยและยาพื้นบ้าน ชื่อของ “ข้าวเย็นเหนือ” และ “ข้าวเย็นใต้” สมุนไพรคู่หูที่กล่าวถึงคู่กันเสมอในฐานะ “พญายา” อันสื่อถึงสรรพคุณที่ใช้กับโรคสำคัญๆ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำเหลือง การอักเสบ และในตำรับยาสำหรับผู้ป่วยมะเร็งด้วย ในที่นี้จะชวนเรียนรู้เจาะลึกถึงลักษณะทางพฤกษศาสตร์ สรรพคุณทางยา และเหตุผลข้อมูลว่าทำไมสมุนไพร “พญายา” ทั้ง 2 ชนิดนี้จึงใช้ควบคู่กันเสมอ

เริ่มที่ข้าวเย็นเหนือ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Smilax corbularia Kunth จัดอยู่ในวงศ์ข้าวเย็นเหนือ (Smilacaceae) มีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษ คือ China Root (มักใช้เรียกกลุ่มพืชในสกุล Smilax ที่มีหัวใต้ดิน) หัวข้าวเย็นเหนือจัดว่าเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศจีนแต่ก็พบได้ในประเทศไทย มีชื่อท้องถิ่นหลายชื่อ เช่น ค้อนก้อง (สระบุรี) ข้าวเย็นโคก ข้าวเย็นดง (อีสาน) กะแร (เขมร)

ข้าวเย็นเหนือเป็นไม้เถาเลื้อยที่มีเนื้อแข็ง มีเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดิน เถามักมีหนามกระจายอยู่ห่างๆ เลื้อยพาดพันต้นไม้ใหญ่ไปได้ไกล หัวใต้ดินซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ทำยานี้เป็นส่วนของเหง้าที่สะสมอาหารจนกลายเป็นก้อนแข็ง ผิวหัวมีสีน้ำตาล เนื้อในมีสีแดงอมน้ำตาล หรือสีน้ำตาลเข้ม (ซึ่งต่างจากข้าวเย็นใต้ (Smilax glabra Roxb.) ที่มีเนื้อสีขาวอมเหลือง เนื้อหัวมีความละเอียดและแข็งคล้ายเนื้อไม้) ข้าวเย็นเหนือมีใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ แผ่นใบมีลักษณะรูปรีหรือรูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ เส้นใบหลักออกจากโคนใบ 3-5 เส้น เห็นชัดเจน ผิวใบเรียบมัน ดอกออกเป็นช่อแบบซี่ร่ม (Umbel) ตามซอกใบ ดอกขนาดเล็กสีเขียวอมเหลืองหรือสีนวล ผลมีลักษณะกลมขนาดเล็ก ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มหรือสีดำ ภายในมีเมล็ดแข็ง

ในตำราสรรพคุณยาไทยกล่าวว่า ข้าวเย็นเหนือมีรสจืด เย็นและมันเล็กน้อย มีสรรพคุณหลัก ดังนี้

แก้น้ำเหลืองเสีย ใช้แก้ภาวะน้ำเหลืองเสีย แก้พุพอง ผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ และแก้กามโรค แก้ปวดข้อและเส้นเอ็น ใช้บำบัดอาการปวดตามข้อ ปวดหลังปวดเอวจากลมในเส้น สรรพคุณถอนพิษ ใช้ถอนพิษไข้ ถอนพิษอักเสบ และแก้พิษจากสารพัดโรค (Antidote) และยังมีการนำมาใช้เป็นยาแก้ปัสสาวะพิการ แก้อาการตกขาวในสตรี และช่วยขับระดู รวมถึงการกล่าวถึงกันมากด้วยว่าอยู่ในตำรับยาบำรุงร่างกาย

ในปัจจุบันมีนักวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ความสนใจในพืชสกุล Smilax อย่างมาก และมีผลการศึกษาค้นพบประเด็นสำคัญที่อยากนำมาเล่าสู่กันฟังให้เห็นคุณค่าของข้าวเย็นเหนือ เช่น

การศึกษาพบว่า ในข้าวเย็นเหนือมีสารกลุ่ม Steroidal saponins ซึ่งในงานวิจัยระบุว่ามีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) และมีส่วนช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในบางชนิด และพบว่าสารสกัดจากหัวข้าวเย็นเหนือประกอบด้วยสารกลุ่มฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์สูงที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์หรือชะลอความเสื่อมต่างๆ

ในประเทศไทยมีการศึกษาสารสกัดจากยาตำรับยาที่มีข้าวเย็นเหนือเป็นส่วนประกอบ พบว่ามีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งตับและมะเร็งเต้านมในระดับหลอดทดลองได้อย่างน่าสนใจ โดยกลไกเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นการตายของเซลล์มะเร็งแบบ Apoptosis-

การศึกษาข้าวเย็นเหนือยังพบฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลชีพ งานวิจัยบางชิ้นพบว่า สารสกัดจากหัวมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคผิวหนังด้วย

วงการสมุนไพรหรือแฟนพันธุ์แท้สมุนไพรมักมีข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า ตำรับยาไทยเกือบทุกตำรับที่ใช้รักษาโรคมะเร็ง หรือโรคเกี่ยวกับน้ำเหลือง เราจะพบคำว่า “ข้าวเย็นทั้งสอง” ซึ่งหมายถึง “ข้าวเย็นเหนือ”และ “ข้าวเย็นใต้” อยู่เสมอ เหตุผลหลักน่าจะเป็น ดังนี้

หลักการสมดุล (Synergy Effect) และหลักการเสริมฤทธิ์ (Potentialization) แม้พืชทั้งสองจะอยู่ในวงศ์เดียวกัน แต่มีปริมาณสารพฤกษเคมีที่ต่างกัน ข้าวเย็นเหนือ (เนื้อสีแดง) มักเด่นในเรื่องการฟอกเลือดและแก้ทางเส้นเอ็น ส่วนข้าวเย็นใต้ (เนื้อสีขาว) เด่นในเรื่องการแก้ทางน้ำเหลืองและดับพิษอักเสบ เมื่อใช้ร่วมกันจะช่วยดูแลและครอบคลุมระบบ “เลือดและน้ำเหลือง” ได้ดี

หลักการคุมฤทธิ์ยา ในทางแพทย์แผนไทย ข้าวเย็นเหนือมีฤทธิ์ “ร้อน” กว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับข้าวเย็นใต้ที่มีฤทธิ์ “เย็น” กว่า การใช้คู่กันเป็นการปรับสมดุล (Neutralize) ไม่ให้ยาตัวใดตัวหนึ่งมีฤทธิ์โดดเด่นจนร่างกายรับไม่ไหว หรือเกิดผลข้างเคียง

กลไก “ล้างพิษและบำรุง” ข้าวเย็นทั้งสองทำงานร่วมกันในการขับสารพิษออกจากร่างกาย (Detoxification) พร้อมกับการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน หากใช้เพียงชนิดเดียว พลังในการรักษาอาจไม่เพียงพอต่อโรคที่ดื้อรั้นอย่างมะเร็งหรืออาการรุนแรงอื่นๆ

ข้าวเย็นเหนือไม่ใช่เพียงแค่รากไม้ที่มีชื่อแปลกประหลาด แต่คือรากฐานของภูมิปัญญาการรักษาที่ตกทอดมาหลายร้อยปี ความลับที่ซ่อนอยู่ในหัวสีแดงเข้มนี้ คือพลังในการปรับสมดุลน้ำเหลืองและต้านการอักเสบที่รุนแรง แม้งานวิจัยในปัจจุบันจะเริ่มเปิดเผยกลไกการทำงานระดับโมเลกุล แต่การใช้ตามศาสตร์ดั้งเดิมที่ต้องใช้คู่กับข้าวเย็นใต้แสดงให้เห็นถึงอัจฉริยะของคนโบราณที่เข้าใจเรื่อง “การทำงานร่วมกันของสารสกัดธรรมชาติ” ก่อนที่จะมีวิจัยสมัยใหม่มารองรับเสียอีก

ปัจจุบันจะต้องมุ่งการส่งเสริมการปลูกและการวิจัยข้าวเย็นเหนืออย่างเป็นระบบ จะช่วยทั้งมิติสุขภาพ และมิติของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชที่มีค่าที่สุดชนิดหนึ่งของไทยให้อยู่คู่แผ่นดินและคนไทยสืบไป (ฉบับหน้าติดตามข้าวเย็นใต้)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | สาวลึก กระบวนการ โกงส.ว. เมื่อ”2 ไอ” ใช้กุ้งตกปลากะพง
ปฏิบัติการยื้อ ‘ลิฟกอล์ฟ’ เมื่อโปรดังต้องเป็นมากกว่าผู้แข่งขัน
การเมืองเรื่องกางเกงขาสั้น กับการคุกคามด้วยขนหน้าแข้งของคุณลุงวัยกลางคน
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 14-20 สิงหาคม 2569
ข้าวเย็นเหนือ และข้าวเย็นใต้ (1)
ถอดรหัสความหรู ALPHARD-VELLFIRE LUXURY 7 ที่นั่ง-สบายทั้งครอบครัว
ความเปลี่ยนแปลงใต้แรงกดดัน
กุ้งก้ามกราม ผัดกระเทียมพริกไทย
เคาะประตูศึก ‘ลูกยางเอเชีย’ เส้นทางสาวไทยชิงตั๋วโอลิมปิก
คุยกับอดีต รมช.ศธ. ว่าด้วยโรงเรียนปลอดภัย การดูแลสุขภาพจิตเด็ก และปัญหาการศึกษาไทย
เจ้าฟ้าและสามัญชน (จบ) มาดาม เดอ พิษณุโลก
ธงทอง จันทรางศุ | บัณฑิตในอุดมคติ กรณีศึกษาจาก ‘ฮลุน โซโล่’