bg-single

ศุภชัย เจียรวนนท์ เรียนรู้ผ่านวิกฤต สู่ฝันใหม่ Arise ขี่คลื่น AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

29.06.2026

บทความพิเศษ | ศัลยาประชาชาติ

ศุภชัย เจียรวนนท์

เรียนรู้ผ่านวิกฤต สู่ฝันใหม่ Arise

ขี่คลื่น AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

หากย้อนมองเส้นทางการเป็นนักบริหารของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เขาคือ “First Mover” คนสำคัญที่บุกเบิกหลายสิ่งให้กับอุตสาหกรรมดิจิทัลของไทย และมีส่วนสำคัญในการวางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

ไม่ว่าจะเป็นการพา “เทเลคอมเอเชีย” (ชื่อเดิมของทรู) ที่ผ่านพ้นวิกฤตหนี้แสนล้านจากภาวะเงินบาทลอยตัวช่วง “ต้มยำกุ้ง” เข้าสู่ธุรกิจมือถือ

และเริ่มลงทุนโครงข่ายอินเตอร์เน็ตไฮสปีดเมื่อเข้าสู่ช่วงรีแบรนด์เป็น “ทรู” ก็มีบทบาทสำคัญในการผลักดันเรื่องโครงข่ายสื่อสาร ทั้ง 3G 4G และ 5G

หรือแม้แต่ยุคที่ “แพลตฟอร์มดิจิทัล” เข้ามามีบทบาทกับชีวิตของผู้คน ก็ปลุกปั้นบริการต่างๆ โดยมุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น ทรูมันนี่ (TrueMoney) แอพอีวอลเล็ตที่มีฐานผู้ใช้หลักสิบล้านคนต่อเดือน

หลังจากชีวิตการทำงานอยู่ในธุรกิจเทเลคอมมาหลายสิบปี “ศุภชัย” ในวัย 49 ปี ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นซีอีโอของเครือซีพี เข้ามาช่วยเครือในหลายเรื่อง โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัล (Digitalization) ที่ต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และตอนนี้เข้าสู่ยุค AI, Robotic และ Automation

กระทั่งปีนี้ “ศุภชัย” ในวัย 59 ปี ตัดสินใจสละเก้าอี้ “บิ๊กบอส” ของเครือซีพี และมุ่งหน้าทำตาม “ความฝัน” ครั้งใหม่ อย่างการก่อตั้ง “อไรซ์ เวนเจอร์ส”(Arise Ventures) กลุ่มการลงทุนที่มีเป้าหมายในการทำให้เทคโนโลยี AI “เข้าถึง” ทุกคนอย่างเท่าเทียม

“ศุภชัย” เล่าถึงการก่อตั้ง “อไรซ์” ว่า ตนเองมีความเชื่อ 4 โฟกัส คือ 1. ส่งเสริมการเข้าถึงทางการศึกษาที่มีคุณภาพ

2. ความมั่นคงทางการเงิน ทุกคนควรเข้าถึงการลงทุนได้อย่างปลอดภัย แต่ละช่วงชีวิตจะได้มีทุนรอนดูแลยามเจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งโจทย์นี้ Ascend Bank ที่เข้ามาทำ Virtual Bank ก็มีพันธกิจตรงกับแบงก์ชาติ

3. การเข้าถึง AI หรือ Computing Technology แต่ก็ต้องเป็น AI ที่มี Governance ที่ช่วยสร้างความมั่นคงในชีวิต ระบบเศรษฐกิจ และสังคม

และสุดท้าย 4. การเข้าถึงในเรื่องเฮลท์แคร์ส่งเสริมเรื่องการรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) ไม่ใช่แค่สุขภาพกาย แต่รวมถึงสุขภาพจิตด้วย

“ก่อนที่จะเริ่มทำอไรซ์ ก็ถามตนเองว่าอายุขนาดนี้แล้ว ควรไปเริ่มอะไรใหม่ๆ อีกหรือเปล่า แต่เป็นมิชชั่นที่ดี ก็ลุยเลย ชีวิตจะได้มีความหมายมากขึ้น”

“ศุภชัย” ขยายความเพิ่มว่า “อไรซ์” คือการต่อยอดทรูให้มากกว่าเทเลคอม เพราะทรูยังเป็น 3.0 ส่วนบริษัทดิจิทัลที่เห็นกันอยู่เป็น 4.0 แต่อไรซ์จะเป็น 5.0 หรือยุคของ AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยี “เปลี่ยนโลก” ที่จะเข้ามาเปลี่ยนวิถีการเรียนรู้ และการทำงานของทุกคน

จากยุคของการศึกษา 2.0 ที่นักเรียนรับความรู้จากคุณครูทางเดียว ก็จะก้าวกระโดดเป็น 5.0 คุณครูจะไม่ใช่ “ศูนย์กลาง” ของความรู้อีกต่อไป แต่จะเปลี่ยนบทบาทเป็น “โค้ช” คอยตรวจสอบว่าสิ่งที่นักเรียนเข้าใจถูกต้องหรือเปล่า และต้องคอยปลูกฝังให้เด็กๆ เข้าใจการใช้ AI อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม

“เวลาเด็กทำรายงานใช้ AI ช่วยหมดแล้ว ผลงานเพอร์เฟ็กต์มากด้วย จะภาษาอะไรทำได้หมด คุณครูจะมาตรวจว่าถูกผิดเหมือนเดิมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนวิธีมาเป็นการตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนแทน เพื่อดูว่าเบื้องหลังชิ้นงานที่เกิดขึ้นเด็กทำเองหรือเปล่า หรือเข้าใจในงานที่เอามาส่งมากน้อยแค่ไหน”

หรือแม้แต่บทบาท “ผู้นำ” ในยุค AI ก็ต้องใช้คำว่า “Back to School” คือต้องกลับไปเรียนใหม่ ไปเรียนพร้อมๆ กับเด็กรุ่นใหม่ แม้จะมีประสบการณ์ในการบริหารวิกฤต มีประสบการณ์ในการบริหารอารมณ์ และยืนอยู่บนข้อเท็จจริง แต่สิ่งที่คิดว่ารู้อยู่แล้วจริงๆ อาจไม่รู้แล้ว หรือบางครั้งพนักงานทั่วไปอาจตัดสินใจได้ดีกว่า “ซีอีโอ” ด้วยซ้ำ ถ้านำข้อมูลที่มีอยู่มาผสมผสานกับความสามารถของ AI

“เด็กรุ่นใหม่มีแพชชั่น มีการปฏิบัติ มีการลองผิดลองถูก สำเร็จ ล้มเหลว ผู้นำเข้าไปแนะนำโดยใช้ประสบการณ์ได้ แต่ไม่ควรไปออกคำสั่ง หรือบอกว่าต้องทำอย่างนี้ เพราะจริงๆ เราไม่ได้รู้มากไปกว่าน้องๆ”

ขณะเดียวกัน AI ยังสร้างความแตกฉานในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการเพิ่ม “Productivity” หรือประสิทธิภาพการทำงานได้มหาศาล เช่น โปรแกรมเมอร์ที่ใช้ AI ช่วยงาน สามารถเพิ่ม Productivity ได้อย่างน้อย 3-10 เท่า การทำงานทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างแม่นยำและรวดเร็ว

แต่ความแตกฉานที่เกิดขึ้นย่อมมี “ด้านลบ” เพราะมีคนที่พร้อมที่จะใช้ AI ในทางที่ผิดมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น การหลอกลวง หรืออาชญากรรมไซเบอร์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสะท้อนว่า “ธรรมาภิบาล” (Governance) ของการใช้ AI เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่แค่ AI ต้องเข้าใจคุณค่าทางสังคมและกฎหมาย แต่ต้องทำให้คนมี “AI Literacy” เข้าใจการใช้ AI อย่างถ่องแท้

“การเข้าถึงสมาร์ตโฟน หรือคอมพิวเตอร์ ช่วยให้คนเก่งระดับหนึ่งแล้ว แต่ถ้าเข้าถึง AI ที่มีธรรมาภิบาลได้ ก็จะยิ่งทำให้เข้าถึงองค์ความรู้ และการวิเคราะห์ปัญหาที่มีความซับซ้อนได้มากขึ้น”

“ศุภชัย” ย้ำว่า การเติบโตของระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ที่มี AI เป็นศูนย์กลาง ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะหัวใจสำคัญของการประมวลผลอย่าง “คลาวด์” และ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ซึ่งอไรซ์ก็เดินไปถึงสิ่งเหล่านี้ และเตรียมรีแบรนด์ “True IDC” เป็น “Arise IDC” ด้วย

สำหรับประเทศไทย เรื่อง “ดาต้าเซ็นเตอร์” ถือว่าเป็นตัวแปรใหม่และเป็นเรื่องใหญ่ในการวางยุทธศาสตร์เพื่อให้ประเทศได้ประโยชน์ รวมถึงการเตรียมพร้อมด้านทรัพยากรไฟฟ้าและน้ำสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งนี้ ประเทศไทยถือว่าอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ได้ถึง 100 แห่ง แต่จะต้องตามมาด้วยการสร้าง AI Data Center และให้เกิดการลงทุนด้านการวิจัย AI ในแต่ละระดับด้วย เพื่อที่จะสร้างระบบนิเวศ AI ให้เกิดขึ้น

สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายด้าน AI “ศุภชัย” มองว่า ประเทศไทยควรต่อยอดจากข้อได้เปรียบเดิม ด้วยการตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์กลาง (Hub) ด้านดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ของภูมิภาค ควบคู่ไปกับการเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ อาหาร และนวัตกรรมสุขภาพ

หากสามารถผลักดันให้ประเทศเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีข้อมูลเหล่านี้ได้ จะทำให้ไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มการส่งมอบคุณค่าสู่ส่วนรวม และสร้างการเติบโตทาง GDP ของประเทศได้มหาศาล



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

THE BRIDE! | ‘คืนชีพ’
บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (6)
เปิดมหากาพย์ เยียวยา ครูสอบตกลูกจ้างชั่วคราว
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (11)
เรากำลัง ‘ดูแล’ หรือ ‘สอดส่อง’ ตัวเองกันแน่
Polymarket, Kalshi นวัตกรรมพนันรูปแบบใหม่!
Songs in the Key of Life : วงดนตรีที่ไม่เคยมีอยู่จริง
เส้นทาง พัฒนา ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ หนังสือพิมพ์ รายวัน
พฤษภาเลือด ภาพ จากวีดิทัศน์ ชัดเจน เส้นทาง กระสุน ปลิดชีพ
สถานการณ์หลังเลิก MoU! ความท้าทายที่คุมไม่ได้บนเวทีโลก
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว มองข้ามช็อต เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-พัทยา ‘ผมอยากให้ประชากรแฝงมีสิทธิ์โหวต’
ศุภชัย เจียรวนนท์ เรียนรู้ผ่านวิกฤต สู่ฝันใหม่ Arise ขี่คลื่น AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย