bg-single

อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง : พระสารสาสน์พลขันธ์กับความคิดสันติภาพ (22) พระสารสาสน์ฯ กับความคิดเรื่องสันติภาพ

15.07.2026

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง

: พระสารสาสน์พลขันธ์กับความคิดสันติภาพ (22)

พระสารสาสน์ฯ กับความคิดเรื่องสันติภาพ

ต้นปี 2488 เมื่อสงครามในยุโรปใกล้จบสิ้นลง กองทัพสัมพันธมิตรโดยทหารสหรัฐและโซเวียตเดินทัพเข้าไปในเยอรมนีเพื่อเผด็จศึกฮิตเลอร์ โดยสหรัฐรับผิดชอบดินแดนด้านตะวันตก ส่วนโซเวียตรับผิดชอบด้านตะวันออก ช่วงเวลานั้น ฝ่ายสัมพันธมิตรบุกยึดดินแดนของเยอรมันส่วนใหญ่ไว้เกือบหมดสิ้นแล้ว ต่อมา สัมพันธมิตรจัดประชุมขึ้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2488 เพื่อกำหนดโฉมหน้าโลกภายหลังสงคราม รวมทั้ง การจัดระเบียบโลกใหม่ผ่านองค์การระหว่างประเทศขึ้น หรือเรียกกันว่า องค์การสหประชาชาติ (UN)

ต่อมา เมื่อสงครามในฝั่งเอเชียจบสิ้นลงเมื่อเดือนสิงหาคม 2488 และภายหลังพระสารสาสน์ฯ พ้นจากคดีอาชญากรสงคราม (2489) แล้ว เขาได้เขียนหนังสือภาษาอังกฤษ ชื่อ Quest for Peace (1947) จัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษโดย The Bangkok “Economist” มีจำนวน 42 หน้า หนังสือเล่มนี้หายากมาก ด้วยพระสารสาสน์ฯ จัดพิมพ์จำกัดจำนวนเล่มให้แก่ผู้สั่งจองล่วงหน้าในราคาเล่มละ 50 บาท การศึกษาในประเด็นนี้ได้ใช้ฉบับที่พระสารสาสน์ฯ มอบให้นางสาวประชุม อับดุลราฮิม ในหนังสือเล่มนี้ เขาแสดงทัศนะของเขาต่อเรื่องสันติภาพและแนวคิดอื่นๆ พร้อมข้อความที่เป็นประหนึ่งคำสารภาพต่ออดีตที่ผ่านมาของเขาครั้งนิยมญี่ปุ่น

3 ผู้ยิ่งใหญ่ในการประชุมที่ยัลตา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2488

จากความคิดชาตินิยมสู่สากลนิยม

หากติดตามงานเขียนและบทบาทของพระสารสาสน์ฯ ในช่วงก่อนสงครามซึ่งมีแนวทางไปในทางชาตินิยม (Nationalism) แต่ภายหลังที่เขาได้เห็นโลกที่ย่อยยับจากสงครามและตนเองตกเป็นผู้ต้องหาอาชญากรสงครามในประเทศไทยนั้น อาจมีผลทำให้เขาเปลี่ยนแปลงความคิดเป็นสากลนิยม (Internationalism) ดังปรากฏในหนังสือเรื่อง Quest for Peace ที่เขานำเสนอไว้ภายหลังสงคราม (2490)

ในหนังสือเล่มนี้ พระสารสาสน์ฯ เสนอว่า หากโลกยอมให้ “ความจริง” และ “เสรีภาพทางข้อมูล” มีการไหลเวียนอย่างเสรีจะมีผลให้สงครามเกิดขึ้นไม่ได้ ด้วยการส่งเสริมการไหลเวียนที่เสรีของข่าวสารและความคิดเห็น… วิธีการนี้เป็นหนทางเดียวที่จะป้องกันไม่ให้สามัญสำนึกของประชาชนเสื่อมถอยลงจนนำไปสู่การสนับสนุนสงคราม (Phra Sarasas,1947, 9, 21) เมื่อใดที่ข้อมูลข่าวสารเป็นอิสระ… ระบอบเผด็จการจะทำสิ่งต่างๆ อย่างยากลำบากที่สุด และระบอบเผด็จการที่มุ่งปรารถนาก่อสงครามจะร่วงหล่นลงมาเหมือนดาวตกที่ลากเอาความมุ่งหมายก่อสงครามจมลงธรณีไปด้วย (Phra Sarasas, 1947, 53)

พระสารสาสน์ฯ ให้ความสำคัญกับบทบาทขององค์การสหประชาชาติ ในมุมมองของเขาคาดหวังและตั้งคำถามต่อ UN ในสมัยนั้น ด้วยการเสนอให้สหประชาชาติมีบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยในทุกประเทศ และสหประชาชาติควรมีมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจต่อประเทศที่ละเมิดกฎบัตรระหว่างประเทศด้วย พร้อมต้องพยายามทำให้สงครามเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้… แต่ทว่า ขณะนั้นเขาเห็นว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในการเมืองโลกระหว่างมหาอำนาจที่กำลังก่อตัวขึ้นใหม่หลังสงครามโลกกลับน่าหดหู่ยิ่งกว่าในช่วงสงครามเสียอีก ดังนั้น สหประชาชาติควรเป็นเลิศในการส่งเสริมประชาธิปไตยและเป็นผู้พิทักษ์ข้อมูลข่าวสาร (Phra Sarasas, 1947, 50-52)

นายพลแมคอาเธอร์กับสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นช่วงสิ้นสุดสงคราม

ปรัชญาสันติภาพ

พระสารสาสน์ฯ เสนอไว้ว่า การสร้างสันติภาพให้เกิดแก่โลกร่วมสมัยได้นั้นจำต้องลดความขัดแย้งในด้านต่างๆ ลง เขามองว่า สันติภาพไม่ใช่แค่ความฝันที่เอื้อมไม่ถึง แต่เป็นสิ่งที่เป็นไปได้สำหรับโลก หากพวกเรากล้าที่จะแก้ไขที่ต้นเหตุ โดยเริ่มจากการเรียนรู้จากบทเรียนในอดีตเพื่อกำหนดอนาคต สำหรับเขาแล้ว สันติภาพจึงไม่ใช่เพียงการปราศจากสงคราม แต่ต้องเป็นคุณธรรมที่เกิดจากความเข้มแข็งของอุปนิสัยมนุษย์เองด้วย (Phra Sarasas, 1947, 11)

สำหรับข้อเสนอที่ล้ำสมัยจากพระสารสาสน์ฯ คือ การรวมโลกเข้าด้วยกันผ่านระบบเศรษฐกิจ เขาเสนอให้มีความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับโลกด้วยการทำให้การค้าเป็นหนึ่งเดียว ให้ยกเลิกกำแพงภาษี ให้ทุกประเทศเป็นท่าเรือเสรี มีการจัดตั้งสกุลเงินระหว่างประเทศ และมีธนาคารกลางโลกเพื่อลดความขัดแย้งทางการเงิน และมีสกุลเงินเดียวเพื่อลดความขัดแย้งจากการแย่งชิงทรัพยากร

พระสารสาสน์ฯ และนายปรีดีร่วมชมละครคาบูกิในโตเกียว 2479

วิสัยทัศน์เพื่อสันติภาพ

การลดความขัดแย้งเพื่อให้เกิดสันติภาพในสายของพระสารสาสน์ฯ นั้น เขาเสนอให้กำจัดอุปสรรคทางเศรษฐกิจและการค้าทั้งหมด เช่น กำแพงภาษี หรืออากรภาษีขาเข้าที่มีการเลือกปฏิบัติในการค้าระหว่างประเทศ… เขาปรารถนาให้ทุกประเทศเป็นท่าเรือเสรี เขาเสนอให้มีการจัดตั้งสกุลเงินระหว่างประเทศ… ที่ออกโดยธนาคารกลางโลก เพื่อให้ไม่จำเป็นต้องมีการแลกเปลี่ยนเงินตราจากประเทศหนึ่งไปสู่อีกประเทศหนึ่ง (Phra Sarasas, 1947, 36-41)

พระสารสาสน์ฯ เสนอให้มีการปฏิรูปสังคมด้วยการใช้ภาษาเดียวกันทั่วโลก เช่น ภาษาอังกฤษเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน และควรมีการช่วยเหลือประเทศที่ด้อยพัฒนาทั้งทางวัตถุและจิตวิญญาณ หรือเขาเรียกว่า การสร้าง “พลเมืองโลก” ผ่านการศึกษาและภาษา อันเป็นข้อเสนอที่ก้าวหน้ามากในยุคนั้น คือการทำลายกำแพงทางวัฒนธรรม (Phra Sarasas, 1947, 45)

ในหนังสือพบว่า เขาเห็นว่า “ความจริงและเสรีภาพของข้อมูล” คืออาวุธสำคัญในการป้องกันสงครามและเป็นภูมิคุ้มกันในการสร้างสันติภาพ โดยสร้างสภาพแวดล้อมที่สร้างความแตกต่างด้วยการเสนอให้มีการให้โลกใช้ภาษาเดียวกันภายใต้การปกครองที่เป็นประชาธิปไตย

นอกจากนี้ ในหนังสือยังปรากฏข้อความที่ตกผลึกเป็นประหนึ่งการใคร่ครวญประสบการณ์ของเขาต่อความเป็นไปของโลกที่ผ่านมาว่า “สำหรับข้าพเจ้า อดีตควรต้องรับผิดชอบต่อปัจจุบัน และปัจจุบันต้องรับผิดชอบต่ออนาคต…สิ่งที่ผ่านไปแล้วคือบทนำ” (Phra Sarasas, 1947, 9)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง : พระสารสาสน์พลขันธ์กับความคิดสันติภาพ (22) พระสารสาสน์ฯ กับความคิดเรื่องสันติภาพ
พระพลบดีหลังปฏิวัติ 2475 กับร่างกายอุดมคติยุคสร้างชาติ (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (39)
E-DUANG | ชะตากรรม ไทยรักไทย มาอนาคตใหม่ ก้าวไกล
TrueOnline Home Next เชื่อมต่อทุกศักยภาพ สู่ทุกความเป็นไปได้ ร่วมผลักดัน Mister Global Thailand 2026 เปล่งประกายสู่เวทีโลก
การแก้ปัญหาเมือง
นักเขียน กับงาน จาก กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไปยัง ‘ศรีบูรพา’
มายา อวิชชา และมโน! ปัญหาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา
บทเรียน ‘การบริหารจัดการน้ำ’ จาก 10 ประเทศต้นแบบ
พฤษภาเลือด ความตาย บ่อนไก่ สวนลุม จากมุม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
E-DUANG | การเมือง ในสนาม กทม. ฉายภาพ การเมือง ใหญ่
สทน. ครบรอบ 20 ปี เปิด INST2026 ชู “แพทย์-อาหาร-พลังงานสะอาด” เป็นกลไกพัฒนาประเทศ