ราชปรารภ ราชประสงค์ พลเรือน พลีชีพ สังเวยกระสุน สามเหลี่ยมดินแดง ราชปรารภ
ยุทธการแดงเดือด
ราชปรารภ ราชประสงค์
พลเรือน พลีชีพ สังเวยกระสุน
สามเหลี่ยมดินแดง ราชปรารภ
หากนับจากปฏิบัติการกราดยิงผู้เสียชีวิตนับตั้งแต่ในช่วง 17.00 น. ของวันที่ 14 พฤษภาคม 2553 เป็นต้นไป จากบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงถึงซอยรางน้ำ
ปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวน 7 คน โดยมีข้อมูลเบื้องต้น ดังนี้
1. นายชัยยันต์ วรรณจักร อายุ 21 ปี อาชีพรับจ้าง ถูกยิงเข้าที่ช่องท้องด้านขวา ก่อน 18.30 น.เล็กน้อย ที่ปากซอยราชปรารภ 22 (ซอยฝั่งตรงข้ามชีวาทัย)
เสียชีวิตเนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว เลือดออกในช่องท้องมาก
2. นายทิพเนตร เจียมพล อายุ 32 ปี อาชีพค้าขาย ถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกโดดที่หัวไหล่ เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง
เสียชีวิตเนื่องจากบาดแผลจากกระสุนทำให้ปอดฉีกขาด
3. นายบุญทิ้ง ปานศิลา อายุ 25 ปี อาชีพเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีวิตวชิรพยาบาล ถูกยิงเมื่อเวลาประมาณ 19.36 น. หน้าร้านไพศาลเอ็นจิเนียริ่ง ข้างปั๊มเชลล์ราชปรารภ
เสียชีวิตเนื่องจากบาดแผลที่คอด้านซ้ายทำให้เส้นเลือดแตก
4. นายกิตติพันธ์ ขันทอง อายุ 25 ปี อาชีพรับจ้าง ถูกยิงเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. ที่หน้าร้านไพศาลเอ็นจิเนียริ่ง ข้างปั๊มเชลล์ราชปรารภ จุดเดียวกับ นายบุญทิ้ง ปานศิลา
เสียชีวิตจากบาดแผลกระสุนปืนทำให้ขั้วยึดลำไส้ฉีกขาด เลือดออก
5. นายสรไกร ศรีเมืองปุน อายุ 34 ปี อาชีพรับจ้าง คาดว่าถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูงที่ทางเท้าปากซอยรางน้ำฝั่งตรงข้ามกับปั๊มเอสโซ่
สาเหตุการเสียชีวิตจากบาดแผลที่ศีรษะทำให้เนื้อสมองฉีกขาด
6. นายเหิน อ่อนสา อายุ 40 ปี อาชีพรับจ้าง ถูกยิงที่บริเวณขาหนีบ เมื่อเวลา 23.00 น. ที่ปากซอยราชปรารภ 16
เสียชีวิตเนื่องจากบาดแผลกระสุนปืนลูกโดด
7. นายธันยา วงษ์ศิริ อายุ 26 ปี อาชีพค้าขาย ถูกยิงเมื่อเวลา 19.30 น. ที่ถนนราชปรารภ
เสียชีวิตจากบาดแผลกระสุนปืนที่หน้าข้างซ้าย
บทความของ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ เริ่มต้นจากกรณีการเสียชีวิตของ นายทิพเนตร เจียมพล กับ นายชัยยันต์ วรรณจักร
โดยเริ่มจาก นายทิพเนตร เจียมพล
จากข้อมูลที่ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ มีอยู่ในมือยังไม่สามารถระบุเวลาเกิดเหตุอย่างแน่ชัดได้
เป็นไปได้ว่าอาจจะเสียชีวิตตั้งแต่ทหารยังอยู่ใกล้ๆ โรงแรมเซ็นจูรี พาร์ค โดยยังไม่ยอมถอยร่นไปที่รางน้ำ หรืออาจจะเป็นช่วงที่ทหารกำลังถอนกำลังออกจากบริเวณโรงแรม
แล้วตามด้วย นายชัยยันต์ วรรณจักร
คาดว่าน่าจะเสียชีวิตในช่วงที่ทหารถอยร่นจากบริเวณสามเหลี่ยมดินแดนกลับลงไปที่บริเวณปากซอยรางน้ำซึ่งในช่วงนี้มีการยิงกระสุนจริงร่วมด้วย
เนื่องจากพบว่ามีร่องรอยตามกำแพงและรถที่ได้รับความเสียหายจากการยิงในช่วงนี้
จากลักษณะการเสียชีวิตของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน รวมทั้งผู้บาดเจ็บจากบริเวณนี้ บาดแผลที่เกิดขึ้นเป็นลักษณะของบาดแผลที่ถูกยิงจากอาวุธในแนวราบเข้าที่บริเวณช่องท้อง
จึงน่าจะเกิดจากการยิงในปฏิบัติการปิดล้อมพื้นที่แยกราชประสงค์ของทหารบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงซึ่งเป็นการเล็งยิงในแนวราบ
กรณีแรกของบริเวณนี้ คือ นายทิพเนตร เจียมพล อายุ 32 ปี เสียชีวิตบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง
ตามมรณบัตรระบุว่า เสียชีวิตจากบาดแผลกระสุนปืนลูกโดดทำให้ปอดฉีกขาด
ส่วนใบรับรองการตายระบุไว้คล้ายคลึงกันว่า มีบาดแผลกระสุนปืนที่หัวไหล่และบาดแผลกระสุนปืนลูกโดดทำให้ปอดฉีกขาด
จากสถานที่เสียชีวิตบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง และลักษณะการเสียชีวิตทำให้สามารถคาดการณ์ได้ว่า สาเหตุการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากปฏิบัติการกระชับพื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง
ซึ่งยังไม่สามารถระบุเวลาได้ชัดมากนัก
ช่วงเวลาที่เป็นไปได้ คือ ตั้งแต่เวลาประมาณ 17.30 น.ถึงเวลาประมาณ 23.00 น. (เวลาที่ญาติได้รับแจ้งคือ 23.30 น. คือ จากจุดเกิดเหตุบวกเวลาในการนำตัวออกจากพื้นที่ราวๆ 30 นาที)
แต่หากดูเหตุการณ์แวดล้อมอื่นๆ ประกอบ สันนิษฐานว่าน่าจะถูกยิงบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงในช่วงเวลาก่อนมืด
หลังจากฟ้ามืดคนเจ็บและผู้เสียชีวิตจะกระจุกตัวใกล้ๆ กับซอยรางน้ำมากกว่า
สำหรับลำดับเวลาการเกิดเหตุนั้น เวียงรัฐ เนติโพธิ์ ตรวจสอบจากบันทึกประจำวันของตำรวจ ญาติได้แจ้งไว้ว่า
ช่วงเวลาประมาณ 17.30 น. นายทิพเนตร เจียมพล ได้ออกจากห้องพักที่แฟลตดินแดง (แฟลตหมายเลข 37) เพื่อไปหาเพื่อนที่แฟลตใกล้เคียงกัน (แฟลตหมายเลข 43) ต่อมาญาติได้รับโทรศัพท์แจ้งจากชายไม่ทราบชื่อในเวลาประมาณ 23.30 น. ว่า
นายทิพเนตร เจียมพล ถูกยิงเสียชีวิตที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง
ส่วนในใบบันทึกคำให้การผู้เสียหาย/พยาน น้องสาวของนายทิพเนตรระบุว่า ทางโรงพยาบาลเป็นผู้แจ้งว่านายทิพเนตรเสียชีวิต
แม้จะระบุไม่ได้ว่าขณะเกิดเหตุนายทิพเนตรทำอะไร อยู่ที่ไหน เนื่องจากญาตให้การว่าออกจากห้องพักเพื่อไปหาเพื่อนแต่จากภาพถ่ายในงานศพของนายทิพเนตรทำให้ทราบว่า
ผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชุมนุมเพราะใส่เสื้อแดงและมีผ้าพันคอสัญลักษณ์ของคนเสื้อแดงและมีบัตร นปช.
ส่วนข้อมูลในมรณบัตรที่ระบุว่าเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี และระบุเวลาเกิดเหตุ คือ วันที่ 15 พฤษภาคม เวลา 00.30 น.นั้นไม่ถูกต้อง
หากยึดตามเวลาที่ญาติได้รับแจ้งการเสียชีวิต
นายชัยยันต์ วรรณจักร ถือเป็นอีก 1 กรณีที่ผู้เสียชีวิตเป็นพลเรือน พิจารณาจากที่เฟซบุ๊ก Red Intelligence และการให้สัมภาษณ์ของ นางนันที วรรณจักร ภรรยาใน INN News
นายชัยยันต์มีภูมิลำเนาอยู่หมู่บ้านศรีพัฒนา ต.ยอดแกง อ.นามน จ.ศรีสะเกษ มาทำงานที่แผนกบาร์น้ำ ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ญี่ปุ่นในโรงแรมอิมพีเรียล สุขุมวิท 24
เลิกงานเวลา 22.00 น. จะกลับบ้านทันที ผนวกกับที่ทำงานหนักสามารถส่งเงินกลับบ้านได้ทุกเดือน ก่อนเสียชีวิตเพียง 1 วัน แม่ซึ่งเป็นครูในโรงเรียนที่หมู่บ้านได้โทรศัพท์ตามให้กลับไปเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏใกล้บ้าน
ชัยยันต์ปฏิเสธแม่ว่ายังผูกพันกับเพื่อนร่วมงาน ขอทำงานไปอีกระยะแล้วจะกลับไปเรียนต่อ
ชัยยันต์ชอบเสื้อแดงแต่ไม่ถึงขั้นติดตามข่าวสารอย่างจริงจัง เคยเข้าไปเที่ยวเล่นในม็อบกับเพื่อนบ้างครั้งสองครั้งด้วยความอยากรู้ว่าม็อบเป็นอย่างไร
จากภาพในคลิป “20100514-15_ชัยยันต์ ยึดรถทหาร_thaiopion1” มีภาพคนถูกพาออกจากข้างในถนนราชปรารภมาขึ้นรถพยาบาลที่สามเหลี่ยมดินแดง เมื่อทาง ศปช.นำให้นางนันที วรรณจักร แม่ของชัยยันต์ดู
แม่ของเขายืนยันว่าคนในคลิปที่ถูกเอาขึ้นรถพยาบาลคือลูกของเธอ
