bg-single

‘จริยธรรมกับธุรกิจ’

03.08.2026

บทความพิเศษ | โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์

‘จริยธรรมกับธุรกิจ’

ผมเดินทางไปประเทศจีน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา

การประชุมที่ประเทศจีนที่ผมไปและกลับมาแล้วเป็นการประชุมกลุ่มย่อย ก่อนที่จะมีการประชุมใหญ่ของ APEC หรือประชาคมเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ไทยเป็นสมาชิกอยู่ด้วย งานนี้เป็นงานที่คนจัดเชิญนักวิชาการจากเขตเศรษฐกิจ (เอเปกเขาจะให้เรียกประเทศต่างๆ ว่า “เขตเศรษฐกิจ” ก็เรียกตามเขา) มาเสวนากันเกี่ยวกับ “การสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยเทคโนโลยี” หรือ Tech for Good ในภาษาอังกฤษ การประชุมจัดที่เมือง Qianhai ซึ่งผมเพิ่งทราบว่าเป็นเมืองติดกับเสิ่นเจิ้น แล้วก็อยู่ใกล้ๆ กับฮ่องกง มีกำหนดสามวัน คือตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา

การสร้างสิ่งดีๆ ที่พูดถึงก็คือว่า เราจะใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะเอไอ เพื่อสร้างสิ่งดีๆ ที่เป็นประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างไรได้บ้าง มีปัญหาอุปสรรคอะไรที่ขวางกั้นไม่ให้สิ่งดีๆ นั้นเกิดขึ้นได้จริง และจะกำจัดอุปสรรคเหล่านั้นได้อย่างไร

ผมได้รับมอบหมายให้พูดในกลุ่มเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกรอบจริยธรรมกับความเจริญก้าวหน้าหรือเจริญเติบโตทางธุรกิจ คำถามสำคัญคือ กรอบจริยธรรมที่มักจะบังคับโน่นนี่ ห้ามโน่นนี่ จะเป็นอุปสรรคแก่การพัฒนาเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีหรือไม่

ผมก็ตอบไปว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น และอันที่จริงธุรกิจไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ หากละเลยประเด็นทางจริยธรรม

ผมเล่าให้ที่ประชุมฟังว่าผมเคยไปสอนที่คณะบัญชี และก็ได้พูดเรื่องนี้แหละกับนิสิต เป็นไปได้มั้ยว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จโดยที่ไม่ละเลยเรื่องจริยธรรม? ปรากฏว่านิสิตไม่ค่อยเห็นด้วย ฮือฮากันใหญ่

ไม่เห็นด้วยกับที่ผมพูด นัยว่านิสิตเชื่อว่าสองอย่างนี้แยกจากกัน คือถ้าคุณจะให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จ คุณต้องลืมเรื่องจริยธรรม (เรื่องความถูกผิด) ไปชั่วคราว หรืออาจจะชั่วคราวไปนานๆ เลยก็ได้ ประสบการณ์ของเราเกี่ยวกับโลกธุรกิจก็ดูจะเป็นแบบนี้ ซึ่งก็ค่อนข้างแน่นอนว่า ได้เป็นที่มาของความเชื่อของนิสิตว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จ (ได้กำไร ฯลฯ) ก็ต้องละเลยเรื่องจริยธรรม

แต่ความเป็นจริงไม่ใช่เช่นนั้น การละเลยมิติทางจริยธรรมอาจจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จชั่วครั้งชั่วคราว แต่ในระยะยาวมีแต่จะก่อให้เกิดผลเสีย

ตัวอย่างเช่นธุรกิจที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อม คุณอาจจะได้กำไรในระยะสั้น จากการละเลยการรักษาสิ่งแวดล้อม โรงงานของคุณอาจจะมีการใช้ประโยชน์จากการฉ้อราษฎร์บังหลวง เพื่อไม่ให้มีการตรวจสอบสารพิษที่ปล่อยออกมา แต่ในระยะยาว คนที่ได้รับผลกระทบจากสารพิษ ก็คือประชาชนทั่วไป ซึ่งวกกลับเป็นผู้บริโภคสินค้าของคุณเอง แล้วถ้าเขาสุขภาพไม่ดีจากสารพิษ ประชาชนเหล่านี้ก็ไม่สามารถเป็นผู้บริโภคที่ดีได้ ในท้ายที่สุดผลเสียก็จะกลับมาสู่บริษัทของคุณเอง

นอกจากนี้ เทคโนโลยีที่พูดถึงมากที่สุดในการประชุมก็หนีไม่พ้นปัญญาประดิษฐ์ คำถามก็คือว่า ปัญญาประดิษฐ์จะสร้างสิ่งดีๆ ให้แก่สังคมอะไรได้บ้าง และมาตรการควบคุมการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ ควรจะมีหรือไม่ มีเนื้อหาอย่างไร

ในที่ประชุมก็มีการพูดเรื่องนี้กันมาก เราอาจจะนึกถึงปัญญาประดิษฐ์ที่กินข้อมูลส่วนตัวของประชาชน และถูกออกแบบมาเพื่อดึงสายตาและความสนใจของผู้ใช้ให้อยู่กับแอพพ์ใดแอพพ์หนึ่งให้ได้มากที่สุด ตัวอย่างที่ดีได้แก่ ติ๊กต็อก ซึ่งกว่าจะออกจากแอพพ์ได้ก็ต้องกดออกหลายครั้ง เหมือนกับว่าแอพพ์มันไม่อยากให้เราออกจากมัน

การพูดแบบนี้จริงๆ คือใส่ “อารมณ์ความรู้สึก” ไปให้แอพพ์ที่ทำงานโดยปัญญาประดิษฐ์ เราแน่ใจได้อย่างไรว่า ติ๊กต็อก “ไม่อยาก” ให้เราออกจากมัน มันมีความอยากด้วยหรือ? อันนี้เป็นประเด็นปัญหาทางปรัชญาที่เราคงได้สนทนากันอีกต่อๆ ไป

คำถามที่เกี่ยวเนื่องกันก็คือว่า การที่แอพพ์มีพฤติกรรมแบบนี้ คือไม่ยอมให้เราออกจากแอพพ์ แต่มัวแสดงวิดีโอต่างๆ ที่มุ่งจะให้เราอยู่กับแอพพ์ต่อไป เป็นการกระทำที่ถูกจริยธรรมหรือไม่ นี่เป็นตัวอย่างการทำงานของจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์

แน่นอนว่าคำถามที่เราเคยถามไว้ก็ตามกลับมา คือการพยายามดึงดูดผู้ใช้ให้อยู่กับแอพพ์ มีผลประโยชน์รูปตัวเงินเป็นจำนวนมาก เพราะผู้ใช้จะได้ดูโฆษณา และคลิปต่างๆ ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ไม่มีเนื้อหาอะไรที่ทำให้เสียหาย แต่มองอีกมุมหนึ่งก็คือว่า การที่ทำให้ผู้ใช้ต้องดูคลิปอื่นๆ ที่ตัวเองไม่ได้ตั้งใจจะดู และเป็นระบบอัลกอริธึ่มของแอพพ์เองที่เสนอคลิปเหล่านี้มาให้ โดยดูจากความสนใจของผู้ใช้คนนี้ที่เขาได้ดูคลิปต่างๆ ในแอพพ์มาในอดีต ก็อาจจะมองได้ว่าเป็นการจัดการกับตัวตนของผู้ใช้อย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากทำให้ผู้ใช้สูญเสียความสามารถในการตัดสินใจด้วยตนเอง

ฝ่ายที่เสนอเรื่องนี้อาจจะบอกว่า ก็ไม่เห็นเสียหายอะไร บางทีผู้ใช้อาจจะชอบคลิปที่เสนอมา หลังจากกดออกครั้งแรกไปแล้ว ก็เปลี่ยนใจมาดูแอพพ์ต่อก็ได้

แต่มองอีกมุมก็คือว่า แอพพ์หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ ควรจะเคารพความสามารถในการเป็นผู้ตัดสินใจเองของผู้ใช้ ไม่ควรไปใช้ระบบอัลกอริธึ่มเพื่อไปจัดการกับความเป็นตัวตนของผู้ใช้

ข้อเสนอในการประชุมของผมก็คือว่า ผมตอบคำถามที่ทางผู้จัดได้ให้ไว้ คำถามหนึ่ง ได้แก่ “หากเขตเศรษฐกิจที่กำลังพัฒนา จะต้องเดินตามมาตรฐานจริยธรรมที่กำหนดโดยโลกตะวันตกอย่างเคร่งครัด ธุรกิจเล็กๆ ในเขตเศรษฐกิจเหล่านั้นอาจจะไปต่อไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไร?”

ผมเสนอไปว่า คำถามนี้ตั้งอยู่บนฐานคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะไม่จำเป็นที่ธุรกิจเล็กๆ ในประเทศที่กำลังพัฒนา จะต้องล้มไปหากต้องเดินตามเกณฑ์จริยธรรม ซึ่งมาจากโลกตะวันตก เรื่องนี้คงต้องพูดกันอีกยาว แต่เรื่องสำคัญที่อยากเน้นก็คือว่า อย่างที่เราเห็นกันมาข้างต้น จริยธรรมไม่จำเป็นต้องเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ

ในทางตรงข้าม จริยธรรมจะเป็นตัวให้หลักประกันว่าธุรกิจจะดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน

ในกรณีของธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ก็เช่นเดียวกัน แต่อีกเรื่องของเราก็คือว่า เราคนไทยจำเป็นต้องเดินตามหลักจริยธรรมที่มีที่มาจากโลกตะวันตกเป็นส่วนใหญ่หรือไม่ อันนี้คงต้องยกยอดไปตอบในคราวต่อๆ ไป

(ท่านที่สนใจเรื่องจริยธรรมของปัญญาประดิษฐ์ สามารถติดต่อพอดแคสต์ของผมได้จากเว็บนี้ https://aiethicsfromtheground.podbean.com/)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘จริยธรรมกับธุรกิจ’
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (16)
ราชปรารภ ราชประสงค์ พลเรือน พลีชีพ สังเวยกระสุน สามเหลี่ยมดินแดง ราชปรารภ
ถึงเวลาปฏิรูปกองทุนเงินทดแทนไทย : เมื่อโลกของการทำงานเปลี่ยนไป ระบบการคุ้มครองแรงงานก็ควรเปลี่ยนตาม
Music, Fashion, Film อัลบั้มพังก์ร็อก ที่พรางตัวอยู่ในดนตรีป๊อป ของ Charli XCX
ศรัทธา วัตถุ และตลาด ในพุทธศาสนาไทย
รัฐธรรมนูญวัฒนธรรมฉบับใหม่ : การต่อสู้เพื่อช่วงชิงระเบียบความชอบธรรม
ถอดรหัสสันติภาพ ในสมรภูมิชายแดนใต้ หลังความรุนแรงที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส
รศ.ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร สแกนมุมท้าทาย วัดพระมหาธาตุ นครศรีฯ มรดกโลก Living Monument แห่งแรกของไทย
คลื่นฟริเกต ซัด ทัพเรือ สะเทือนตั้ง ผบ.ทร. ทัพฟ้า คูลดาวน์ ‘บิ๊กคิม’ กระจายรุ่น วางหมาก 2 ชั้น ตท.28-29 ‘โอ๋ Jedi-เหลน Lion-แจ็ค JKnight’ ชิงชัย
E-DUANG | “สัญญะ” อันเป็น “สัญญาณ” สะท้อน สภาวะ”ขาลง”รัฐบาล
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข