สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง
มูลนิธิสุขภาพไทย
ตามฤกษ์โหราศาสตร์การแพทย์แผนไทยถือวันเข้าพรรษาเป็นวันเริ่มต้นวัสสานฤดูหรือฤดูฝน แต่ปีนี้ (พ.ศ.2569) มีเดือน 8 สองหน วันที่ 30 กรกฎาคมนี้ ถือเป็นดีเดย์หน้าฝนอย่างเป็นทางการของไทยเรามาแต่โบราณกาล ตามคัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัยกล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคในฤดูฝนคือ ธาตุลม ซึ่งมีคุณสมบัติเย็น และมีมวลเบาพัดแปรปรวนอยู่รอบกายเราตลอด 4 เดือนยามหน้าฝน โดยคัมภีร์สรรพคุณยากล่าวไว้ว่า รสสมุนไพรที่มีสรรพคุณแก้ลม คือ รสเผ็ดร้อน
แต่สมุฏฐานการเกิดโรคในหน้าฝนปีนี้ จะเปลี่ยนไปเพราะปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่มาเยือนพร้อมกับขีดความร้อนเกินพิกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุทรศาสตร์และภูมิอากาศทั่วโลกฟันธงตรงกันว่า
“ซูเปอร์เอลนีโญ” ปีนี้ น่าจะทำนิวไฮเพราะอุณหภูมิที่ผิวน้ำมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกมีโอกาสจะทะลุเกิน 2 องศาเซลเซียสเหนือค่าเฉลี่ย ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ทำให้เข้าข่ายกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมาในรอบร้อยปี ภาคพื้นยุโรปตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ร้อนจัดทะลุ 40 องศาเซลเซียสในหลายเมือง
สำหรับบ้านเรา กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าปริมาณฝนตลอดปี 2569 จะวัดได้แค่ 1,479 มิลลิเมตร ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปีที่คำนวณได้ 1,500 มิลลิเมตร และต่ำกว่าปีที่แล้วซึ่งมีฝน 1,816 มิลลิเมตร ดังนั้น คนไทยต้องลบภาพจำเดิมๆ ที่เคยท่องจำกันมาว่า เมืองไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ อุดมด้วยข้าวปลาอาหาร เพราะ “ซูเปอร์เอลนีโญ” จะมาพร้อมกับความแห้งแล้งและฝนทิ้งช่วงระยะยาว อาจทำให้ภาคเกษตรกรรมแม้แต่ในเขตชลประทานได้รับความเสียหายอย่างหนัก กระทบต่อสภาพรวมคนไทยได้
ในที่นี้ขอโฟกัสที่สุขภาพของคนไทยภายใต้ “ซูเปอร์เอลนีโญ” หรือสภาวะโคตรร้อนในหน้าฝนนี้ ร้อนแทบไม่ต่างกับหน้าร้อน จะดีกว่าหน่อยก็ตรงที่มีความชื้นที่ฝนตกลงมาเป็นครั้งคราวและมีลมพัดช่วยคลายความร้อนภายนอกได้บ้าง แต่ก็ควรมีตัวช่วยที่ได้จากพืชผักอาหารที่บริโภคประจำวันเพื่อรักษาสมดุลอุณหภูมิภายในร่างกายปกติตามหลักการแพทย์แผนไทย ยาที่ใช้รักษาสุขภาพในฤดูฝนเป็นยามหาพิกัดรสร้อน ประกอบด้วย ขิง พริกไทย ดีปลี แต่ในสภาพอากาศร้อนอบอ้าวอย่างนี้ ขอแนะนำเมนูผักรสเย็นจิ้มน้ำพริก
ในบรรดาอาหารทั้งหมดที่คนไทยทุกภาครับประทานเป็นประจำ “น้ำพริก” นับเป็นอาหารยอดนิยมอันดับหนึ่ง จนกล่าวได้ว่า น้ำพริกเป็นอาหารสุขภาพหลักในครัวของคนไทยทุกภาคที่บริโภคน้ำพริกถึง 64% น้ำพริกอาจมีชื่อต่างกันออกไปตามท้องถิ่น เช่น คนปักษ์ใต้เรียก “น้ำชุบ” คนอีสานเอิ้นว่า “แจ่ว” และ “ป่น” เป็นต้น
ขึ้นชื่อว่า “น้ำพริก” แล้ว ย่อมมีรสเผ็ดร้อนนำ ซึ่งมาจากพริกชนิดต่างๆ หอมแดง กระเทียม และอาจมีเครื่องเทศรสร้อนอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มะแขว่น ข่า ตะไคร้ เป็นต้น แต่เสน่ห์ของน้ำพริกกลับอยู่ที่รสขมหอมละมุนของผักรสเย็นที่นำมาเผาย่างแล้วโขลกตำหรือคลุกเคล้าร่วมกับเครื่องเทศรสเผ็ดร้อน และด้วยสมดุลร้อนเย็นในน้ำพริกนี้เอง ที่จะช่วยปรับสภาวะธาตุในร่างกายให้สมดุล เพราะรสขมช่วยให้อยากอาหาร ส่วนรสเผ็ดร้อนช่วยย่อย ทำให้กินข้าวปลาอาหารได้มากและอร่อยแซ่บอีหลี ที่สำคัญคือ น้ำพริกที่มีความสมดุลร้อนเย็น ช่วยให้น้ำลายสอล่อให้กินผักได้มากโดยเฉพาะผักพื้นบ้านที่มีรสฝาดขม

ขอยกตัวอย่างน้ำพริกผักพื้นบ้านรสเย็น 3 เมนูเพื่อเป็นอาหารรักษาสมดุลร้อนเย็นในร่างกาย ดังนี้
(1) น้ำพริกมะระขี้นกกรอบ (2) แจ่วเห็ดป่า (3) น้ำชุบเยาะมะเขือพวง พืชผักทั้ง 3 ชนิด คือ มะระขี้นก เห็ดป่า และมะเขือพวง ล้วนเป็นผักพื้นบ้านรสเย็นที่หาได้ง่ายในท้องตลาด และสวนครัว หรือป่าชุมชนละแวกบ้าน โดยมีสรรพคุณทางยาและคุณค่าทางอาหารสุขภาพเฉพาะตัวอีกต่างหาก
มะระขี้นก ชื่อวิทยาศาสตร์ Momordica charantia L. สารสำคัญในผลมะระตามที่ปรากฏในชื่อจีนัส (สกุล) ได้แก่ สารขมกลุ่มคิวเคอร์บิตาซิน คือ สารโมมอร์ดิโคไซด์ (momordicoside) และชื่อสปีชีส์ (ชนิด) คือ สารชาแรนติน (charantin) สารทั้ง 2 มีสรรพคุณควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างมีประสิทธิศักย์และปลอดภัยเทียบเคียงกับยาเภสัชเคมีที่ใช้รักษาเบาหวานในปัจจุบัน เช่น เมตฟอร์มิน(Metformin) หรือไกลพิไซด์ (glipizide) เป็นต้น ผลมะระขี้นกมีรสขมจัด ฝรั่งเรียกแตงกวาขม (Bitter cucumber) หมอยาไทยใช้เป็นยาเย็นดับพิษร้อนถอนพิษไข้ได้ผลดีมาก
สูตรน้ำพริกมะระขี้นกหอมกรอบพร้อมรับประทาน (1) ผลมะระขี้นกเขียว 30 ลูก (2) หอมแดง 30 หัว (3) กระเทียมโทน 20 หัว (4) พริกป่น 2-3 ช้อนโต๊ะ (5) ถั่วลิสงคั่วป่นหยาบ 5 ช้อนโต๊ะ (6) เกลือแกง 3 ช้อนโต๊ะ (7) ผงมะนาว 1-2 ช้อนกาแฟ
วิธีปรุง 1. หั่นมะระขี้นกที่ล้างสะอาดเป็นแว่นๆ จากนั้นนำหมักเกลือแกงจะมีน้ำมะระขี้นกซึมออกมา ขยำเอาน้ำเกลือมะระขี้นกออก แล้วเติมน้ำขยำล้างอีกหนึ่งครั้ง นำวัตถุดิบที่ได้ทอดในน้ำมันตั้งไฟอ่อน จนได้มะระขี้นกหอมกรอบ 2. ฝานหอมแดง แล้วเจียวให้กรอบ 3. ฝานกระเทียมโทน แล้วเจียวให้เหลืองกรอบ 4. นำสิ่งที่ได้จาก 1-2-3 มาคลุกเคล้ากัน จากนั้นจึงเติมพริกป่นและถั่วลิสงคั่ว ส่วนผงมะนาวค่อยๆ ใส่ทีละนิดตามชอบ คลุกเคล้าให้นัว จะได้น้ำพริกมะระขี้นกกรอบพร้อมรับประทานกับผักแนมพื้นบ้านต่างๆ ที่ชอบ เช่น ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ ดอกแคลวก เป็นต้น เมนูนี้เป็นอาหารจานมังสวิรัติ ที่ชาววีแกนก็รับประทานได้ด้วย
ตำน้ำพริกกินกับผักสมุนไพรแล้ว เข้าพรรษานี้ทำบุญใส่บาตรตำน้ำพริกปรับธาตุถวายพระให้ท่านรับมือฝนและสู้ลมร้อนก็ดีนะ (ส่วนอีก 2 เมนูขอเสิร์ฟครั้งถัดไป)
