bg-single

ทำใหม่ต้องคิดใหม่

22.08.2026

ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์

ผมเพิ่งโพสต์เรื่องโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ที่จังหวัดจันทบุรี มูลค่า 7,200 ล้านบาทลงในเพจของผม

คณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม

อ่านดูเผินๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร

เพราะโครงการนี้จะส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่ชลประทานกว่า 87,700 ไร่ ช่วยเพิ่มน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภค การเกษตร และภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดจันทบุรี

ตลอดจนเสริมศักยภาพการบริหารจัดการน้ำของภาคตะวันออกในระยะยาว โดยโครงการดังกล่าวเป็น 1 ใน 38 โครงการสำคัญ ตามแผนพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อรองรับการพัฒนา EEC

สังเกตไหมครับว่ารัฐบาลเริ่มต้นจากประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับก่อน

ตั้ง 87,700 ไร่

แล้วค่อยตบท้ายว่าช่วยภาคอุตสาหกรรมใน EEC

ที่สำคัญก็คือ ไม่มีการพูดถึงพื้นที่ป่าที่ต้องจมอยู่ใต้น้ำ 11,982 ไร่ หลังจากสร้างอ่างเก็บน้ำ

เป็นอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น 6,191 ไร่ และป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่องอีก 5,791 ไร่

มีช้างป่า และสัตว์ป่าหายากอีกหลายชนิดที่อาศัยอยู่พื้นที่นี้

นอกจากนี้ ต้นไม้ที่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเกิน 10 เซนติเมตร มีอยู่ประมาณ 340,000 ต้นจะจมอยู่ใต้น้ำ

นี่คือ สิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนกับอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด

เวลาพูดถึงตัวเลขพื้นที่ป่า 11,982 ไร่ บางทีเรานึกไม่ออกว่าใหญ่โตขนาดไหน

ผมเลยหา “จุดเปรียบเทียบ” ให้เห็นภาพชัด

สวนลุมพินี สวนสาธารณะใจกลางเมืองกรุงมีพื้นที่ 360 ไร่

11,982 ไร่ ก็เท่ากับสวนลุมฯ 33 สวน

หรือเทียบกับพื้นที่ของ “เกาะเสม็ด”

ก็ประมาณเกาะเสม็ด 3 เกาะครับ

ยังไม่พอ ผมค้นข้อมูลพื้นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใน กทม.

ทั้งหมดมีพื้นที่รวมกันประมาณ 5,000 ไร่

น้อยกว่าพื้นที่ป่าทั้งหมดที่เสียไปจากการสร้างอ่างเก็บน้ำ

ผมให้คนกรุงลองถามใจตัวเองว่าถ้ารัฐบาลมีมติ ครม.ยึดสวนสาธารณะไป

ตัดต้นไม้ใหญ่ออกหมดเกลี้ยง

คุณจะรู้สึกอย่างไร

ประเด็นที่ผมคัดค้านเรื่องนี้มีอยู่ 3 เรื่อง

เรื่องแรก รัฐบาลไม่บอก “ความจริง” กับประชาชน

“เกษตรกร” ถูกนำไปเป็น “ตัวประกัน” เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการทำอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด

เพราะถ้าช่วยเหลือชาวสวนในพื้นที่ 87,700 ไร่ ไม่จำเป็นต้องสร้าง “อ่างเก็บน้ำ” ที่ต้องแลกกับพื้นที่ป่าถึง 11,982 ไร่

โลกนี้ไม่ได้มีคำตอบเดียว

ผมลองคิดแก้ปัญหาเรื่องน้ำแบบ “ชาวสวนทุเรียน” ทั่วไปนะครับ

ที่บ้านผมทำสวนทุเรียน-เงาะ-มังคุด มาเกือบ 50 ปีแล้ว

ตามปกติชาวสวนทุเรียนจะให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำมาก

ถ้าปลูกทุเรียน 10 ไร่ เขาจะขุดสระ 1 ไร่

หรือ 1 ใน 10 ของพื้นที่ปลูกทุเรียน

ชาวสวนจะขุดสระน้ำสำรองไว้สำหรับทุเรียนช่วงหน้าแล้งประมาณ 3 เดือน หรือ 90 วัน

ก่อนหน้านั้นพึ่งพาน้ำฝน หรือน้ำคลองได้

วิธีคิดเรื่องนี้ นักวิชาการเขาดูว่าทุเรียนต้นหนึ่งต้องการน้ำวันละเท่าไร ทุเรียน 25 ต้น/ไร่ ใช้น้ำเท่าไร

จากนั้นก็คำนวณต่อว่าต้องขุดสระเก็บน้ำขนาดเท่าไรจึงจะพอกับเวลา 3 เดือน

เป็นที่มาของสูตรทุเรียน 10 ไร่ ขุดสระ 1 ไร่ ลึก 3-4 เมตร

น้ำจะพอใช้ประมาณ 90-120 วัน

ถ้าสมมุติว่าพื้นที่ 87,700 ไร่ เป็น “สวนทุเรียน” ทั้งหมด

1 ใน 10 ก็คือ 8,770 ไร่ที่ต้องขุดสระ

ค่าขุดสระ 1 ไร่ประมาณ 1 แสนกว่าบาท

ถ้าขุดน้ำบาดาลในสวนเพื่อสูบน้ำเข้าสระเพิ่มในกรณีที่แล้งจัดอย่างที่สวนผมทำอยู่ตอนนี้

ค่าใช้จ่ายรวมกันไม่เกิน 2 แสนบาทต่อสระ

8,770 สระ ใช้เงิน 1,754 ล้านบาทครับ

หรือถ้า “ป๋ามาก” ก็ให้สระละ 3 แสน

ก็ใช้งบแค่ 2,631 ล้านบาท

ต่ำกว่า 7,200 ล้านบาทที่ใช้สร้างอ่างเก็บน้ำ

ประหยัดงบของรัฐบาลได้กว่าครึ่ง

จัดสรรงบให้ชาวสวนไปจ้างรถขุด-เจาะเลย

สร้างงานในพื้นที่ด้วย

ชาวสวนน่าจะชอบวิธีนี้มากกว่ารอคอยอ่างเก็บน้ำ

เพราะการมีสระน้ำ-บาดาลเป็นของตัวเอง ไม่ต้องพึ่งใคร คือ หลักประกันที่ดีที่สุด

ถ้าไม่เชื่อ ลองสำรวจชาวสวนที่เมืองจันท์ทุกคนได้เลยครับว่าระหว่างสร้างอ่างเก็บน้ำ กับให้เงินขุดสระเจาะบาดาล

จะเลือกอะไร

ครับ ถ้ารัฐบาลต้องการช่วยชาวสวนทุเรียน 87,700 ไร่จริงๆ

ใช้งบแค่ 1 ใน 4 ของการสร้างอ่างเก็บน้ำก็แก้ปัญหาได้

และไม่ต้องทำลายป่าด้วย

จบนะครับ ไม่ต้องอ้างว่าทำอ่างเก็บน้ำเพื่อช่วยชาวสวน

เรื่องที่สอง ยอมรับความจริงเถอะว่าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดนั้นต้องการหาแหล่งน้ำให้ EEC

เพราะตัวเลขความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แผนที่เขาวางไว้ คือ อ่างเก็บน้ำที่เมืองจันท์ต้องสร้างให้ครบ 4 แห่งก่อน จึงจะผันน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำประแสร์ที่ระยองได้

“อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด” คือ อ่างเก็บน้ำสุดท้ายที่ยังไม่สร้าง

แต่เชื่อไหมครับว่าไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาไปทำสัญญากับชาวบ้านขอผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำอื่นมาก่อน โดยขอน้ำเฉพาะช่วงหน้าฝนที่ล้นอ่าง

เพราะอ่างเก็บน้ำประแสร์เริ่มไม่พอเพียง

ผมไม่ได้คัดค้าน EEC

ไม่ได้คัดค้านดาต้าเซ็นเตอร์

ไม่ได้ดึงดันว่าห้ามสูญเสียพื้นที่ป่าเลย

เราควรแลกเปลี่ยนอย่างไรจึงจะพอเหมาะ

มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร หรือนักอนุรักษ์ที่คัดค้าน

เขาไม่ได้คัดค้านว่าห้ามสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด

แต่ขอลดขนาดอ่างลงได้ไหม

จะได้ไม่สูญเสียป่าถึง 11,982 ไร่

กรมอุทยานฯ นั้นเคยเสนอให้ลดความสูงของสันอ่างเก็บน้ำลง

เพื่อลดพื้นที่น้ำท่วมในอุทยานฯ เหลือแค่ 657 ไร่

เรื่องนี้ถ้ากรมชลประทานจะขอเพิ่มอีกก็คุยกันด้วยเหตุผล

ผมว่าคุยกันได้ครับ

แต่ไม่ใช่จะเลือกแนวทางทำลายพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และป่าถึง 11,982 ไร่

เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่อง “วิธีคิด”

ธุรกิจยุคใหม่ ตอนนี้เขาให้ความสำคัญกับ ESG – Environment, Social and Governance สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

3 เรื่องนี้กลายเป็นหลักสำคัญในการตัดสินใจของบริษัทและนักลงทุนทั่วโลก

บริษัทที่ทันสมัยไม่ได้ถามเพียงว่า “โครงการนี้ทำกำไรเท่าไร” แต่ถามด้วยว่า ใช้ทรัพยากรเท่าไร ปล่อยคาร์บอนเท่าไร กระทบชุมชนและธรรมชาติแค่ไหน และมีวิธีที่สร้างผลกระทบน้อยกว่านี้หรือไม่

ธรรมชาติเริ่มมี “ราคา” ในทางเศรษฐศาสตร์แล้ว

ตอนนี้เขาพูดถึง Carbon Credit – คาร์บอนเครดิต ซึ่งทำให้การลดหรือดูดซับก๊าซเรือนกระจกสามารถตีมูลค่าเป็นเงินได้

การลดหรือดูดกลับก๊าซเรือนกระจก 1 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สามารถคิดเป็นคาร์บอนเครดิต 1 หน่วย

หมายความว่า ต้นไม้และป่าไม่ได้มีค่าแค่ตอนตัดขาย ต้นไม้ที่ยังยืนอยู่ก็มีมูลค่า เพราะช่วยดูดซับคาร์บอน เก็บน้ำ รักษาหน้าดิน ลดอุณหภูมิ และเป็นบ้านของสัตว์ป่า

ยิ่งเป็นป่าธรรมชาติที่ใช้เวลาสะสมระบบนิเวศมาหลายสิบหรือหลายร้อยปี คุณค่าของมันยิ่งไม่สามารถชดเชยง่ายๆ ด้วยการไปปลูกต้นไม้จำนวนเท่ากันในอีกพื้นที่หนึ่ง

วิธีคิดด้านสิ่งแวดล้อมสมัยใหม่จึงไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “ถ้าทำลายแล้วจะชดเชยอย่างไร”

แต่เริ่มจาก “หลีกเลี่ยงการทำลายได้หรือไม่”

ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จึงถามต่อว่า “ลดผลกระทบได้แค่ไหน”

จากนั้นจึงฟื้นฟู และสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ จึงค่อยหาวิธีชดเชย

ถ้า EEC คือ การลงทุนเพื่ออนาคต

ดาต้าเซ็นเตอร์ คือ ธุรกิจอนาคต

เราไม่ควรลงทุนกับ “อนาคต” ด้วยวิธีคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมแบบโบราณ

ถ้าจะทำสิ่งใหม่

วิธีคิดต้องใหม่ด้วยครับ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

บิ๊กธุรกิจ-นักวิชาการ เปรียบชั้นเชิง ‘ความสามารถแข่งขัน’ ไทย-อาเซียน
ทำใหม่ต้องคิดใหม่
ทรัมป์กับเกาหลีเหนือ กังขาของมิตรประเทศในเอเชีย
บิ๊กค่ายรถญี่ปุ่นขอไม่ทน เปิดหน้าชนรัฐจี้รื้อโครงสร้างภาษี สร้างความเท่าเทียมแข่งขัน ‘อีวีจีน’
เหยี่ยวถลาลม | หนูไม่รู้
50 ปี 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
บททดสอบสุดท้าย’บิ๊กต่าย’ ระบบตั๋วปะทะระบบคุณธรรม ระวังคลื่นลูกใหญ่ใน ก.พ.ค.ตร.
การกลับมาโสดอีกครั้งของ ปันปัน สุทัตตา
ออสเตรเลีย ยกระดับคุมปืน รับซื้ออาวุธปืนคืนจากประชาชน
เส้นทางความรัก นก อุษณีย์ จนถึงวัน ขอ ‘ม่วย’ แต่งงาน
แนวคิดของมาเคียเวลลีเรื่องการตบตีเทพีแห่งโชค
MatiTalk รมช.คมนาคม โต้ง สิริพงศ์ ว่าด้วย KPI กำแพง อุปสรรค และสิ่งที่ไม่คาดฝัน