19 ทอง 40 เงิน 66 ทองแดง บทสรุปเอเชี่ยนพาราไทย ยึดที่ 7 เอเชีย-เบอร์ 1 อาเซียน
เขย่าสนาม | เงาปีศาจ
เป็นความสำเร็จต่อเนื่องจากมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 ของทัพนักกีฬาไทยที่สร้างความสุขให้กับคนไทยสำหรับศึกเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 “ไอจิ-นาโกยา 2026” ที่ประเทศญี่ปุ่น
ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ยังคงประกาศศักดา จบอันดับ 7 เอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 พร้อมยึดเบอร์ 1 อาเซียน ได้อีกครั้ง คว้ามาได้ 19 เหรียญทอง 40 เหรียญเงิน 66 เหรียญทองแดง จบอันดับ 7 เป็นรองเพียง จีน, ญี่ปุ่น, อุซเบกิสถาน, อินเดีย, เกาหลีใต้ และอิหร่าน ตามลำดับเท่านั้น และยังยึดเบอร์ 1 ของอาเซียน โดยทำได้ดีกว่าอินโดนีเซีย
125 เหรียญของทัพนักกีฬาไทยทำให้รับเงินรางวัลตามหลักเกณฑ์ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ประกอบด้วย เหรียญทอง 1,000,000 บาท เหรียญเงิน 500,000 บาท และเหรียญทองแดง 250,000 บาท รวมเงินรางวัลทั้งสิ้น 123,650,000 บาท โดยจะรับมอบโอนเงินรางวัลตรงเข้าบัญชีนักกีฬาและผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินรางวัล ทั้งผู้ช่วยเหลือนักกีฬา, ผู้ฝึกสอน รวมถึงสมาคมกีฬาด้วย
สำหรับผู้ช่วยเหลือนักกีฬารับ 50 เปอร์เซ็นต์ของนักกีฬา ผู้ฝึกสอนกีฬาประเภททีมไม่ถึง 7 คนรับ 20 เปอร์เซ็นต์ของนักกีฬา
ชนิดกีฬาเกิน 7 คนรับ 10 เปอร์เซ็นต์ของนักกีฬา ขณะที่สมาคมกีฬารับ 30 เปอร์เซ็นต์ของนักกีฬาแต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท โดยคำนวณจากเงินรางวัลที่นักกีฬาได้รับ
เอเชี่ยนพาราเกมส์ 2026 เป็นเวทีที่ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยได้แสดงศักยภาพ หัวใจนักสู้ และความมุ่งมั่นในการก้าวข้ามขีดจำกัด
จากความสำเร็จของนักกีฬารุ่นเก๋า สู่การแจ้งเกิดของดาวรุ่ง ทุกเหรียญรางวัลและทุกสถิติที่ถูกทำลาย ล้วนเป็นความภาคภูมิใจที่ควรค่าแก่การจดจำ
บทสรุปผลงานและโมเมนต์ประทับใจของทัพพาราไทย 19 เหรียญทองจาก 8 ชนิดกีฬา ได้แก่ บอคเซีย 4 ทอง, กรีฑา 6 ทอง, ฟันดาบ 3 ทอง, ว่ายน้ำ 2 ทอง และยิงธนู, จักรยาน, เทเบิลเทนนิส, ยิงปืน ชนิดละ 1 ทอง
“แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ ยังคงครองราชินีพาราฟันดาบ ลงแข่ง 9 อีเวนต์ คว้า 9 เหรียญ แบ่งเป็น 2 ทอง 3 เงิน 4 ทองแดง มากที่สุดในทัพไทย
“กร” พงศกร แปยอ นักวีลแชร์เรซซิ่งไทยยังคงร้อนแรง คว้า 2 ทอง 2 เงิน รวม 4 เหรียญ ขยับสถิติทองเอเชี่ยนพาราเกมส์สูงสุดของนักกีฬาไทยเป็น 8 เหรียญ
วิษณุ ฮวดประดิษฐ์ จารึกประวัติศาสตร์อีกครั้งเมื่อเป็นนักกีฬาไทยหนึ่งเดียวคว้าทองเอเชี่ยนพาราเกมส์ครบ 5 สมัย หลังทำได้ 1 เหรียญทอง ชายเดี่ยว BC1
นิธิกร เจียมพิริยะกุล ดาวรุ่งแจ้งเกิดเต็มตัวประเดิมเอเชี่ยนพาราเกมส์ครั้งแรก คว้า 2 ทอง 2 เงิน 1 ทองแดง พร้อมทำลายสถิติเอเชีย 1 รายการ และสถิติเอเชี่ยนพาราเกมส์ 2 รายการ
อธิวัฒน์ แพงเหนือ ซิ่งวีลแชร์ 13.94 วินาที ทาบสถิติโลก วีลแชร์เรซซิ่ง 100 เมตรชาย คลาส T54
ฝั่งกีฬาบอคเซียไทย ยังคงยืนหนึ่งของทวีปเอเชีย คว้า 4 ทอง 2 เงิน 2 ทองแดง รวม 8 เหรียญ มากที่สุดเหนือทุกชาติ
ทีมโกลบอลหญิงไทยสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการปลดล็อกคว้าเหรียญทองแดงเอเชี่ยนพาราเกมส์ได้เป็นครั้งแรก

โมเมนต์แห่งความสำเร็จของทัพนักกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ของไทยเกิดจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหอกหลักที่สนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ และคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาคนพิการฯ เป็นบทพิสูจน์ว่า ถ้าวงการกีฬาของไทยจับมือกัน สามัคคีกัน เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันวงการกีฬาของเมืองไทยไม่น้อยหน้าชาติใดๆ ในทวีปเอเชีย
“ผู้ว่าฯ ตั๋ว” โปรดปราน สมานมิตร ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เล่าว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นของทัพนักกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ของไทย ต้องแสดงความชื่นชมทัพนักกีฬาที่สู้กันสุดใจตลอดการแข่งขัน แม้จะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย 27 เหรียญทองด้วยเพราะการชิงชัยเป็นไปอย่างเข้มข้น แต่ขอชื่นชม และให้กำลังใจนักกีฬาทุกคนที่มุ่งมั่นและพยายามอย่างเต็มที่ด้วยหัวใจนักสู้
โดยจากจำนวนนักกีฬาที่ส่งแข่งขันทั้งหมด นักกีฬาที่คว้าเหรียญรางวัลกลับมาได้มีมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์
และหลายคนสร้างผลงาน ทำสถิติที่น่าทึ่งด้วย ตัวอย่างเช่น อธิวัฒน์ แพงเหนือ ทำสถิติโลก วีลแชร์เรซซิ่ง 100 เมตรชาย คลาส T54 เท่า บัลเด มามูโด จากโปรตุเกส และอีกหลายชนิดกีฬา เช่น กรีฑา และว่ายน้ำ ที่ทำลายสถิติเดิม สร้างสถิติใหม่ในมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ขึ้นมา รวมถึง วิษณุ ฮวดประดิษฐ์ ที่คว้าเหรียญทองบอคเซียได้ 5 สมัยติดต่อกัน และช่วยให้ทีมบอคเซียไทยจบด้วยการเป็นอันดับ 1 ของการแข่งขัน เป็นต้น
ที่สำคัญนักกีฬาพาราทีมชาติไทยที่ร่วมชิงชัยในครั้งนี้เป็นหน้าใหม่เกือบครึ่ง และทำผลงานได้ดี ที่โดดเด่นมาก คือ ดาวรุ่งอย่าง นิธิกร เจียมพิริยะกุล นักว่ายน้ำที่ลงแข่งขันเป็นครั้งแรกคว้าได้ถึง 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง
“หลายอีเวนต์นักกีฬาพาราทีมชาติไทยผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่แพ้คู่แข่งอย่างฉิวเฉียด ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก ๆ อย่างไรก็ตาม ในหลายรายการยังได้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ จนเกิดภาพความผิดหวังหลังจบเกมออกมาให้เห็นกัน และแม้หลายอีเวนต์เจ้าภาพจะมีการปรับเปลี่ยนไปจากเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่หากดูในเชิงสถิติ จะเห็นว่านักกีฬาไทยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน” ผู้ว่าฯ ตั๋วกล่าว
ผู้ว่าการ กกท.ป้ายแดง บอกอีกว่า ประสบการณ์และบทเรียนจากมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ครั้งนี้ เชื่อว่านักกีฬา และสมาคมกีฬาพร้อมนำกลับไปปรับปรุงและพัฒนา ซึ่งจะยิ่งทำให้ทุกคนมุ่งมั่นและกลับมาแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในการแข่งขันรายการต่อๆ ไป
โดย กกท.พร้อมสนับสนุนการเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มความหวัง และดาวรุ่ง เพื่อผลักดันไปสู่มหกรรมกีฬาอาเซี่ยนพาราเกมส์ 2027 ที่ประเทศมาเลเซีย และการควอลิฟายไปมหกรรมกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา
ขณะที่ ร.ท.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย เปิดใจว่า ภูมิใจในผลงานของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และทีมงานทุกคนที่ทุ่มเทอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะพัฒนาการของนักกีฬาไทยที่สะท้อนผ่านสถิติการแข่งขันที่ดีขึ้น รวมถึงนักกีฬาดาวรุ่งหลายคนที่สามารถสร้างผลงานโดดเด่น ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาพาราไทย
สำหรับนักกีฬาดาวรุ่งที่ทำผลงานโดดเด่น อาทิ “แอนฟิลด์” นิธิกร เจียมพิริยะกุล นักว่ายน้ำพาราที่ลงแข่งขันครั้งแรก คว้า 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน รวมถึงนักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งหน้าใหม่ที่ฝึกซ้อมไม่ถึง 6 เดือน แต่คว้าเหรียญทองแดง และ “ฟ้าใส” ยาประคำ วัย 20 ปี ที่คว้า 2 เหรียญเงิน หลังเก็บตัวฝึกซ้อมไม่ถึง 6 เดือนเช่นกัน
หลังจากนี้จะนำผลงานนักกีฬามาวิเคราะห์และเตรียมส่งนักกีฬาเข้าร่วมรายการระดับโลก และทวีปเพื่อสะสมคะแนนและเพิ่มโอกาสคว้าสิทธิ์เข้าร่วมพาราลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา
คอยติดตามเชียร์ผลงานนักกีฬาพาราไทยกันต่อไปนับจากนี้…
