E-DUANG
มุมมองต่างก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความขัดแย้งก่อให้เกิดการปะทะต่อสู้ จากความคิด สู่การเมือง
ความจริงจากแต่ละปฏิบัติการทางการเมือง สอนอะไร
สอนให้รู้ว่าการต่อสู้มิได้เป็นเรื่องระหว่างเรากับเขาอย่างตาย ตัว หากที่ตามมาติดยังเป็นการต่อสู้ระหว่างเราและพวกเรา
ถามว่าการเสนอญัตติตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญสะท้อนเงื่อนงำใด ในทางความคิด และในทางการเมือง ตั้งแต่กันยายนจนตุลาคม
เป้าหมายเบื้องต้นอาจแจ่มชัดว่ามุ่งเพื่ออภิปราย”รัฐบาล”โดย”ฝ่ายค้าน”
เด่นชัดว่า รัฐบาลคือ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย
แต่แล้วเมื่อเนื้อหาของญัตติที่ระบุความบกพร่องของ 18 รัฐมนตรี เน้นอย่างเป็นการจำเพาะไปยังคนของพรรคภูมิใจไทย ไม่มีพรรคเพื่อไทย
ความสนใจจึงพุ่งไปยังความแน่นแฟ้นภายใน”รัฐบาล”
จากนี้จึงชี้ให้เห็นว่า กระบวนท่าในทางการเมืองสะท้อนเป้าหมายที่ลึกซึ้งในทางความคิด
สปอตไลต์ย่อมฉายจับไปยังพรรคภูมิใจไทย
ทำไมต้องเชิญรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยมาร่วมโต๊ะอาหารและมิได้ดำเนินการอย่างลับๆ
ขณะเดียวกันทำไมต้องมีภาพจากร้านอาหารอินเดีย
เห็นภาพคนสำคัญจากพรรคภูมิใจไทย 2 คน เห็นคนสำคัญจากพรรคกล้าธรรม 1 คน
ตอนพบกันเป็น”ความลับ” แต่มีเจตนาปล่อยให้ภาพ”หลุด”
ด้านหนึ่ง เป็นการสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม
เป็นสัญญาณว่า เมื่อเอยก็เมื่อนั้น มีความพร้อม
ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่งก็สื่อไปยังพรรคเพื่อไทยว่าจะตัดสินใจอย่างไรต้องรอบคอบและรัดกุม
ความหวังที่จะก่อให้เกิดการแยกตัวน่าจะมีอุปสรรค
มีความเด่นชัดอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะมองจากฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะมองจากรัฐบาล
ด้านเปิด มีการต่อสู้ มีการปะทะผ่าน”ญัตติ”แห่งมาตรา 152
แต่ด้านปิดก็ไม่มีใครยอมอย่างงอก่องอขิง พรรคภูมิใจไทยมากด้วยความรอบคอบรัดกุม
ล็อกคอตีเข่าทั้งพรรคเพื่อไทยและรวมถึงพรรคกล้าธรรม
ยิ่งกว่านั้น ยังเปิดเกมรุกแต่ละประเด็นอันประเมินว่าน่าจะเป็นอาวุธลับของฝ่ายค้านไว้ล่วงหน้า ที่เห็นก็คือหมายจับและอายัดทรัพย์สิน เบน สมิธ ยิม เลียก
ไม่เพียงสำทับไปยังพรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม หากแต่ลั่นดาลการขยับของฝ่ายค้าน
ยิ่งเมื่อเกิดกรณีเงินบริจาค 7 ล้านยิ่งมากด้วยเงื่อนงำ
เป็นเงื่อนงำสกัดดาวซัลโวอย่างน้อย 2 คนของพรรคประชาชนให้ต้องงันชะงัก อย่างน้อยก็ชั่วคราวภายใต้กระแสกดบีบแห่งบันเทิงประชาธิปไตย
พร้อมกับการทอดเวลาอภิปรายออกไปอีก 1 เดือน
ในการรุกไล่ กดบีบจากรัฐบาล การปล่อยข่าวในเรื่องญัตติ 151 จึงดังขึ้นจากภายในพรรคประชาชน
โดยมืออภิปราย มือจัดระบบตั้งแต่ยุค”อนาคตใหม่”
ท่ามกลางการภาคเสธนิ่มๆ ในแบบของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ พริษฐ์ วัชรสินธุ
ยังเป็นเรื่อง”ภายใน”ที่อาจกลายเป็นเรื่อง”ภายนอก”
