คลุกวงใน | พิศณุ นิลกลัด
FB : @Pitsanuofficial
ปกติผมไปต่างประเทศปีละ 3 ถึง 5 ครั้ง เรื่องงานบ้าง เที่ยวบ้าง ถ้าไปเที่ยว ทริปหนึ่งไปราว 2 สัปดาห์
มีอยู่คราวหนึ่งนานหน่อย ไป 21 วัน
ตลอดสิบกว่าปีที่ไป เกือบทั้งหมดไปลอนดอนกับญี่ปุ่น
ผมชอบลอนดอนกับญี่ปุ่นเท่าๆ กัน ไปกี่หนกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ คงเหมือนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ชอบเมืองไทย อยากเที่ยวต่างประเทศ นึกไม่ออกว่าจะไปไหนดี ก็ตีตั๋วมาไทยแลนด์
ลอนดอนมีพิพิธภัณฑ์เยอะ มีแกลเลอรี่ มีสถานที่แสดงภาพเขียน ภาพวาด งานศิลปะของศิลปินดังมากมาย มีดอกไม้ มีสวนสาธารณะ
ชานกรุงลอนดอนมีสถานที่และสิ่งที่ทำให้ผมตื่นตาตื่นใจอีกสารพัด
เมื่อหลายปีก่อน คุณป้าข้างบ้านชาวอังกฤษคนหนึ่งถามผมว่าทำไมถึงชอบมาลอนดอน?
ผมตอบว่า เพราะลอนดอนมีมิวเซียม มีแกลเลอรี่ที่น่าสนใจให้ดูมากมาย
เธอฟังแล้วก็พูดว่า “ฉันอยู่ลอนดอนมา 70 ปี ยังดูไม่หมดเลย”
ส่วนญี่ปุ่น ชอบห้องน้ำสะอาดที่สุดในโลกทุกที่ทุกแห่ง ใครไปญี่ปุ่นไม่ว่าจะทุกข์หนักทุกข์เบา เข้าห้องน้ำแล้วรับรองว่าหมดทุกข์ ออกมามีแต่ความสุขสมชื่อห้องสุขา
ทุกที่ทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารในชนบท ห้องน้ำตามสถานีรถไฟ ห้องน้ำสาธารณะใดๆ สะอาดสะอ้านจนแทบจะนอนได้
ถ้าไม่มีกระดาษเช็ดมือ ก็มีเครื่องเป่าลมอุ่นๆ ให้มือแห้ง
ห้องน้ำสาธารณะตามที่พักริมทางบางแห่งมีแจกันดอกไม้สดวางเรียงไว้หน้ากระจกส่องหน้าทุกบาน เขาละเอียดจริงๆ
นอกจากนั้น ญี่ปุ่นอาหารอร่อย คนดี ซื่อสัตย์ ความปลอดภัยสูง ไปเที่ยวชนบทหรือในเมืองปลอดภัยไว้ใจได้เท่ากันทุกจุดทั่วประเทศ
อีกที่หนึ่งที่ผมชอบพอๆ กันคือ นิวยอร์ก แต่ไปแค่ 2 หน แล้วไม่ได้ไปอีกเลย
อเมริกาไกลเกินกว่าคนกระดูกสันหลังตรงบั้นเอวดามด้วยไทเทเนียมอย่างผมจะเดินทางไหว
ผมไม่ได้ไปต่างประเทศมา 3 ปีแล้ว…
ล่าสุด…สัปดาห์ที่ผ่านมา (กลางเดือนตุลาคม 2569) เดินทางออกนอกประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี
ไปทริปนี้พบว่าตัวเองเป็นคนตกยุค เพิ่งทราบว่าเดี๋ยวนี้ไปญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศ ผมไม่ต้องรับกระดาษแผ่นขนาดเท่าซองจดหมายจากแอร์โฮสเตสมากรอกข้อความมากมาย ทั้งชื่อ นามสกุล วันเดือนปี สถานที่เกิด อาชีพ เลขที่หนังสือเดินทาง ขึ้นเครื่องบินที่ไหน ลงเครื่องบินเมืองอะไร พักโรงแรมใด ฯลฯ เหมือนสมัยก่อนอีกแล้ว
เดี๋ยวนี้เขาให้เราเก็บ QR โค้ดไว้ในโทรศัพท์มือถือ หรือ QR โค้ดแบบเป็นแผ่นกระดาษเล็กๆ แผ่นเดียว ไปถึงสนามบินปลายทางก็เอา QR โค้ดทาบกับเครื่องสแกน
ตอนเข้าประเทศญี่ปุ่นไม่ต้องตอบคำถาม จนท.ตม.ว่ามาทำไม อยู่กี่วัน พักโรงแรมอะไร บางคนถูกซักถูกถามมากซะจนใจแป้ว กลัวเขาจะไม่ให้เข้าประเทศ
ตอนขาออกจากสนามบินสุวรรณภูมิก็ไม่มี ตม.นั่งเป็นแถวหน้ากระดานคอยตรวจหนังสือเดินทางเหมือนเมื่อสี่ปีที่แล้ว
เป็นความรู้ใหม่สำหรับคนตกยุคอย่างผม

ตั้งแต่อายุ 65 ปีเป็นต้นมา เวลาเดินทางไปต่างประเทศผมใช้บริการรถเข็น (วีลแชร์) นั่งจากจุดเช็กอินไปส่งจนถึงประตูเครื่องบินทุกครั้ง
ใช้ทุกที่ทุกเที่ยวเลย ไม่ว่าที่สนามบินเมืองไทยหรือเมืองนอก
ไปญี่ปุ่นล่าสุดคราวนี้ได้คนเข็นรถแข็งแรงมาก เข็นทั้งวีลแชร์ที่ผมนั่ง และดันรถขนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ล้นคันรถไปพร้อมๆ กัน เป็นความสามารถที่ควรได้โกลเด้น บัซเซอร์แบบเดียวกับน้องเนเน่
ตอนแรกผมเห็นสภาพแล้วขอลงจากวีลแชร์ บอกเขาว่าผมเดินไปขึ้นรถตู้เองได้ ระยะทางไม่ถึง 100 เมตร ให้เขาเข็นรถขนกระเป๋าอย่างเดียว
เขาไม่ยอมครับ โชว์ความสามารถเข็นรถสองคันแบบ Two in One จนถึงรถตู้ที่มารับจนได้
พอเขายกกระเป๋าขึ้นรถตู้เสร็จ ผมถามเขาว่าอายุเท่าไร เขาตอบว่า “78”!!!
มาเที่ยวประเทศสังคมผู้สูงอายุสุดขีด (Hyper Aged Society) อันดับ 2 ของโลกรองจากโมนาโก รู้สึกทรมานผู้สูงวัย (ด้วยกัน) ยังไงก็ไม่รู้สิครับ
ผมนั่งวีลแชร์ที่สนามบินมา 7 ปีแล้ว นั่งจนชิน เพราะสนามบินบางแห่งใหญ่โตมาก ถึงขนาดต้องมีรถไฟขนผู้โดยสารจากอาคารหนึ่งไปอีกอาคารหนึ่ง
บางประเทศต้องเดินตั้งกิโลครึ่ง สูงอายุด้วยป่วยด้วย เดินไม่ไหวจริงๆ
ท่านใดอายุย่างเข้า “วัยวีลแชร์” อย่าได้เขินอาย
ใช้เถิด แล้วจะติดใจ
ผมเองแรกๆ ก็อาย FC อยู่เหมือนกัน กลัวเขาจะหาว่าพิศณุหมดสภาพจนเดินไม่ไหวแล้วหรือนี่?
คนที่ยังติดตามผมสอนกอล์ฟในทีวีอาจเข้าใจผิดคิดว่าเอาคนหนุ่มหน้าเหมือน หรือเอาน้องชาย (คุณวีรศักดิ์) มาสอนแทน
เพราะพิศณุที่สอนตีกอล์ฟในทีวียังหล่อสมาร์ตอยู่เลย เห็นนั่งรถเข็นแล้วไม่น่าเลื่อมใส อาจเลิกเป็นแฟนกันซะเปล่าๆ
ด้วยเหตุนี้ตอนนั่งรถเข็นที่สนามบินเมืองไทย หรือได้ยินเสียงคนไทยคุยกันที่สนามบินเมืองนอก ผมจะนั่งก้มหน้าเกือบตลอดเวลา
จะเงยหน้าขึ้นมาทีหนึ่งก็ตอนเมื่อยคอ
มีอยู่ช่วงเดียวที่ผมนั่งรถเข็นในสนามบินโดยไม่ก้มหน้าก็ตอนโควิด-19 ระบาด เพราะช่วงนั้นรัฐบาลเขาประกาศให้ทุกคนสวมหน้ากากกันทั้งประเทศเวลาออกนอกบ้าน
หน้ากากสวมแล้วปิดหน้าเราได้ 50-60% FC เห็นแวบๆ จำไม่ได้
ยิ่งสวมหมวกและแว่นกันแดดเข้าไป แฟนข่าวนอกลู่ สปอร์ต กูรู และแฟนยอดมวยเอก (ทางยูทูบ) ยิ่งไม่ทันสังเกต
ที่สำคัญ นับตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 ผมเดินทางไปลอนดอนหนเดียวแล้วไม่ไปไหนอีกเลย เพิ่งเริ่มออกนอกประเทศอีกหนก็คราวนี้แหละ
ว่ากันตามจริง คนอายุ 72 ก็ยังไม่แก่มากมายอะไร (จริงมั้ยพวกเรา)
ที่ผมนั่งวีลแชร์เพราะความเจ็บป่วย หายเมื่อไหร่ก็จะกลับมาเดินสมาร์ตเหมือนที่เคยเป็น

ไปญี่ปุ่นคราวนี้เพื่อนที่เป็นเจ้าของโรงแรมเมซง มิสทีค (Maison Mystique) เขาใหญ่ ชวนไป นอนบ้านที่เมืองชิบะ ห่างจากโตเกียวโดยรถยนต์ 1 ชม. ได้ที่พักฟรีเพราะเป็นปิยมิตร เรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน
ถึงญี่ปุ่นแบบสมองว่าง ไม่มีงานให้ต้องคิด ผมจึงวางแผนตระเวนทานปลาดิบร้านดังๆ ให้จั๋งหนับ เพราะอยู่เมืองไทยตอนหลังไม่กล้าทาน กลัวพยาธิใบไม้และพยาธิอีกสารพัดสกุล
แต่ผู้รู้ท่านบอกว่า ปลาดิบ ซาชิมิ และซูชิที่ประเทศญี่ปุ่นทานเข้าไปเถอะ ซัดให้พุงปลิ้นก็ปลอดภัยไร้กังวล
ปลาดิบของเขาคุณภาพดีเยี่ยม พ่อครัวก็มีฝีมือในการทำปลาดีเลิศ รับรองว่าไม่มีพยาธิ
เพื่อความปลอดภัย ตอนอยู่บนเครื่องบินผมถาม “คุณเอไอ” อีกทีว่าทานปลาดิบที่ประเทศญี่ปุ่นปลอดภัยไร้พยาธิจริงมั้ย?
ได้คำตอบเต็มๆ ดังนี้
ไม่จริง 100% ครับ
กินปลาดิบที่ญี่ปุ่นก็ยังมีโอกาสเจอพยาธิได้ แม้ญี่ปุ่นจะมีมาตรฐานการจัดการปลาและระบบควบคุมความปลอดภัยอาหารที่ดีมากก็ตาม
สิ่งที่ทำให้หลายคนเข้าใจว่าปลาดิบญี่ปุ่นไม่มีพยาธิ คือร้านอาหารและผู้จำหน่ายปลามีวิธีจัดการปลาเพื่อลดความเสี่ยง
แต่ไม่ได้หมายความว่าปลาทุกตัวจะปลอดพยาธิ
พยาธิที่พบในปลาดิบมีอะไรบ้าง?
1. พยาธิอะนิซาคิส (Anisakis) พบได้ในปลาทะเลบางชนิด เช่น ซาบะ ซาร์ดีน ปลาแซลมอนป่า และหมึก
อาจทำให้ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน และบางรายเกิดอาการแพ้ได้
2. พยาธิตัวตืดจากปลา ปลาน้ำจืดหรือปลาที่อาศัยในแหล่งน้ำบางประเภทอาจมีตัวอ่อนของพยาธิตัวตืด ซึ่งสามารถติดคนได้เมื่อกินปลาดิบหรือปรุงไม่สุก
แล้วทำไมคนญี่ปุ่นกินซาชิมิกันได้อย่างปลอดภัย?
เพราะมีวิธีลดความเสี่ยงหลายอย่าง
การแช่แข็ง – ตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น การแช่แข็งที่อุณหภูมิอย่างน้อย -20 องศาเซลเซียส นาน 24 ชั่วโมง ช่วยฆ่าพยาธิอะนิซาคิสได้
การตรวจดูเนื้อปลา – ผู้เตรียมปลาจะตรวจหาและนำพยาธิที่มองเห็นออก แต่พยาธิตัวเล็กหรือซ่อนอยู่ในเนื้อปลาอาจตรวจไม่พบ
การจัดการปลาอย่างรวดเร็ว – การนำเครื่องในปลาออกเร็วและรักษาความเย็น ช่วยลดโอกาสที่พยาธิจากเครื่องในจะเคลื่อนเข้าสู่เนื้อปลา
การเลือกปลาให้เหมาะกับการกินดิบ – วัตถุดิบและกระบวนการจัดการมีผลต่อความเสี่ยง แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะปลอดพยาธิทุกตัว
ข้อสำคัญ : วาซาบิ โชยุ น้ำส้มสายชู หรือการเคี้ยวให้ละเอียด ไม่สามารถรับประกันว่าจะฆ่าพยาธิได้
ถ้ากินปลาดิบแล้วมีอาการปวดท้องรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณลิ้นปี่ คลื่นไส้หรืออาเจียนภายในไม่กี่ชั่วโมง ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งว่ากินปลาดิบมา เพราะอาจเป็นอะนิซาคิส
หมายเหตุ : ติดตามตอน 2 สัปดาห์หน้า เล่าเรื่องยืนเข้าคิวรอทานอาหารกลางวันนาน 1 ชั่วโมงครึ่ง พอได้คิวกลับไม่ได้ทานซะงั้น เพราะเหตุใด
