E-DUANG
งานรำลึก”การเสียสละ”ของ ลุงนวม ไพรวัลย์ สัมพันธ์แนบแน่นกับพัฒนาการทาง”ความคิด”ของการเมืองไทย
เพราะว่ามีจุดเริ่มจากการต้านรัฐประหาร
รูปธรรมเบื้องต้น คือ การขับแท็กซี่เข้าชนรถถัง เป็นการต่อสู้ในเชิงสัญลักษณ์
ของ ลุงนวม ไพรวัลย์ ซึ่งเป็น”คนขับแท็กซี่”
รูปธรรมต่อมาสัมพันธ์กับคำสบประมาทเชิงท้าทายซึ่งดังจากกลุ่มที่ทำรัฐประหาร
“ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้”
เป็นการหมิ่นหยามโดยตรงว่า ที่ขับรถแท็กซี่ชนรถถังมิได้มีเป้าหมายเพื่อพลีชีพ
นั่นก็คือ ไม่เชี่อว่าจะมีคนพร้อมน้อมพลีชีพเพื่อ”ความเชื่อ”
ในวันที่ 31 ตุลาคม 2549 หนึ่งเดือนหลังรัฐประหาร ลุงนวม ไพรวัลย์ จึงกระทำให้รู้ว่า คนที่พร้อมน้อมพลีชีพเพื่ออุดมการณ์ความเชื่อนั้นมี
“เกิดมาเพื่อรับใช้ พิทักษ์ไว้อุดมการณ์”
งานรำลึกต่อการเสียสละของ ลุงนวม ไพรวัลย์ ในปี 2549 อาจมี ขึ้นในวงแคบๆ
เฉพาะแท็กซี่และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองจำนวนสิบ
ในนั้นไม่เพียงแต่เป็น นพ.เหวง โตจิรากุล หากแต่ยังมี สมบัติ บุญงามอนงค์ อยู่ด้วย
20 ปีให้หลัง สมบัติ บุญงามอนงค์ ยังไป นพ.เหวง โตจิรากุล ไปพร้อมกับ ธิดา ถาวรเศรษฐ์ เพื่อปลอบประโลมและให้กำลังใจครอบครัว ลุงนวม ไ พรวัลย์
ไม้หนึ่ง ก.กุนที ไม่สามารถเข้าร่วมในงานรำลึกได้
เพราะได้ถูกปลิดชีวิตไปด้วยกระสุนสังหารเมื่อวันที่ 23 เมษา ยน ก่อนรัฐประหาร”ซ้ำ”ในเดือนพฤษภาคม 2557
น่ายินดีที่ยังมีผู้นำบทกวีจาก”มติชนสุดสัปดาห์”มาตีพิมพ์
น่ายินดีที่นอกจากมีกลุ่มเคลื่อนไหวที่เคยมีบทบาทในการชุมนุม”ราษฎร 2563”สวมหน้ากาก อานนท์ นำภา เข้าร่วมคึกคัก
เช่นเดียวกับ นักการเมืองพรรคประชาชน
การตายของ ลุงนวม ไพรวัลย์ อาจยังส่งผลสะเทือนในวงแคบมิได้ดำรงอยู่อย่างเป็นกระแสหลักในสังคม
เห็นได้จากจำนวนคนที่เข้าร่วม
เห็นได้จากการแพร่กระจายของข่าวสาร ข้อมูล ยังเป็นในโลกของโซเชียล มีเดีย โดยปรากฏในสื่อหนังสือพิมพ์บ้างประปราย
ทั้งหมดนี้แสดงว่าด้านหลักคนเห็นด้วยกับ”รัฐประหาร”หรือ
อาจจะมีบางส่วนเห็นดีเห็นงาม แต่ความคิดในลักษณะ”ต้าน”ต่อรัฐประหารก็เริ่มมีบทบาท และมีผลสะเทือนมากยิ่งขึ้น
ส่วนหนึ่ง มาจากความล้มเหลวของ”รัฐประหาร”
ไม่ว่าจะเห็นได้จากรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ หลังรัฐประหาร 2549 ไม่ว่าจะเห็นได้จากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังรัฐประหาร 2557
และที่สำคัญคือ มรดก”ทางการเมือง”จากขบวนการรัฐประ หาร ในอีกด้าน การเสียสละของ ลุงนวม ไพรวัลย์ จึงยิ่งมีความหมาย
เป็นความหมายในทาง”ความคิด”
การเสียสละของ ลุงนวม ไพรวัลย์ จึงเท่ากับเป็นการปักธงและหว่านเมล็ดพืชในทางความคิด
โดยเอา”ชีวิต”ของตนมาเป็น”เดิมพัน”
เหมือนกับวีรชนประชาธิปไตยจำนวนมากที่”เสียสละ”มาแล้วด้วยชีวิตของตน
“นามธรรมภายในกระเพื่อมอยู่”ตามคำ ไม้หนึ่ง ก.กุนที
