| การศึกษา
สัญญาณค่อนข้างชัดเจนว่า ภายในรัฐบาลชุดนี้จะได้เห็นหน้าตาของร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…. ฉบับใหม่อย่างแน่นอน หลังใช้กฎหมายฉบับเดิมมาตั้งแต่ปี 2542 หรือยาวนานกว่า 27 ปี ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ล่าสุด ในงาน Matichon Forum 2026 หัวข้อ “Thailand Education Next for All : พลิกโฉมอนาคตการศึกษาไทย” ที่มติชนจัดขึ้น ได้ระดมผู้ทรงคุณวุฒิจากแวดวงการศึกษา การเมือง ตลอดจนตัวแทนครูและนักเรียน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…. ฉบับใหม่
ซึ่งกำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา ภายในเดือนธันวาคมนี้

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโต้โผหลัก โชว์วิสัยทัศน์ไว้น่าสนใจว่า การพัฒนาคนและการศึกษาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศ ย้อนกลับไป 27 ปีก่อน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันประกาศใช้ ในวันนั้น ยังไม่มีสมาร์ตโฟน ยังไม่มีโซเชียลมีเดีย และไม่มีใครพูดถึง AI เด็กที่เกิดในปีนั้น
วันนี้อายุ 27 ปี หลายคนเป็นพ่อเป็นแม่ แต่ลูกของเขายังต้องเรียนภายใต้กรอบกฎหมายฉบับเดียวกัน
“27 ปีผ่านมาโลกเปลี่ยนไปทั้งใบ แต่กฎหมายการศึกษาของเรายังเป็นฉบับเดิม ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ผมย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่การศึกษาไทยต้องเปลี่ยน ภายในปี 2030 ทั่วโลกจะมีงานใหม่เกิดขึ้นกว่า 170 ล้านตำแหน่ง งานเดิมจะหายไป 92 ล้านตำแหน่ง ทักษะที่ใช้ทำงานกันอยู่วันนี้จะเปลี่ยนไปเกือบ 40% และงาน 1 ใน 4 ของโลกจะได้รับผลกระทบจาก AI หันกลับมาดูประเทศไทย สัญญาณยิ่งชัดกว่า ปีที่แล้วเรามีเด็กเกิดเพียง 416,000 คน เป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 75 ปี ขณะที่แรงงานไทยกว่าครึ่งทำงานไม่ตรงกับสาขาที่เรียนมา เกือบ 3 ใน 4 ยังมีทักษะดิจิทัลไม่ถึงเกณฑ์” นายประเสริฐกล่าว
วิสัยทัศน์ในปี 2030 หรืออีก 4 ข้างหน้า การศึกษาจะเป็นเครื่องยนต์หลักในการพัฒนาประเทศ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าซึ่งกว่าจะไปถึงจุดนั้นต้องเปลี่ยนวิธีคิดเลิกมองการศึกษาว่าเป็นค่าใช้จ่าย แต่มองให้เห็นว่าเป็นการลงทุน ทั้งนี้ ข้อมูลจากเวิลด์แบงก์ชี้ชัดว่าการเรียนที่เพิ่มขึ้นทุก 1 ปี ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 9% ดังนั้น ไม่มีการลงทุนใดที่คุ้มค่าและยืนยาวเท่ากับการลงทุนในมนุษย์
รัฐบาลเปลี่ยนได้ รัฐมนตรีเปลี่ยนได้ แต่ทิศทางการศึกษาของชาติต้องไม่เปลี่ยนตาม และสิ่งที่จะเป็นจุดยึดได้ คือ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ กฎหมายฉบับนี้คือ “ธรรมนูญการศึกษา” ที่วางหลักใหญ่ของการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทย

ขณะที่เวทีสำคัญ รวมพลังพรรคการเมือง ร่วมเสวนาปลดล็อกการศึกษาไทย ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า แต่ละคนมี Pain point ต่างกัน แต่ละแบบทุกคนมีทั้งสิ่งที่ถูกและสิ่งที่อาจจะยังไม่ถูก ส่วนตัวคิดว่าสิ่งที่จะทำให้แก้ปัญหาการศึกษาได้ คือนโยบายที่แข็งแรง ตอนนี้คิดว่าทุกคนก็พยายามทำ แต่ทุกคนพยายามทำของตัวเอง ทุกคนพยายามทำนโยบายที่จะเป็นลายเซ็นของตัวเอง จริงๆ ควรเลือกนโยบายเป็นประโยชน์มาต่อยอด
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคประชาชน กล่าวคล้ายกันว่า พ.ร.บ.การศึกษาฯ เป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาการศึกษาของประเทศ แต่อย่าไปคาดหวังว่ากฎหมายฉบับเดียวจะสามารถแก้ไขได้ทั้งหมด หลายปัญหาด้านการศึกษาที่สามารถแก้ได้โดยไม่ต้องรอ พ.ร.บ.ใหม่ ทั้งนี้ เห็นด้วยว่า พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ไม่ควรลงรายละเอียด แต่ต้องมีหลักการเชิงนโยบาย เช่น เรื่องหลักสูตร
สาระสำคัญของ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ที่พรรคประชาชนคาดหวัง คือ อยากให้กฎหมายฉบับนี้มีความหมายสำหรับผู้เรียน สมมุติว่านักเรียนเปิดมาอ่าน พ.ร.บ. เขาอาจไม่ได้เข้าใจรายละเอียดทั้งหมด บางเรื่องอาจเป็นเชิงเทคนิคมาก แต่อย่างน้อยที่สุด เขาอ่านแล้วต้องรู้ว่าประเทศนี้จะมีหลักประกันสิทธิทางการศึกษาอะไรให้บ้าง
“เราจึงเห็นด้วยกับพรรคเพื่อไทยว่าต้องการปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ได้อิงรายหัว เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกโรงเรียน ทุกขนาด มีทรัพยากรเพียงพอในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพได้” นายพริษฐ์กล่าว

ปิดท้ายที่นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา กล่าวว่า การเสวนาครั้งนี้มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ สะท้อนโจทย์สำคัญของการปฏิรูปการศึกษาไทย ที่ผู้เกี่ยวข้องควรนำไปขบคิดและผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติ
เช่น ข้อสังเกตของนายอดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ตั้งคำถามถึงการบังคับใช้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ตลอด 27 ปีที่ผ่านมา ว่าเหตุใดกฎหมายซึ่งมีหลักการที่ดีและมีแนวคิดสำคัญหลายเรื่อง ทั้งการศึกษาที่ยืดหยุ่น การเรียนรู้ตลอดชีวิต ธนาคารหน่วยกิต การเทียบโอน และความรับผิดชอบ จึงไม่สามารถขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม
ส่วนตัวเห็นด้วยกับข้อสังเกตดังกล่าว เพราะสังคมไทยยังไม่เคยถอดบทเรียนอย่างจริงจังว่าอะไรคือสาเหตุของความล้มเหลวที่ผ่านมา หากยังละเลยการศึกษาข้อผิดพลาดในอดีต ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ก็อาจไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเดิม
และกลายเป็นเพียงการวนซ้ำวงจรปฏิรูปที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาได้จริง

ขณะที่นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ตั้งข้อสังเกตว่าการเร่งยกร่างกฎหมายในช่วงกว่า 4 เดือนที่ผ่านมา อาจทำให้กระบวนการสำคัญในเชิงนิติปรัชญาถูกมองข้ามไป โดยมุ่งเขียนหลักการและเหตุผลของกฎหมายทันที ทั้งที่ควรเริ่มต้นจากคำถามพื้นฐานว่า ประเทศไทยต้องการสร้างพลเมืองที่มีคุณลักษณะอย่างไร
อีกประเด็นคือ การปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ โดยนายณพงศธร ทรงสวัสดิ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการนักเรียน โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของวิชาโครงการ ซึ่งเป็นหัวใจของการศึกษายุคใหม่ ผ่านตัวอย่างการตั้งคำถามง่ายๆ ว่า น้ำมาจากไหน ก่อนต่อยอดไปสู่การค้นคว้าข้อมูล ลงพื้นที่ปฏิบัติจริง และสืบค้นไปจนถึงแหล่งต้นน้ำ
“สิ่งที่สะท้อนจากตัวอย่างดังกล่าว คือการเรียนรู้ในโลกยุคใหม่ไม่ควรจำกัดอยู่กับการอัดแน่นเนื้อหาและการท่องจำในห้องเรียน แต่ต้องให้ความสำคัญกับการฝึกคิด ตั้งคำถาม และแสวงหาคำตอบด้วยตนเอง โดยเปลี่ยนบทบาทครูจากผู้ถ่ายทอดความรู้มาเป็น Facilitator หรือผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่ระบบการศึกษาไทยยังนำมาใช้ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับการเรียนการสอนที่เน้นเนื้อหาและการท่องจำ” นายณพงศธรกล่าว
และสุดท้าย คือปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งนายวุฒิสาร ตันไชย ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สะท้อนว่าเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูปที่จะสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง แต่เป็นเพียงเสมือนรัฐธรรมนูญทางการศึกษา หรือแม่แบบในการกำหนดโครงสร้างและทิศทางของระบบเท่านั้น การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นจริงจำเป็นต้องอาศัยกฎหมายลูกและกฎกระทรวงที่มีรายละเอียดรองรับอย่างเป็นรูปธรรม
สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องเร่งดำเนินการควบคู่กันไปตั้งแต่ตอนนี้ คือการเตรียมความพร้อมจัดทำกฎหมายลูกและกฎกระทรวงให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด
ไม่ปล่อยให้การปฏิรูปการศึกษาสิ้นสุดลงเพียงแค่การผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาฯ ให้ผ่านรัฐสภาและประกาศใช้เท่านั้น
