พิษรัก รอยกัด และเกมกาม : ชีวิตรัก (ไม่) โรแมนติก ของหมึกบลูไลน์
ทะลุกรอบ | ป๋วย อุ่นใจ
“นักวิทยาศาสตร์เซอร์ไพรส์…เปิดคลิปหมึกหนุ่มกัดหมึกสาวปล่อยพิษใส่จนแน่นิ่ง แล้วลักหลับ ก่อนจะลอยตัวหนีไป”
ในสัตว์หลายประเภท การสืบพันธุ์อาจจะเป็นภารกิจที่ต้องแลกมาด้วยชีวิต
และแน่นอนที่สุด ทุกตัว (รวมทั้งคนด้วย) ก็ล้วนรักชีวิต การทำภารกิจให้ลุล่วงก็เลยทำให้เกิดกลไกอะไรแปลกๆ เพื่อให้มีชีวิตรอด
ตั๊กแตนตำข้าวตัวผู้ในเกาะซาร์ดิเนีย (Sardinia island) ส่ายก้นเป็นจังหวะเชื่องช้า ด้วยท่วงท่าที่ดูราวกับงูเลี้อย สะกดตัวเมียให้งง จะได้เข้าไปผสมพันธุ์ได้อย่างปลอดภัย
ในขณะที่แมลงวันนักฆ่าตัวผู้บินฉวัดเฉวียนซิกแซ็กแบบไร้ทิศทาง ไม่ให้ตัวเมียดักทางได้ เพื่อที่ตัวมันจะได้ไม่กลายไปเป็นอาหารมื้อเด็ด ก่อนที่จะได้ผสมพันธุ์
บางชนิดอาจจะหาของกำนัลมาสังเวยเจ้าสาวของมัน เพื่อแลกกับการได้สืบพันธุ์ เผื่อว่าเจ้าสาวของมันจะอิ่มก่อนจะได้ไม่กินพวกมัน
และแน่นอนที่สุด หนึ่งในกลุ่มที่วิวัฒนาการกลไกสุดเพี้ยนขึ้นมาก็คือพวกเซฟาโลพอด หรือพวกหมึก ที่ภารกิจในการสืบพันธุ์คือภารกิจเสี่ยงตายของตัวผู้
หมึกจะใช้หนวดสืบพันธุ์ ที่เรียกว่า เฮคโตโคไทลัส (hectocotylus) (ซึ่งถ้าเปรียบก็คือ หนวดองคชาตของหมึก) สอดใส่เข้าไปในช่องแมนเทิลของตัวเมียเพื่อส่งถ่ายถุงอสุจิ ที่เรียกว่า สเปิร์มมาโตฟอร์ (spermatophore) เข้าไปในตัวเมีย เพื่อการผสมพันธุ์
เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้หมึกสาวสวาปามพวกมันเป็นอาหารว่าง หมึกสาย (octopus) วิวัฒนาการหนวดเฮคโตโคไทลัสที่ยืดได้ยาวมาก แถมยังสามารถลองรับรส รับกลิ่นได้ราวกับชิวหา
เวลาที่หมึกหนุ่มเจอว่าที่ภรรยา พวกมันก็จะยืดหนวดองคชาตที่ลองลิ้มชิมรสได้ของพวกมันออกมา ลูบคลำ สัมผัสกับตัวเมีย
และถ้าเจอเป็นกลิ่นกายของหมึกสาวในสปีชีส์เดียวกัน หมึกหนุ่มจะยืดหนวดมาจากระยะไกล แล้วหาทางสอดใส่หนวดสืบพันธุ์เข้าไปในช่องแมนทิลของตัวเมียจากระยะไกลๆ นั่นแหละ
ประมาณว่าอยาก ก็อยาก แต่ยังไงก็ขออยู่ไกลหน่อย ถ้าท่าไม่ดีจะได้หนีทัน
แต่กลไกในหมึกกระดาษ (argonaut) (หรือที่บางคนเรียกหอยงวงช้างกระดาษ (paper nautilus)) พิสดารกว่านั้น
หนวดเฮคโตโคไทลัสของหมึกกระดาษหนุ่มสามารถถูกสลัดหลุดออกมาเป็นอิสระได้ และนั่นทำให้เวลาที่หมึกกระดาษเจอเจ้าสาวของมัน พวกมันก็จะปล่อยหนวดองคชาตของมันเข้าไปซุกซ่อนอยู่ในกระดองของตัวเมีย เพื่อรอเวลา
เมื่อตัวเมียพร้อม หนวดพวกนี้ก็จะเคลื่อนตัวแล้วสอดใส่ตัวเองเข้าไปในช่องสืบพันธุ์ของตัวเมียเอง
ที่พีกที่สุดคือหนวดสืบพันธุ์ที่พวกมันสลัดออกมาอยู่ในร่างของตัวเมียนี้ ยังขยับดุ๊กดิ๊กได้ราวกับมีชีวิตจนนักธรรมชาติวิทยาที่ค้นพบมันในตอนแรกดูผิดคิดว่าเป็นหนอนปรสิตที่ติดเชื้ออยู่ในหมึก
ก็ใครจะไปคิดเล่า ว่าในหมึกตัวเมียจะมีหนวดองคชาตของหมึกหนุ่มมาสั่นดุ๊กดิ๊กอยู่ในตัว โดยที่เจ้าของหนวดนั้นจรลีหนีไปอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้
แม้ว่าต้องเสียความเป็นชายไป แต่แบบนี้ก็ปลอดภัยดี

แต่ในหมึกบางตระกูลอย่างเช่น หมึกบลูไลน์ (blue lined octopus) และหมึกบลูริง (blue ringed octopus) ที่มีหนวดองคชาตค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับหมึกอื่นๆ แถมยังสลัดหนวดทิ้งไม่ได้ พวกมันจึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ที่ดูไม่ค่อยจะเป็นสุภาพบุรุษเท่าไรนัก
นั่นคือการใช้พิษเพื่อมอมคู่ตุนาหงันของตัวเอง แล้วลักหลับเอา
คือถ้าเทียบขนาด หมึกตัวเมียมีขนาดใหญ่กว่าหมึกตัวผู้ราว 2 เท่า และเป็นที่รู้กันว่าดุไม่แพ้ยักษ์ขมูขี เยื้องย่างเข้ามาใกล้แต่ละที ก็อาจจะโดนสวบเข้าท้อง
นั่นคือสาเหตุที่หมึกหนุ่มต้องหาวิธีกดให้ตัวเมียยอม
และนั่นคือสาเหตุที่พวกมันต้องใช้พิษที่ร้ายกาจของพวกมัน
และที่น่าสนใจคือ หมึกพวกนี้ไม่ได้สร้างพิษด้วยตัวเอง แต่พวกมันเก็บสะสมพิษเทโทรโดทอกซิน (Tetrodotoxin หรือ TTX) ที่สร้างโดยแบคทีเรียที่อาศัยกับมันอยู่ในต่อมน้ำลายส่วนหลัง (posterior salivary gland) และจะปล่อยพิษออกมาออกฤทธิ์ทำให้เหยื่อเป็นอัมพาตอย่างรวดเร็วทันทีที่กัด
ที่จริง ทั้ง บลูไลน์และบลูริงนั้นขึ้นชื่อลือชามากในเรื่องของพิษ พวกมันถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลที่อันตรายที่สุดเพราะพิษที่ออกฤทธิ์กับระบบประสาทพวกนี้
พิษนี้เป็นพิษเดียวกับที่เจอในปลาปักเป้า และเป็นตัวเดียวกับที่พวกหมอผีในไฮติเอามาใช้ในยาสั่งวูดูที่เอาไว้สร้างซอมบี้
“นี่เป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มาก” เหวินซง จง (Wen-Sung Chung) นักวิจัยชีววิทยาทางทะเลจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ (University of Queensland) ประเทศออสเตรเลียกล่าว
ปกติสารพิษพวกนี้มักจะเอามาใช้เพื่อการล่าเหยื่อ หรือการต่อสู้
นี่เป็นครั้งแรกที่พบว่าสารพิษต่อระบบประสาทถูกเอามาใช้ในการสืบพันธุ์ในธรรมชาติ
ฟาบิโอ คอร์เตซี (Fabio Cortesi) นักวิจัยในทีมจากควีนส์แลนด์ เผยว่า ในตอนแรกพวกเขาไม่ได้สนใจจะศึกษาการสืบพันธุ์ของหมึกพวกนี้แม้แต่น้อย
สิ่งที่พวกเขาสนใจศึกษาคือระบบประสาทที่ซับซ้อนของพวกมัน พวกเขาอยากรู้ว่าสมองของหมึกพวกนี้ทำงานยังไง
และนั่นคือสาเหตุที่พวกเขาซื้อหมึกพิษพวกนี้มาเลี้ยงเอาไว้ในแลบ
แต่พอถึงช่วงฤดูผสมพันธุ์ พวกมันก็แสดงพฤติกรรมเซ็กซ์พิสดารสุดซาดิสม์ของพวกมันออกมาให้เห็น
ในคลิปที่พวกเขาอัดไว้ ในตอนที่หมึกพวกนี้พร้อมที่จะผสมพันธุ์ หมึกบลูไลน์ตัวผู้ พุ่งเข้าหาหมึกบลูไลน์สาวแบบไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัว ชัดเจนว่าหมึกสาวไม่ยินยอม เธอขัดขืนอย่างรุนแรง ทั้งดิ้น ทั้งสะบัด หรือแม้แต่ว่ายหนี
แต่หมึกตัวผู้หมึกตัวผู้ขึ้นขี่หลังหมึกสาวได้สำเร็จ มันกัดและปล่อยพิษเข้าไปในร่างของตัวเมียอย่างรวดเร็ว
หมึกหนุ่มจะเลือกกัดในตำแหน่งที่ใกล้กับเส้นเลือดใหญ่ (Aorta) ของหมึกสาว และทันทีที่โดนกัด สาวเจ้าก็เริ่มหมดแรง ไม่ช้าไม่นาน สาวเจ้าก็นอนแน่นิ่ง ไม่ไหวติง
ปล่อยให้ตัวผู้ลักหลับผสมพันธุ์กับมันได้ตามใจชอบ
นี่ไม่ใช่บทละครแนวตั้งนะ แม้จะแอบมีความเหมือนอยู่พอประมาณ … ปล่อยพิษ มอมสาวให้เมามึน เพื่อการสืบพันธุ์มีจริงในธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมึกพิษ
“พวกมันมีกลไกการสืบพันธุ์ที่แปลกมาก” เหวินซงกล่าว “แต่ก็เข้าใจได้ เพราะนี่คือหนทางในการอยู่รอด”
ที่จริง ผลจากการสแกนเอ็มอาร์ไอ (Magnetic Resonance Imaging) ชี้ชัดว่าต่อมพิษของหมึกตัวผู้นั้นใหญ่กว่าของตัวเมียถึงสามเท่า เรื่องนี้ชวนสงสัย เพราะหมึกหนุ่มนั้นมีขนาดตัวเพียงแค่ครึ่งเดียวเมื่อเทียบกับหมึกสาว
ถ้ามองว่าหมึกทั้งสองเพศกินอาหารแบบเดียวกัน อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมคล้ายๆ กัน แล้วหมึกตัวผู้จะลงทุนสร้างต่อมพิษที่ใหญ่โตมโหฬารแบบนั้นขึ้นมาทำไม?
ความแตกต่างในแง่ขนาดต่อมพิษแสดงให้เห็นว่าพิษของหมึกหนุ่มอาจจะมีฟังก์ชั่นแบบอื่นนอกเหนือจากการล่าเหยื่อและป้องกันตัว
และฟังก์ชั่นที่ว่าอาจจะเป็นเพื่อการสืบพันธุ์ก็เป็นได้

ฟาบิโอรายงานว่า หมึกหนุ่มไม่ได้กัดแค่ทีเดียวนะ ในการเกาะหนึ่งครั้ง มันกัด กัด และกัดหลายทีมาก น่าจะมีการปล่อยพิษเข้าไปในตัวเมียหลายรอบ และแผลกัดแต่ละแผลก็บวมปุ่ยปูดขึ้นมาเป็นลูกเห็นได้ชัดเจน
แต่ที่น่าสนใจคือแม้ว่าพิษเทโทรโดทอกซินที่พวกหมึกหนุ่มใช้จะรุนแรงมาก แต่ในการทดลองนี้ ไม่มีหมึกสาวเลยสักตัวที่ตาย แสดงให้เห็นว่าพวกมันกะเกณฑ์โดสของพิษได้เป๊ะมาก ไม่ต่างวิสัญญีแพทย์มือฉมัง
ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ พวกมันประมาณได้ยังไงว่าต้องปล่อยพิษเข้าไปเท่าไร รู้แต่ว่าหลังจากโดนพิษ หมึกสาวนอนนิ่ง สีสันจืดจาง ไม่หือ ไม่อือ ไม่ต่อต้าน ยอมให้ตัวผู้ผสมพันธุ์ได้ตามใจอยู่ราวๆ ชั่วโมงกว่าจะตื่น
และหลังจากที่ตื่นแล้ว แม้จะมีความกระฟัดกระเฟียด แต่เหมือนจะยังไม่ค่อยมีแรง
ทำให้ตัวผู้มีโอกาสที่จะหลบหนีไปได้อย่างง่ายดาย …หลังจากที่ไปทำเขาไว้ซะเจ็บ
ประเด็นนี้น่าสนใจในมุมวิวัฒนาการ เพราะแม้การมีลูกจะเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย ทั้งตัวผู้และตัวเมีย แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทั้งคู่จะได้ผลประโยชน์เท่ากัน
กลยุทธ์ปล่อยพิษสะกดสาวอาจช่วยให้หมึกหนุ่มส่งถุงอสุจิได้สำเร็จโดยไม่กลายเป็นอาหารระหว่างทาง แต่หมึกสาวกลับต้องรับทั้งพิษและรอยเขี้ยว ของฝ่ายหนึ่งคือแต้มต่อ ของอีกฝ่ายคือแผลบวมปูดที่ต้องรอหาย
แถมยังมีคำถามตามมาอีกว่า พิษสร้างผลกระทบระยะยาวหรือไม่
แผลกัดเพิ่มโอกาสติดเชื้อแค่ไหน
และถ้าตัวผู้ปล่อยพิษหนักมือเกินไปจะเกิดอะไรขึ้น
แม้ในการทดลองนี้จะไม่มีหมึกสาวตายจากพิษ แต่ก็ยังสรุปไม่ได้ว่าการผสมพันธุ์แบบนี้ปลอดภัยไร้กังวล
ในกรณีนี้ การที่หมึกสาวอยู่นิ่งก็ไม่ได้แปลว่าเธอยินยอมจะมีเซ็กซ์ด้วยกับตัวผู้ตัวนั้น
บางทีเธออาจจะอยากเลือกตัวผู้ตัวอื่นที่ดูน่าดึงดูดมากกว่าก็ได้ เพียงแต่ตอนนั้นพิษทำให้เธอขยับไม่ได้ และต่อต้านไม่ได้ก็เท่านั้น
นักชีววิทยาเรียกความไม่ลงรอยของผลประโยชน์ทางการสืบพันธุ์ระหว่างสองเพศนี้ว่า sexual conflict หรือความขัดแย้งระหว่างเพศ
หากกลยุทธ์ของตัวผู้ช่วยให้พวกมันส่งต่อยีนได้มากขึ้น แต่กลับลดโอกาสรอดหรือโอกาสในการมีลูกของตัวเมีย การคัดเลือกโดยธรรมชาติก็อาจเอื้อให้ตัวเมียพัฒนาวิธีรับมือ เมื่อฝ่ายหนึ่งมีไม้เด็ด อีกฝ่ายก็มีไม้แก้ และไม้แก้ของฝ่ายหนึ่งก็อาจกลายเป็นแรงคัดเลือกให้อีกฝ่ายพัฒนาไม้เด็ดใหม่ เกิดเป็นการแข่งขันทางวิวัฒนาการระหว่างเพศที่ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ ต่อเนื่องไปโดยไม่มีใครเป่านกหวีดจบเกม
บางที กลยุทธ์ในธรรมชาติก็โหดร้ายและซับซ้อนกว่าที่เราอยากจะเชื่อ สิ่งที่วิวัฒนาการคัดเลือกให้คงอยู่ มักไม่ใช่ความรักที่โรแมนติกและสวยงาม แต่เป็นวิธีการส่งต่อยีนที่ได้ผล
แม้บางคน หรือบางตัวต้องยอมเจ็บ!!!
อ้างอิง
Chung, W.-S., Kurniawan, N. D., Marshall, N. J., & Cortesi, F. (2025). Blue-lined octopus Hapalochlaena fasciata males envenomate females to facilitate copulation. Current Biology, 35(5), R169-R170. https://doi.org/10.1016/j.cub.2025.01.027
