bg-single

บริสุทธิ์ ประสพทรัพย์ : ไทยจัดลอยกระทงหน้าทำเนียบขาวปี 2007 ก่อนทรัมป์จัดรถถังฉลองวันชาติปี 2019

23.08.2019

คงจำอุบัติเหตุทางการค้ากันได้ กรณีประธานาธิบดีจอมอหังการสหรัฐอเมริกา นายโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดฉากเขย่าโลกให้สั่นหวั่นไหว ด้วยการประกาศตั้งกำแพงภาษีมหาโหดสินค้านำเข้าจากจีน

อย่างไม่เกรงอกเกรงใจนายสี จิ้นผิง ผู้นำจีน แถมยังกร้าวกีดกันสัมพันธภาพสื่อออนไลน์ไร้สายอย่างหัวเว่ยที่กำลังมีอิทธิพลต่อชาวโลก โดยห้ามสื่อแพลตฟอร์มไซเบอร์อเมริกาทุกค่าย ทำธุรกิจกับหัวเว่ยแบบตัดหางปล่อยวัดกันไปเลยทีเดียว

ทำเอาผู้นำจีนต้องออกมาตอบโต้อย่างไม่ไว้หน้าผู้นำสหรัฐ ชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐทันที เพื่อแสดงความไม่พอใจ เล่นเอาประเทศทั่วโลกที่ดุจหญ้าแพรกต้องแหลกลาญกับผลพวงทางการค้าไปตามๆ กัน

…รวมถึงไทย!

 

“ความวัว” ชาวโลกยังไม่ทันจางหาย นายทรัมป์ก็หันมาจับ “ความควาย” ให้คนอเมริกันได้เกิดอาการงุนงงกับวิธีคิดจากผู้นำของตน ในการจัดงานฉลองวันชาติสหรัฐครบ 243 ปีหลังหลุดบ่วงผู้ดีอังกฤษเมื่อ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1776

แล้วนำวันครบรอบปีดังกล่าวมาเป็น “วันชาติ” โดยทุกปีจะมีพิธีฉลองด้วยขบวนพาเหรดสร้างสีสันบนถนนในย่านแคปปิตอล ใจกลางเมืองหลวง นครวอชิงตัน ดี.ซี.

แต่ปีนี้โอ้แม่เจ้า!…ทรัมป์เหมือนต้องการเนรมิตความอลังการในแสนยานุภาพของกองทัพอเมริกันอวดชาวโลก นัยว่าให้เหนือกว่าเกาหลีเหนือแข่งกับคิม จอง อึน โดยกำหนดให้วันดังกล่าวเป็น “วันแห่งความสุข (Happy 4TH of July)” สำหรับคนอเมริกัน

ภายใต้ธีม “Salute to America” ซึ่งหมายถึง “พิธีสดุดีชาติอเมริกา” มีการนำรถหุ้มเกราะที่ใช้ในสงครามมาแสดงหน้าอนุสรณ์สถานอับราฮัม ลินคอล์น ซึ่งห่างทำเนียบขาวเพียง 3 ก.ม. พร้อมขบวนพาเหรดทหารจากแต่ละเหล่าทัพ

ส่วนบนท้องฟ้าโชว์ศักยภาพเครื่องบินรบอเมริกา ที่ทรัมป์ภูมิใจนำเสนอภายใต้งบประมาณดำเนินงาน 2.5 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 75 ล้านบาท

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากผู้ไม่เห็นด้วยกับทรัมป์แอ็กติวิตี้ครั้งนี้…ตามข่าวที่ปรากฏออกมา

 

ณใจกลางเมืองหลวงตรงย่านแคปปิตอล อันเป็นที่ตั้งทำเนียบขาว ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกเชื้อสายไอริช และสร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1800 เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานและที่พักประธานาธิบดีสหรัฐ ละแวกเดียวกับอนุสรณ์สถานลินคอล์น สถานประกอบพิธีสดุดีทหารอเมริกันปีนี้

เชื่อมั้ยว่า…ครั้งหนึ่งไทยเคยไปจัดงานประเพณีเทศกาลลอยกระทงประจำปี ในคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 เมื่อปี ค.ศ.2007 หรือ พ.ศ.2550 กลางสนามหน้าทำเนียบขาวสัญลักษณ์ทางการเมืองการปกครองคู่แผ่นดินอเมริกา ที่คนทั้งโลกต่างคุ้นตากันเป็นอย่างดี

งานครั้งนั้นเกิดจากภาคธุรกิจเอกชนไทย คือสิงห์คอร์เปอเรชั่น ได้ประสานความร่วมมือชมรมร้านอาหารไทยในนครวอชิงตัน ดี.ซี. ให้รับเป็นเจ้าภาพหลักในการขอใช้ลานดังกล่าว เป็นสถานที่จัดแสดงประเพณีไทย ในคืนลอยกระทงที่ไทยสืบทอดกันมาแต่โบราณ

รัฐบาลอเมริกาขณะนั้นยินดีให้การสนับสนุน แต่ถึงบริเวณนั้นจะมีสระน้ำขนาดใหญ่เหมาะใช้เป็นท้องนทีรับกระทงไทยได้ ทว่า…รัฐบาลเจ้าของพื้นที่ไม่อนุญาต ด้วยเกรงปัญหาความเสื่อมโทรมจะตามมา

จึงผ่อนผันให้ผู้จัดงานไทยทำอ่างน้ำจำลองท้องน้ำขึ้นกลางลานนั้น โดยมีอาคารทำเนียบทรงสง่างามปรากฏอยู่เบื้องหลัง สามารถสื่อแสดงถึงพื้นที่การจัดงานได้อย่างดีเยี่ยม

 

บรรยากาศงานลอยกระทงสุดแสนพิเศษคืนนั้น แพรวพราวด้วยสีสันจากแสงไฟส่องกระทบผิวน้ำในอ่างจำลองขนาดใหญ่ รับกับฉากหลังภาพทำเนียบขาวประดับแสงฉายให้เห็นทรงอาคารเด่นชัดขึ้น

โดยมีวงดนตรีไทยประกอบด้วยระนาด โปงลาง และกลอง บรรเลงเพลงไทยเวอร์ชั่นสมัยนิยม ขับกล่อมคนร่วมงานหลายพันคน ท่ามกลางสายลมเย็นอุณหภูมิ 18 องศาเซลเซียส

ผู้คนที่ร่วมงาน ณ ราตรีนั้น จำแนกได้ตั้งแต่ชาวอเมริกันที่ครองเรือนร่วมกับคนไทยในนครแห่งนี้ บางรายมาไกลถึงเวอร์จิเนีย เพื่อมาร่วมงานประเพณีที่ลือเลื่องเรื่องมนต์ขลังไทย แต่ส่วนใหญ่เป็นอเมริกันชนที่เคยมาเที่ยวเมืองไทย และมีโอกาสได้ลอยกระทงจริงในถิ่นตำนานนี้

กลุ่มสุดท้ายคืออเมริกันที่หลงรักสยามเมืองยิ้มเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว

ปรากฏการณ์งานครั้งนี้…นอกจากจะเป็นการเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมไทยแล้ว หากมองภาพรวมแบบแม็กโคร ก็น่าจะถือเป็นกระสุนอีกเม็ดที่เจาะทะลุเข้าถึงการส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวไทย สู่ภาคประชาชนชาวอเมริกัน เพื่อหวังกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมาเที่ยวบ้านเรา

แม้ปีต่อๆ มาจะไม่ได้จัดกันหน้าทำเนียบขาว โดยย้ายไปจัดภายในวัดไทยที่นั่นแทนแล้วก็ตาม

 

จากแฟ้มข้อมูลกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ระบุถึงปูมหลังของสถิติการท่องเที่ยวตลาดนี้ ว่ามีอัตราการเติบโตช่วง 6 ปี คือ 2556-2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 6.3 ต่อปี ขณะรายได้เฉลี่ยสูงขึ้นร้อยละ 8.5 ต่อปี

มาดูปี 2561 สถิติทัวริสต์พญาอินทรีเที่ยวไทย 1.07 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 6 สร้างรายได้ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ใช้วันพักเฉลี่ย 14.18 วัน จ่ายเงินวันละ 5,204 บาทต่อคน น้อยกว่าทัวร์จีนจ่ายต่อหัว 6,700 บาท ขณะรัสเซียจ่าย 4,445.79 บาท และญี่ปุ่น 4,205.25 บาท

เป็นกลุ่มชายมากกว่าหญิงที่สัดส่วน 55/45 และกลับมาเที่ยวไทยซ้ำหลายครั้งถึงร้อยละ 67 ส่วนคนมาเที่ยวไทยครั้งแรกมีเพียงร้อยละ 33

และน่าสนใจตรงที่คนอเมริกันชอบวางแผนเดิน ทางด้วยตนเอง เหมือนตัดปัญหาซื้อบริการผ่านเอเย่นต์ทัวร์ด้วยสัดส่วนร้อยละ 93.26/6.74

ข้อมูลดังกล่าวยังบอกอีกว่า คนอเมริกันวัยทำงานอายุ 25-34 ปี เลือกมาทัวร์ไทยมากสุดร้อยละ 27.18 รองลงมาเป็นหนุ่มสาววัยเอ๊าะๆ อายุต่ำกว่า 25 ปี ร้อยละ 16.96 ส่วนวัยกลางคน 35-44 ปี กลับมีเพียงร้อยละ 15.73 เท่านั้น

เมื่ออเมริกาถูกจัดอันดับให้เป็นตลาดสำคัญ มาแต่ยุคบุกเบิกอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เมื่อปี 2503 ก่อนจะปรากฏจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้พุ่งกระฉูดอย่างที่เห็นทุกวันนี้

ที่นี่จึงเป็นประเทศแรกที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (อสท.) ขณะนั้น เลือกไปตั้งสำนักงานสาขาขึ้นกลางนครนิวยอร์ก เมื่อปี 2508 และยังคงดำเนินงานถึงปัจจุบัน

เมื่อแนวโน้มตลาดดีขึ้นจึงเปิดสำนักงานสาขาลอสแองเจลิส และนครชิคาโกตามมาภายหลัง แต่ไม่นานก็ต้องปิดชิคาโก เมื่อไทยเกิดภาวะเศรษฐกิจผันผวนฟองสบู่แตกยับเยิน!

 

การเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในอเมริกาโดยภาคเอกชนไทย ยังคงรุกคืบหน้าต่อไปถึงการเข้าร่วมงานเอเชี่ยน เฟสติวัล ซึ่งจัดโดยกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียในนครวอชิงตัน ดี.ซี. ที่เคยจัดขึ้นในเรสตัน พาร์ก ช่วงสิงหาคม หลังจากนั้นทราบว่าเปลี่ยนสถานที่จัดไปตามความเหมาะสม

งานนี้มีการแสดงวัฒนธรรมชาติเอเชีย อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อาเซียนรวมไทย พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าพื้นเมืองและอาหารให้คนอเมริกันชิม ไทยเราไปเสนอขายผัดไทย บะหมี่น้ำ หมู-ไก่ปิ้ง หมูสะเต๊ะ กล้วยแขก และข้าวเหนียวมะม่วง

ทั้งหมดนี้เป็นผลพลอยได้เชิงตลาดท่องเที่ยวไทย ที่เราเคยหยิบจับเอาทัพวัฒนธรรมประเพณีอันยิ่งใหญ่ในแสนยานุภาพไปประกาศศักดาต่อชาวอเมริกันก่อนอเมริกาจะครบ 243 ปี ปีนี้

ถึงจะไม่หวือหวาเท่าแนวคิด Salute to America ภายใต้เจตนาส่งความสุขให้คนอเมริกันด้วยคำหวานๆ ผ่านโพสต์นายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ว่า “Happy 4TH of July” แต่เราก็ทำสำเร็จมาแล้ว

และไม่แน่นะว่า…ปีหน้าหรือปีต่อๆ ไป อเมริกาจะมีดราม่าบทนี้อีกมั้ย?…เพราะคนอเมริกันเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่า…ชายสูงวัยผู้อหังการคนนี้จะผ่านเวทีเลือกตั้งกลับเข้ามาหรือไม่!?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ซ้ำ-ซ้ำ ซาก-ซาก | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | เส้นทาง TH-AI Passport จากรุกเป็นรับ จากรับเป็นรุก
การ์ตูน san_d1196
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข
การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
การ์ตูน จุก ชายคา
การ์ตูน โกหน่อง
แม่น้ำเปื้อนพิษ ‘อนุทิน 2’ เมิน
พระท่ามะปราง จากกรุวัดสำปะซิว พิมพ์นิยมสุพรรณบุรี
คุยกับผู้กำกับซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ เมื่อ ‘อำนาจ’ มองเห็น ‘รูโหว่’ ใน ‘โครงสร้างที่ไม่ถูกถ่วงดุล’
เลือกผู้ว่าฯ กทม.เลือกคนกล้าหักดิบทุจริตคอร์รัปชั่น