
นับว่าเร็วทันใจแบบง่ายดาย หลังจาก Tony Woodsome ได้พูดในคลับเฮ้าส์เสนอไอเดียแบ่งหน้าที่ให้เจ้าสัวยักษ์ใหญ่ไปคุยกับคอนเน็คชั่นของตัวเองในการหาวัคซีนที่มี รวมถึง Tony ไปขอคุยกับทางปธน.ปูตินด้วยตัวเอง เพราะด้วยความสัมพันธ์อันดีฉันท์มิตร เพื่อให้นำ วัคซีน สปอคนิกซ์-วี เข้ามา
เลยทำให้วันต่อมา ไม่รู้เพราะแรงกดดัน หรือไม่อยากเสียหน้าให้กับคนนอกประเทศที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เลยทำให้รัฐบาลตัดสินใจรีบทำการตกลงกับไฟเซอร์และฝั่งรัสเซียในการจัดหาวัคซีนเพิ่มเข้ามาทันที
ทำให้ไทยมีตัวเลือกมากขึ้น นอกเหนือจาก 2 ม้าเต็งที่กำลังถูกมองด้วยความไม่เชื่อมั่นอย่างซิโนแวค และแอสตร้าเซเนก้า
นี่เป็นอีกครั้งถึงการย้ำคำพูดที่มักเห็นตามโซเชียลว่า “รัฐบาลชุดนี้ บริหารประเทศด้วยการโดนด่า” ถึงจะขยับทำอะไรซักอย่างออกมาได้
ท่ามกลางเสียงของคนจำนวนมากที่เรียกร้อง วัคซีนคุณภาพสูงที่มีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 และมีผลข้างเคียงให้น้อยที่สุด อย่างไฟเซอร์และโมเดอร์น่าที่กำลังดังขึ้นเรื่อยๆ
ข่าวร้ายก็มาในช่วงเดียวกัน เมื่อบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับวัคซีนของซิโนแวค ที่มีข่าวไม่สู้ดีในเรื่องประสิทธิภาพต่ำสุดกว่าทุกตัวที่มีอยู่ในขณะนี้ สำแดงผลข้างเคียงในระดับรุนแรง ถึงขั้นต้องให้ยาสลายลิ่มเลือด โดยเฉพาะกรณีที่ลำปางและระยอง และมีข่าวว่าจะทำการหยุดฉีด
แต่กระนั้น บรรดาแพทย์ระดับผู้บริหารได้ชี้แจงว่ากรณีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นนั้นสูงเกินจริงและยังคงให้ฉีดต่อไป แม้จะให้เดินหน้าฉีดต่อ แต่ก็มีแพทย์ในท้องที่ภาคกลางเล่าถึงผลข้างเคียงแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในลำปางมาแล้ว
นี่แสดงให้เห็นถึงความย้อนแย้ง ระหว่าง “ข้อเท็จจริง” ว่าเลือกจะ “เปิดเผย” หรือเลือกที่จะ “รักษาหน้า” ก่อน
อย่าว่าแต่เรื่องประสิทธิภาพของวัคซีน แค่กรอบแผนบริหารจัดการ กระจายวัคซีน ตามที่เคยพูดไว้นานมาแล้วว่าจะเป็นชาติต้นๆของโลกที่ได้รับวัคซีน ตรงกันข้าม ประชาชนในอิสราเอลและอังกฤษ ได้รับวัคซีนเกิน 60% ของจำนวนประชากร จนสามารถถอดหน้ากากอนามัย ใช้ชีวิตตามปกติแล้ว
แต่ไทยกลับนำเข้าช้าสุด ฉีดน้อยสุดและถอนตัวจากโครงการ COVAX ด้วยการอธิบายสุดย้อนแย้งกับสาระสำคัญของโครงการนั้น
พอการระบาดระลอก 3 ลุกลามเร็วราวไฟลนเก้าอี้ สังคมต่างตั้งคำถามว่าทำไมไทยนำเข้าปริมาณวัคซีนน้อยและฉีดได้น้อยกว่าตามที่วางแผนไว้ แต่กลับได้คำตอบจากผู้รับผิดชอบสูงสุดว่า ที่นำเข้าวัคซีนน้อยในตอนนั้น เพราะเราคุมการระบาดได้ดี
นี่น่าจะบ่งบอกกับสังคมได้มากว่า รัฐบาลจริงใจที่จะแก้วิกฤตแล้วรีบฟื้นประเทศ หรือ ยื้อเวลาเพื่อเป้าหมายบางอย่างโดยไม่สนว่าคนติดเชื้อหรือล้มตายไปมากเท่าไหร่
สิ่งที่ควรทำที่สุดคือ รีบหาวัคซีนที่ดีที่สุด รีบฉีดให้ประชาชนให้มากที่สุด และตรงเป้า นั้นคือ วิธีการรักษาหน้า ความเชื่อมั่นของรัฐบาล พร้อมกับรักษาชีวิตของประชาชนที่ดีที่สุด
