bg-single

สำรวจประเทศทั่วโลก ผลักดันกม.สมรสเท่าเทียมผ่านช่องทางไหน?

28.11.2021

สำรวจไทม์ไลน์และช่องทางการผลักดันกฎหมายการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันทั่วโลก นอกจากใช้กระบวนการทางศาลแล้วไปทางไหนได้อีก จาก 30 ประเทศ มี 17 ประเทศที่ผ่านกฎหมายนี้ด้วยระบบรัฐสภา 10 ประเทศมาจากคำตัดสินของศาลซึ่งถูกนำมาบังคับใช้ออกเป็นกฎหมายต่อไป 2 ประเทศมาจากการลงประชามติ ซึ่งก็คือไอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ และ 1 ประเทศ ที่มีทั้งระบบรัฐสภา คำตัดสินของศาล และประชามติ นั่นก็คือสหรัฐอเมริกา 

หลังจากวันที่ 17 พ.ย. 2564  ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 1448 ที่กำหนดเรื่องการรับรองสมรสเฉพาะชาย-หญิงนั้น ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเสมอภาค ทำให้ประเด็นเรื่องกฎหมายการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันนั้นกลับมาเป็นที่พูดถึงของสังคมอีกครั้ง

Rocket Media Lab ชวนสำรวจไทม์ไลน์และช่องทางการผลักดันกฎหมายการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันทั่วโลก  

ปัจจุบันมีประเทศและดินแดนที่มีกฎหมายรับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน 50 ประเทศ/ดินแดน แต่หากพิจารณาเฉพาะประเทศหลักๆ จะพบว่ามีเพียง 30 ประเทศเท่านั้น โดยประเทศแรกที่ผ่านกฎหมายรับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน ก็คือเนเธอร์แลนด์ มีผลในวันที่ 1 เมษายน 2001 และประเทศล่าสุดก็คือ สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 กรกฎาคม 2022

นอกจากนั้นยังพบว่าใน 30 ประเทศนี้ มี 17 ประเทศที่ผ่านกฎหมายนี้ด้วยระบบรัฐสภา 10 ประเทศมาจากคำตัดสินของศาลซึ่งถูกนำมาบังคับใช้ออกเป็นกฎหมายต่อไป 2 ประเทศมาจากการลงประชามติ ซึ่งก็คือไอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ และ 1 ประเทศ ที่มีทั้งระบบรัฐสภา คำตัดสินของศาล และประชามติ นั่นก็คือสหรัฐอเมริกา 

 

การผ่านกฎหมายโดยรัฐสภา

ประเทศที่ผ่านกฎหมายการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย เบลเยียม เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ไอซ์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ สเปน สวีเดน สหราชอาณาจักร และอุรุกวัย 

ในอาร์เจนตินา ก่อนหน้าที่จะมีการผ่านกฎหมายนี้โดยรัฐสภาก็มีการผลักดันผ่านกระบวนการศาล แต่ศาลตัดสินว่าการแต่งงานของเพศเดียวกันนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือในประเทศฝรั่งเศส หลังจากมีการผ่านกฎหมายโดยรัฐสภาแล้ว ต่อมาพรรคการเมืองอนุรักษนิยม Union for A Popular Movement ก็ได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่ากฎหมายการแต่งงานเพศของเดียวกันนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยศาลตัดสินว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

หรือในประเทศสเปน ที่ผ่านกฎหมายตั้งแต่ปี 2005 แต่ถูกขัดขวางโดยพรรคอนุรักษนิยม People’s Party ที่นำเรื่องขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ และเมื่อพรรค People’s Party ได้เป็นรัฐบาล ก็มีแนวความคิดจะยกเลิกกฎหมายนี้ซึ่งจะทำได้ต้องมีคำวินิจฉัยของศาลรองรับ อย่างไรก็ตาม ต่อมาศาลตัดสินว่าไม่สามารถยกเลิกกฎหมายได้ จึงทำให้กฎหมายการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันในสเปนมีผลมาตั้งแต่ปี 2005 

 

การผ่านกฎหมายโดยคำวินิจฉัยของศาล

ในบรรดา 10 ประเทศ ที่มีกฎหมายรับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันที่มาจากคำตัดสินของศาลนั้น ได้แก่ ออสเตรีย บราซิล แคนาดา โคลอมเบีย คอสตาริกา เอกวาดอร์ เม็กซิโก โปรตุเกส แอฟริกาใต้ และไต้หวัน โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญและการตีความรัฐธรรมนูญในประเด็นเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคนั้น ประเทศออสเตรีย ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า “บทบัญญัติที่ไม่เลือกปฏิบัติและความเท่าเทียมกันของรัฐธรรมนูญแห่งออสเตรียรับประกันสิทธิในการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน” ซึ่งนำมาสู่การรับรองกฎหมายการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันในออสเตรีย

หรือในกรณีของโคลอมเบีย ศาลรัฐธรรมนูญโคลอมเบียมีคะแนนเสียง 6:3 เสียงว่าห้ามการแต่งงานของคนเพศเดียวกันขัดต่อรัฐธรรมนูญภายใต้รัฐธรรมนูญโคลอมเบียปี 1991 ซึ่งคล้ายคลึงกันกับเอกวาดอร์ เม็กซิโก หรือแอฟริกาไต้ ในขณะที่คอสตาริกานั้น ในปี 2006 ศาลสูงของคอสตาริกาเคยตัดสินว่า รัฐธรรมนูญของคอสตาริกาไม่รับรองการแต่งงานของเพศเดียวกัน แต่ก็มีการต่อสู้และนำเรื่องขึ้นศาลสิทธิมนุษยชนนานาชาติ-อเมริกัน (Inter-American Commission and Court on Human Rights – ACHR) อีกครั้ง ซึ่งศาลได้วินิจฉัยว่าประเทศต่างๆ ที่ลงนามในอนุสัญญาอเมริกันว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (the American Convention on Human Rights) จะต้องอนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันแต่งงานกันได้ ซึ่งรวมถึงประเทศคอสตาริกาด้วย ซึ่งทำให้ต่อมาคอสตาริกาให้การรับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน

นอกจากนี้ ประเทศแคนาดา การผ่านกฎหมายการสมรสของคนเพศเดียวกันมาจากคำวินิจฉัยของศาลในแต่ละรัฐ โดยเริ่มที่รัฐออนแทรีโอ ในปี 2003 จากนั้น ศาลรัฐต่างๆ ได้ทยอยมีคำวินิจฉัยในทำนองเดียวกันจนมีผลบังคับทั่วประเทศในปี 2005

และในสหรัฐอเมริกานั้น การสมรสของคนเพศเดียวกัน เกิดขึ้นทั้งจากกระบวนการตุลาการ กระบวนการนิติบัญญัติ และการทำประชามติ แตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ โดยเริ่มต้นในปี 2004 และมีผลบังคับใช้ครบทุกรัฐ ทั้ง 50 รัฐ ในปี 2015 

ในขณะที่ประเทศที่มีการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นที่ใกล้เคียงกันกับประเทศไทยก็คือ ไต้หวัน โดยในวันที่  24 พฤษภาคม 2017 ศาลตัดสินว่ากฎหมายการสมรสที่ให้สมรสได้เฉพาะหญิงชายนั้นขัดต่อหลักความเสมอภาคและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ จึงให้เวลาฝ่ายนิติบัญญัติ 2 ปีในการร่างกฎหมาย ซึ่งทำให้กฎหมายรับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันในไต้หวันมีผลในวันที่ 24 พฤษภาคม 2019

 

การลงประชามติ

สองประเทศที่มีออกกฎหมายรับรองการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันอันเป็นผลมาจากการทำประชามติเพียงอย่างเดียว คือไอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ ในส่วนของประเทศไอร์แลนด์นั้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2000 ที่เริ่มมีการปฏิรูปกฎหมายในแต่ละหมวดของรัฐธรรมนูญเรื่อยมา โดยประเด็นเรื่องกฎหมายการสมรสของคนรักเพศเดียวกันเริ่มมีการพิจารณาในเดือนมีนาคม 2011 และมีการลงประชามติในวันที่ 22 พฤษภาคม 2015 ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบให้ออกกฎหมายรับรองการสมรสของคนรักเพศเดียวกัน ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2015 

ส่วนประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น ก็เกิดจากประชามติเช่นเดียวกัน โดยในการทำประชามติครั้งแรกในปี 2016 ผลประชามติออกมาว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยในการที่จะออกกฎหมายรับรองการสมรสของคนรักเพศ จากนั้นก็มีการทำประชามติอีกครั้งในวันที่ 26 กันยายน 2021 ซึ่งในครั้งนี้ผลออกมาว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะออกกฎหมายรับรองการสมรสของคนรักเพศเดียวกัน จึงทำให้มีการออกเป็นกฎหมายและมีผลบังคับใช้ในปีหน้า ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2022

 

กฎหมายคู่ชีวิต

ในบรรดา 30 ประเทศที่กฎหมายรับรองการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันนั้น พบว่ามี 28 ประเทศที่มีกฎหมายคู่ชีวิตใช้ก่อนจะมีกฎหมายการสมรสของคนรักเพศเดียวกัน โดยมีชื่อเรียกและรายละเอียดที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น Registered Partnership, de facto union, Civil Union, Same Sex Union, Domestic Partnership ฯลฯ โดยประเทศเดนมาร์กนั้นมีกฎหมายคู่ชีวิตเป็นประเทศแรกของโลก ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ 1 ตุลาคม 1989

 

ความแตกต่างของกฎหมายคู่ชีวิตและกฎหมายการสมรส คือ 

การแต่งงานภายใต้กฎหมายการสมรสมีความสัมพันธ์กับศาสนาอย่างแนบแน่นในการได้รับการยอมรับจากศาสนาว่าเป็นคู่สมรส โดยเฉพาะในประเทศที่นับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก นอกจากนี้ การแต่งงานภายใต้กฎหมายการสมรสยังได้รับการยอมรับในเกือบทุกประเทศในโลก

ในขณะที่กฎหมายคู่ชีวิตนั้นเป็นเรื่องของการรับรองตามกฎหมายเท่านั้น โดยมีรายละเอียดเรื่องสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับในฐานะคู่ชีวิตแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ บางประเทศอาจได้รับสิทธิเทียบเท่ากับหรือน้อยกว่าสิทธิตามกฎหมายสมรส เช่น ในสหรัฐฯ การสมรสได้รับการรับรองทางกฎหมายในทุกรัฐ แต่คู่ชีวิตอาจไม่ได้รับการรับรองทางกฎหมายในบางรัฐของสหรัฐฯ  

และขณะที่คู่สมรสได้รับมรดกจากคู่ของตนตามกฎหมายโดยอัตโนมัติและไม่ต้องเสียภาษี ส่วนคู่ชีวิตจะได้รับมรดกต่อเมื่อมีการแสดงเจตจำนงผ่านการเขียนพินัยกรรมและต้องเสียภาษีมรดกด้วย ขณะที่สหราชอาณาจักรนั้น คู่ชีวิตได้รับการยกเว้นภาษีมรดกเช่นเดียวกับคู่สมรส

นอกจากนี้ยังพบว่า มีบางประเทศที่กฎหมายคู่ชีวิต ใช้ได้ทั้งคนรักเพศเดียวกันและคนรักต่างเพศ ไม่ว่าจะเป็น นิวซีแลนด์ หรือโปรตุเกส  หรือมีเพื่อคนรักเพศเดียวกันเท่านั้นอย่างในประเทศสวีเดน ซึ่งในบางประเทศเมื่อปรากฏว่าได้ผ่านกฎหมายการรับรองการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันแล้วก็ได้ยกเลิกกฎหมายคู่ชีวิตไป ในขณะที่บางประเทศก็ยังคงอยู่เป็นทางเลือกให้คนรักทั้งเพศเดียวกันหรือต่างเพศเลือกว่าจะจดทะเบียนแบบใด 

 

ประเทศไทยกับการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกัน

แม้การพยายามผลักดันการออกกฎหมายอีกหนทางหนึ่ง โดยผ่านทางศาลรัฐธรรมนูญจะไม่เป็นผล จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2564  ที่ผ่านมา ถึงอย่างนั้นก็ยังมีความพยายามผลักดันประเด็นนี้ในทางอื่นๆ เช่น ‘พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม’ ที่เสนอโดย ส.ส.พรรคก้าวไกล แต่ยังคงไม่เข้าสู่การพิจารณาวาระแรกของสภา แม้เวลาจะล่วงเลยมาปีกว่าแล้ว และอีกแนวทางก็คือ ‘พ.ร.บ.คู่ชีวิต’ ที่เสนอโดยกระทรวงยุติธรรม ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาเช่นเดียวกัน

ข้อมูลจาก 

Equaldex.com,Wikipedia



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!