“หมอธี” เสนาบดีศึกษา กับความเชื่อลัทธิ “ไส บาบา” ชู “คนดี-จริยธรรม”

นาฬิกา “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เกือบจะซาลงไปบ้างแล้ว หลังจากตกเป็นกระแสโจมตีอยู่นานเกือบ 3 เดือน นับตั้งแต่วันถ่ายภาพคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2560
แต่ปมร้อนนาฬิกาหรูก็ถูกจุดกระแสขึ้นอีก ภายหลัง “หมอธี” นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พูดพาดพิงถึงด้วยถ้อยคำที่ฟังแล้วต้องรับยอมว่า เสียเครดิตต่อรัฐบาลจริงๆ
โดย นพ.ธีระเกียรติ กล่าวกับนักเรียนไทยและนักธุรกิจไทยที่สถานทูตไทยในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ถึงมาตรฐานความรับผิดชอบทางการเมืองของนักการเมืองไทย ซึ่งต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยระหว่างนั้น “หมอธี” ได้พูดถึงการตรวจสอบนาฬิกาหรูด้วย
เมื่อลงจากเวที นักข่าวบีบีซีไทยที่อังกฤษ ได้สอบถามเพิ่มเติม ซึ่งหมอธีตอบว่า “ถ้าเป็นผมถูกสอบตรวจสอบ เรือนแรกก็ออกแล้ว” และ “หมอธี” ได้ใช้คำพูดที่สะเทือนถึงความมั่นคงของรัฐบาลว่า “ของอย่างนี้คนไม่กล้าพูด กลัวอะไร ทำไมพูดแล้วมันจะมาไล่ผมออกหรือ”
นั่นทำให้ประเด็นนาฬิกา “บิ๊กป้อม” กลับมาเป็นที่สนใจของสังคมทันที และไม่ใช่แค่นั้น เพราะความสนใจในตัว นพ.ธีระเกียรติ ก็พุ่งพรวดขึ้นมาทันตาเห็นเช่นกัน

หลังกลับจากอังกฤษ มีกระแสข่าวว่าเขาจะไขก๊อกลาออก แม้ภายหลังจะได้เคลียร์ใจกับ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ “บิ๊กป้อม” แล้วก็ตาม แต่รอยร้าวครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะสะท้อนขาลงของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี
เพราะสิ่งที่สร้างแรงสะเทือนต่อรัฐบาลนี้ได้ ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย (พท.) คนเสื้อแดง หรือนักศึกษา นักกิจกรรมทางการเมือง แต่เกิดจากเรื่องภายในรัฐบาลเอง ยกตัวอย่างนาฬิกาหรู “บิ๊กป้อม” และคลิปเสียงของ “หมอธี” ก็คงเห็นได้ชัด
“หมอธี” เคยเป็นรองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับเกียรติเป็นสมาชิกของราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งสหราชอาณาจักร (Royal College of Psychiatrists) ขณะนี้ดำรงตำแหน่งเป็นจิตแพทย์เด็กอาวุโสที่เมือง Colchester

นอกจากนี้ เขายังเคยเป็นที่ปรึกษา นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อปี พ.ศ.2535 หลังจากนั้นก็ทำงานด้านการศึกษาเรื่อยมา
ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จัดตั้งรัฐบาล นพ.ธีระเกียรติ ได้เข้ามาช่วยงานรัฐบาล ในฐานะผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อตอนที่ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2558 “หมอธี” ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนจะขยับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ เมื่อมีการปรับ ครม. ในเดือนธันวาคม 2559
ย้อนกลับไปปี 2535 “หมอธี” ได้ช่วย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ก่อตั้งโรงเรียนสัตยาไส ขึ้นที่ตำบลลำนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เพื่อเป็นโรงเรียนต้นแบบด้านการพัฒนาจริยธรรมในวัยเรียน โดยโรงเรียนนี้ได้เน้นเด็กให้เป็นคนดี มีคุณธรรม
การก่อตั้งโรงเรียน มาจากความเคารพและศรัทธาในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ของ “สัตยะ สาอี บาบา” (Satya sai baba) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไส บาบา” ศาสดาทางจิตวิญญาณชื่อดังของอินเดีย
นอกจากนี้ นพ.ธีระเกียรติ ยังได้ก่อตั้งศูนย์ศึกษาคำสอนสัตยาไส ภายในศูนย์แพทย์ 7 มหาวิทยาลัยขอนแก่นด้วย
หมอธีเคยเล่าว่าติดตามผลงานของ ดร.อาจอง มาตั้งแต่เป็นนักเรียนแพทย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทั่งได้เดินทางไปประเทศอินเดียด้วยกันหลายครั้ง จึงทำให้เคารพและศรัทธาในท่านไส บาบา ด้วย

สัตยะ สาอี บาบา (Satya sai baba) หรือ “ไส บาบา” เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2469 มีชื่อจริงว่า “สัตยนารายัณ ราชู” เขาผู้นี้ได้อ้างว่าตัวเองเป็น “สาอี บาบา” แห่งเมืองศิรฑี รัฐมหาราษฎร์ นักบุญศักดิ์สิทธิ์ของอินเดียที่เสียชีวิตไปหลายปีก่อน ได้กลับชาติมาเกิดใหม่
“ไส บาบา” คนใหม่ได้รับการนับถือจากหลายล้านคนทั่วโลก เนื่องจากเขาไม่ใช่เพียงผู้นำทางจิตวิญญาณ ทว่า ยังมีจิตใจเมตตา ทำคุณประโยชน์ให้แก่ชาวอินเดียอย่างมาก
เช่น ก่อตั้งกองทุนโครงการด้านสุขภาพและการศึกษาหลายแห่งในอินเดีย ตั้งโรงพยาบาลและคลินิกแพทย์เพื่อชาวอินเดีย
ตั้งกองทุนไส บาบา เพื่อดำเนินการจัดหาโครงการน้ำดื่มฟรี
สร้างมหาวิทยาลัย พิพิธภัณฑ์ และห้องสวดมนต์นับพันห้อง
นอกจากนี้ เขายังได้สร้างโรงเรียนไส บาบาและศูนย์ต่างๆ เพื่อเผยแพร่ลัทธินี้ไปทั่วโลก

แต่ความเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของ “ไส บาบา” ก็ขาดเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ไม่ได้ เพราะเขาเริ่มต้นจากการอ้างตัวเป็นนักบุญศักดิ์สิทธิ์ผู้ล่วงลับที่ชาวอินเดียเคารพนับถือ
เมื่อยังเด็กเขาเคยประกาศตัวว่ามายังโลกมนุษย์นี้เพื่อชี้ให้คนเห็นในสิ่งที่ถูกต้อง มาเพื่อสถาปนาทางธรรมและวิถีทางอันสมควร ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยเหลือมนุษย์
จากนั้นเป็นต้นมา “ไส บาบา” น้อย ได้ออกเดินทางฝึกปฏิบัติพร้อมประกาศคำสอน โดยคำสอนของเขามุ่งให้คนมีความรักระหว่างกัน อยู่กันอย่างสันติ ซึ่งมีคนศรัทธาต่อตัวเขามากขึ้นตามลำดับ
กระทั่งหลายปีต่อมาเขาสามารถสร้างสำนักของตัวเองได้
เมื่อประมาณ 20 ปี ก่อน “ไส บาบา” ถือว่าดังมากในอินเดีย หลาย 10 ล้านคนยกให้เขาเป็นศาสดาองค์ใหม่ และนั่นก็เป็นเวลาเดียวกับที่เขามักแสดงอิทธิฤทธิ์เหนือธรรมชาติ
เช่น ครั้งหนึ่งระหว่างที่ “ไส บาบา” รับรางวัลบนเวที อยู่ๆ เขาก็เสกลูกประคํา เพื่อเป็นของขวัญแก่ผู้มอบรางวัลให้เขา
เขามักเสกผงธุลีให้แก่ชาวอินเดียเอาไว้บูชา
และบ่อยครั้งที่ไส บาบา อาเจียนเป็นทองคำ รวมถึงเสกสร้อยทองแก่ผู้มาเยือน
“ไส บาบา” เสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2554 เขามีศิษย์ตั้งแต่ประชาชน, ผู้พิพากษา, นักแสดง, นายพล ไปจนถึงนายกรัฐมนตรี
สําหรับ “หมอธี” ซึ่งเป็นหนึ่งคนที่นับถือ “ไส บาบา” เมื่อเลื่อนฐานะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ จึงไม่แปลกที่จะถูกโจมตีในลัทธิความเชื่อ โดยเป็นการตั้งข้อสังเกตว่าในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ เขาจะนำความเชื่อศรัทธาในแบบไส บาบา เข้ามาผนวกรวมกับการศึกษาด้วยหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีสื่อบางสำนัก เล่นงานเขาโดยพยายามโจมตีว่า “หมอธี” มีความเชื่อ “ไส บาบา” แบบงมงาย
วันที่ 25 ธันวาคม 2559 หลังรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ ได้ไม่นาน “หมอธี” ตอบโต้ว่า ประหลาดใจที่มีความพยายามเชื่อมโยงข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริง โยงเรื่องไส บาบา มาโจมตี ทั้งนี้ แม้ความใกล้ชิดศรัทธากับ ดร.อาจอง รวมถึงท่านอาจารย์ไส บาบา จะเป็นความจริง หากแต่เป็นความศรัทธาในเรื่องคุณธรรม การส่งเสริมคนเป็นคนดี ไม่ได้เกี่ยวกับความเชื่อหรือพลังอำนาจที่เหนือธรรมชาติใดๆ
“การศรัทธาหรือนับถืออาจารย์ท่านใดในโลก คงไม่อาจเหมารวมได้ว่า เราต้องนำเรื่องส่วนรวมไปตามแนวทางใดแนวทางหนึ่ง อีกทั้งท่านอาจารย์ไส บาบา ก็มีผู้เคารพนับถือทั่วโลก อดีตนายกฯ ของประเทศอินเดีย ก็เป็นลูกศิษย์อยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้นำพาประเทศไปในทางเสื่อมเสียอย่างที่ถูกกล่าวหา หรือจับตามองแต่อย่างใด” นพ.ธีระเกียรติกล่าว
เขาบอกว่า มีความนับถือ ดร.อาจอง ในเรื่องคุณธรรม วัตรปฏิบัติ การรับประทานมังสวิรัติ มาตั้งแต่สมัยที่เป็นนิสิตแพทย์จุฬาฯ ยืนยันว่า จะไม่มีการแต่งตั้ง ดร.อาจอง เข้ามาเป็นประธานหลักสูตรใดๆ เพราะอยากเห็น ดร.อาจอง ดูแลเรื่องคุณธรรมของโรงเรียนสัตยาไส ซึ่งได้ร่วมกันก่อตั้งขึ้นมา เนื่องจาก ดร.อาจอง เชี่ยวชาญในการสอนเด็กให้เป็นคนดี
ก่อนปรับเปลี่ยนตำแหน่ง ครม. ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2560 นพ.ธีระเกียรติ ได้ถูกแซะเก้าอี้รัฐมนตรีศึกษาฯ อย่างหนัก โดยมีการปล่อยข่าวว่า “บิ๊กตู่” จะให้คนอื่นเข้ามาทำหน้าที่แทนบ้าง หรือจะให้น้องรัก รัฐมนตรีช่วยอย่าง “บิ๊กน้อย” พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ขึ้นแทนบ้าง

แต่สุดท้ายกระทรวงศึกษาฯ ก็มีการปรับเปลี่ยนโดยที่เขายังอยู่ ส่วนคนที่ออกไปคือ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล และได้ นพ.อุดม คชินทร มานั่งตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยศึกษาฯ แทน
นั่นเพราะ “หมอธี” เองก็ไม่ธรรมดา ว่ากันว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ คนนี้ ได้รับการเสนอจากคนที่ “บิ๊กตู่” ไว้ใจมากที่สุด และเขายังสนิทกับคนที่ “บิ๊กตู่” ไว้ใจมากที่สุดด้วย
