เขมรเปิดศึก-7 บก.ภ.ชายแดนร้อน ตร.กางแผน ‘พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง’ ตชด.ลุยรบเคียงบ่าเคียงไหล่ทหาร
คอลัมน์ โล่เงิน
ประเมินแล้วสถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชาน่าจะยืดเยื้อ
หลังจากเปิดฉากโจมตีไทยก่อน เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 7 ธันวาคม บริเวณภูผาเหล็ก-พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ 2 นาย
ต่างวิเคราะห์มูลเหตุมาจากการตี “กล่องใจ” ยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ที่สายสัมพันธ์โยงกับตระกูลฮุนหรือไม่
ความเพลี่ยงพล้ำบนเวทีออตตาวา ที่งานนี้ ทีม “บัวแก้ว” แน่นข้อมูล ทำการบ้านมาดีมาก เปิดคลิปทหารกัมพูชาวางระเบิดเอง ตีแสกหน้ากัมพูชากลางเวทีโลก
และลูกไม้ที่สมเด็จฯ ฮุน เซน ใช้ประจำเวลาคนในชาติเสื่อมความนิยมรัฐบาล
ต้องเบี่ยงเบนความสนใจ สร้างศัตรูภายนอกประเทศ เพื่อปลุกกระแสความนิยมคนในชาติให้เทคะแนนสนับสนุนรัฐบาล
เพราะฉะนั้นความขัดแย้งตามแนวชายแดนจะมีการจุดขึ้นมาเป็นระลอกๆ ตลอด
ที่สำคัญพฤติกรรมเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา คนไทยตามชายแดนระอามาก
เมื่อสถานการณ์กลับมาระอุอีกครั้ง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ให้มันจบที่รุ่นเรา”
พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ถึงเอ่ยปากว่า “เป้าหมายคือ กองทัพบกจะทำให้กัมพูชาสิ้นสภาพขีดความสามารถทางการทหารไปอีกยาวนาน เพื่อความปลอดภัยลูกหลานเรา”
ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกว่า มั่นใจในแสนยานุภาพกองทัพ และปิดช่องการเจรจากับกัมพูชา
“เที่ยวนี้น่าจะชัดเจนแล้วว่าการตอบโต้ของเรา ไม่ใช่การตอบโต้เพื่อส่งสัญญาณใดๆ แต่เป็นการตอบโต้ให้เขาเห็นว่าเขาไม่ควรเข้ามาคุกคามอธิปไตยของประเทศไทย ดังนั้นการเจรจาก็จะไม่มีแล้ว จากนี้ไปถ้ากัมพูชาจะหยุดสู้รบกัน ก็ต้องทำตามสิ่งที่ประเทศไทยกำหนด” นายกฯ อนุทินกล่าว
ต่อมา เหตุปะทะได้ขยายแนวรบไปตลอดแนวชายแดน 4 จังหวัดอีสานใต้ เริ่มตั้งแต่ศรีสะเกษ ไปบุรีรัมย์ สุรินทร์ และอุบลราชธานี รวมทั้งด้านภาคตะวันออก ทั้งสระแก้ว ตราด และจันทบุรี
ขณะที่ “ตำรวจ” ผู้พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ได้ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและสนับสนุนภารกิจของฝ่ายทหารในแนวหน้า
การปฏิบัติหน้าที่เหล่านี้ดำเนินการภายใต้ “แผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง” สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
นั่นคือ ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในการลำเลียงประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวอย่างปลอดภัย
ประสานงานกับฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลความเป็นอยู่และความปลอดภัยของผู้อพยพในศูนย์พักพิง
เตรียมความพร้อมกำลังพลและยุทโธปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติงานของทหารในแนวหน้าเมื่อได้รับการร้องขอ
ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดบนถนนยุทธศาสตร์ เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและภัยแทรกซ้อนอื่นๆ
ลงพื้นที่พบปะผู้นำชุมชนและประชาชนเพื่อชี้แจงสถานการณ์และสร้างความมั่นใจว่าบ้านเรือนและทรัพย์สินจะได้รับการดูแลในระหว่างที่อพยพ
ขณะที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกองกำลังประจำถิ่นเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารในแนวหน้าตามแผนยุทธการร่วมกัน
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ ตชด.เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักตามภารกิจกองกำลังป้องกันชายแดน
เป็นแนวหน้าเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหาร ขึ้นยุทธการกับกองกำลังสุรนารีและกองกำลังบูรพา
ภารกิจสนับสนุนการปฏิบัติในพื้นที่ส่วนหน้า รักษาความปลอดภัยพื้นที่ชายแดนเคียงข้างกองทัพ, อพยพครู-นักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน
ผลจากการปฏิบัติหน้าที่ ตชด.ได้รับบาดเจ็บกว่า 20 นาย
ส่วนตำรวจภูธรภาค 2 และภาค 3 มีพื้นที่ติดต่อแนวชายแดนไทย – กัมพูชา เป็นหน่วยเสริมหลักในการเตรียมกำลังพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้อง “ยกระดับการปฏิบัติการตาม “แผนพิทักษ์ส่วนหลัง” เพื่อดูแลปกป้องรักษาความปลอดภัยประชาชน
จนถึงขณะนี้ตำรวจในพื้นที่แนวชายแดนไทย – กัมพูชา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จิตอาสาต่างๆ ช่วยเหลือประชาชนอพยพเข้าสู่ศูนย์พักพิงมากกว่า 110,000 ราย
โดยระดมตำรวจกว่า 4,200 นาย ดูแลความปลอดภัยปกป้องประชาชนที่อาศัยในศูนย์พักพิงต่างๆ
นอกจากนี้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำระหว่างเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ตำรวจติดตามและประเมินสถานการณ์ด้านการข่าว ประสานการปฏิบัติกับทุกภาคส่วน
และเป็นหน่วยสนับสนุนการปฏิบัติตามอำนาจและหน้าที่ได้ทันทีเมื่อได้รับการร้องขอหรือสั่งการ
พร้อมกำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการสอดส่องดูแลระวังภัยเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชน
ขณะเดียวกัน ให้เน้นการป้องกันเหตุไม่สงบและตรวจตราบุคคลต้องสงสัยต่างๆ ที่อาจสร้างความวุ่นวายในพื้นที่หรือมีพฤติกรรมเป็นภัย
สําหรับ ตชด.ที่บาดเจ็บ ผบ.ตร.แสดงความห่วงใย มอบ พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการ ตชด. ลงพื้นที่เยี่ยม และดูแลการรักษาพยาบาลอย่างใกล้ชิด ทั้งสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ผู้บาดเจ็บพึงได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่และให้รวดเร็วที่สุด
ผบ.ตร.เน้นย้ำว่า กำลังพลทุกนายต้องปลอดภัยด้วย และผู้บังคับบัญชาต้องเตรียมความพร้อมของกำลังพล โดยเฉพาะแนวหน้าที่ต้องออกไปปะทะ
“หน้าที่ของเราคือป้องกันชาติ แต่ก็ต้องป้องกันตัวเองด้วย ต้องมีความพร้อมสู้กับการตอบโต้จากฝ่ายตรงข้ามที่มาแบบกองโจร” แม่ทัพสีกากีระบุ
พร้อมทั้งเดินทางไปเยี่ยม ตชด.และทหารที่ได้รับบาดเจ็บ รักษาตัวที่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา
โดยได้ให้กำลังใจตำรวจทุกนายให้ทำอย่างเต็มกำลัง เป้าหมายคือการรักษาอธิปไตยของชาติ
หน้าที่ของทหารและตำรวจต่างกัน แต่ร่วมมือกันเพื่อความมั่นคงของชาติ และที่สำคัญต้องดูแลประชาชนให้ปลอดภัย
