bg-single

จับตาสูตรใหม่รัฐบาล ภูมิใจไทยผนึกประชาธิปัตย์ ชนชั้นนำล็อกเป้า นายกฯ’อภิทิน’ ดีกว่า ‘อนุสิทธิ์’

09.01.2026

ในประเทศ

จับตาสูตรใหม่รัฐบาล
ภูมิใจไทยผนึกประชาธิปัตย์
ชนชั้นนำล็อกเป้านายกฯ
‘อภิทิน’ ดีกว่า ‘อนุสิทธิ์’

ยิ่งเข้าใกล้วันเลือกตั้งมากเท่าไร บรรยากาศทางการเมืองก็ยิ่งคึกคักมากขึ้นเท่านั้น

จับสัญญาณสมรภูมิรบดุเดือด ก่อนเข้าคูหาชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลายพรรคการเมืองจัดหนักจัดเต็ม นำแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อหาเสียงกับพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งแข่งกันนำเสนอนโยบาย เพื่อช่วงชิงคะแนนความนิยม

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะยังไม่ทราบผลว่าใครแพ้-ใครชนะ แต่ขณะเดียวกันก็มีการประเมินฉากทัศน์ทางการเมืองและสูตรจัดตั้งรัฐบาล จากทั้งนักวิชาการและนักวิเคราะห์ออกมาเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว

โดยหลายฝ่ายเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้กันระหว่าง “น้ำเงิน-ส้ม” หรือพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ซึ่งฝ่ายหนึ่งเป็นตัวแทนของอนุรักษนิยม ส่วนอีกฝ่ายเป็นตัวแทนของความก้าวหน้า

ทั้งนี้ มีการประเมินด้วยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่มีพรรคไหนที่ได้รับชัยชนะแบบถล่มทลายแลนด์สไลด์ และคาดว่าน้ำเงินกับส้มจะได้เก้าอี้ ส.ส. พรรคละประมาณ 120-150 ที่นั่งเป็นอย่างน้อย

พรรคประชาชนอาจจะชนะเป็นอันดับ 1 ก็จริง แต่ด้วยจุดยืนเรื่องมาตรา 112 ในอดีต และเงื่อนไขทางการเมืองเฉพาะตัว ที่เป็นปัจจัยชี้ขาดในการจัดตั้งรัฐบาล อาจทำให้พรรคอื่นๆ ไม่พร้อมที่จะไปจับมือกับส้มด้วย

ดังนั้น สูตรจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง อาจเข้าทางพรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งหลายฝ่ายมองว่ามีโอกาสสูงที่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมที่สุด และมีความได้เปรียบทางการเมือง รวมทั้งการไหลเข้ามาของก๊วนบ้านใหญ่ในหลายพื้นที่ ทำให้สีน้ำเงินแข็งแกร่งขึ้น และมีลุ้นคว้าเก้าอี้ ส.ส. ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำในการเลือกตั้งครั้งนี้

นายอนุทินย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยได้เริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงที่ไหนก็คาดหวังทุกที่ เพราะเป็นสิ่งที่ผู้สมัครทุกคนของพรรคต้องเพิ่มความมั่นใจให้แก่ประชาชนให้ได้มากที่สุด

โดยมีการคาดการณ์ว่าสุดท้ายหน้าตาของรัฐบาลสมัยหน้าจะนำโดยพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม และทิ้งให้พรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้านอย่างโดดเดี่ยวหรือไม่ อย่างไร

แต่ล่าสุด มีสูตรใหม่ในการจัดตั้งรัฐบาล หลังมีกระแสข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์กลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญในสมการรัฐบาลผสม และกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ที่ได้รับกระแสตอบรับจากกลุ่มชนชั้นนำอนุรักษนิยมอย่างดีเยี่ยม

สอดรับกับสัญญาณบวกคนใต้รักใครรักจริง ผลนิด้าโพลสะท้อนภาพชัดเจน คนสงขลาเชียร์ให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ อันดับ 1 สูงถึงร้อยละ 40.67 เอาชนะทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

ขณะเดียวกัน คนสงขลาพร้อมเทคะแนนเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นอันดับ 1 ด้วยเช่นกัน โดยมีคะแนนนิยมสูงถึงร้อยละ 45.45 เอาชนะทั้งพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย

หลังทราบผลโพลนายอภิสิทธิ์กล่าวขอบคุณคนสงขลาที่มอบกำลังใจและความไว้วางใจให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นแรงผลักดันในการทำงานที่รอบคอบ และจริงจังยิ่งขึ้น

“พรรคไม่มองผลโพลเป็นชัยชนะทางการเมือง แต่เป็นเครื่องเตือนใจว่า ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่เฝ้ามอง รอการพิสูจน์ และยังไม่ตัดสินใจเลือก ซึ่งพรรคเคารพทุกความคิดเห็น และพร้อมพิสูจน์ตัวเองด้วยการลงมือทำ มากกว่าการใช้คำพูดหรือวาทกรรม”

“พรรคพร้อมรับฟังทุกเสียง และพร้อมทำหน้าที่ด้วยความสุจริต เป็นมืออาชีพ เราจะทำงานเต็มความสามารถให้สมกับความหวังที่ประชาชนมอบให้พรรคประชาธิปัตย์” นายอภิสิทธิ์กล่าว และย้ำว่า จะเลือกพรรคที่ดีที่สุดในการเข้าร่วมรัฐบาล

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งนายอนุทินและนายอภิสิทธิ์ต่างมีภาพลักษณ์ในการเป็นตัวแทนของกลุ่มชนชั้นนำอนุรักษนิยม และมีการคาดหวังให้ทั้ง 2 พรรคจับมือร่วมรัฐบาลกัน เพื่อรักษาโครงสร้างอำนาจเก่าเอาไว้

แต่การที่นายอภิสิทธิ์ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม ประเด็นนี้อาจกลายเป็นปัจจัยตัดสินในการเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้น คงต้องรอดูกันต่อไปว่าเมื่อถึงวันนั้นทั้ง 2 พรรคจะยอมถอยคนละก้าวหรือไม่ และมีคำอธิบายกับกลุ่มผู้สนับสนุนอย่างไร

อีกหนึ่งเรื่องที่มาแรงในช่วงนี้คือการล็อกเป้า ครม. และตัวนายกรัฐมนตรีไว้แล้ว รวมทั้งมีการจ่ายเงินซื้อ ส.ส. เพื่อโหวตให้นายกฯ อ. ซึ่งเชื่อมโยงทั้งพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าเตรียมจับมือกันตั้งรัฐบาล

นายอนุทินกล่าวว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็ อ. เขาก็ต้องเชียร์หัวหน้าเขา ก่อนจะพูดติดตลกว่าเป็น “อภิทิน”

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ขำปมนายกฯ อักษรย่อ อ. ย้ำว่าไม่มีมั้ง และทราบว่านายอนุทินพูดถึงชื่อ “อภิทิน” ไม่ใช่หรือ น่าจะดีกว่า “อนุสิทธิ์” นะ

เรียกได้ว่าตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นสุดขีด ทั้งผลโพล และกระแสนิยมทางการเมือง สวนทางกับพรรคพลังประชารัฐ ที่อยู่ในอาการโคม่า นอนหายใจรวยรินระส่ำระสาย

หลังจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากปัญหาสุขภาพ ปิดฉาก 3 ป. สิ้นสุดยุคสมัยทหารครองการเมืองอวสานพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ พร้อมดัน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่แทน

นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการเตรียมความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง และพรรคยังคงเดินหน้าทำกิจกรรมทางการเมืองตามปกติ

ปิดท้ายกันที่มุมมองของ รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว รองคณบดี คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา และ บก.ลายจุด สมบัติ บุญงามอนงค์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง วิเคราะห์ฉากทัศน์หลังการเลือกตั้งได้อย่างน่าสนใจ

รศ.ดร.โอฬารเชื่อว่าเครือข่ายอำนาจเก่ามีการล็อกตัวแคนดิเดตนายกฯ ไว้แล้ว และส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะเลือกใช้บริการนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยมากกว่าพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชน

“มันเริ่มเห็นชัดว่าการเมืองแบ่งเป็น 2 ข้าง คือกลุ่มหนึ่งต้องการรักษาโครงสร้างเศรษฐกิจสังคม การเมืองแบบเดิมเอาไว้ กับอีกกลุ่มหนึ่งคือพรรคประชาชน ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง”

“ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าพรรคไหนจะได้ ส.ส.มากที่สุด ที่จะมีโอกาสเป็นแคนดิเดตนายกฯ มากที่สุด ถ้าเราดูสัญญาณของการเลือกใช้บริการพรรคภูมิใจไทย เราเห็นสัญญาณนี้มานานแล้ว ตั้งแต่รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร จนถึงการตั้งรัฐบาลภูมิใจไทย”

“ถ้าดูองคาพยพทางการเมืองหลังการตั้งรัฐบาลภูมิใจไทย เราได้เห็นสัญญาณว่าเครือข่ายอำนาจเก่า เลือกใช้บริการพรรคภูมิใจไทย ทั้งจากการที่เข้ามามีอำนาจของพรรคภูมิใจไทย สัญญาณเรื่อง ส.ว. สัญญาณเรื่ององค์กรอิสระ ที่มันถูกโยงว่าเป็นองคาพยพเดียวกัน”

“แล้วพอยุบสภา เราได้เห็นภาวะการถดถอยของเพื่อไทย เราเห็นการโยกย้ายของบรรดานักเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือที่เรียกว่าบ้านใหญ่ ที่ไหลเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ มันทำให้เห็นว่าในสถานการณ์แบบนี้ พรรคภูมิใจไทยน่าจะเป็นทางเลือก หรือเป็นพรรคที่เครือข่ายอำนาจเก่าจะเลือกใช้บริการ” รศ.ดร.โอฬารกล่าว

ขณะที่ บก.ลายจุด ฟันธงว่าหลังการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยจะจับมือกัน ส่วนพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งมีความเป็นไปได้มากที่สุด มันชัดมากๆ ว่าทั้ง 2 พรรคนี้จะเป็นรัฐบาล และหลังจากทั้ง 2 พรรคนี้จับมือกัน พรรคอื่นๆ ก็จะไปร่วมรัฐบาลกันหมด

“อาจจะเหลืออยู่แค่พรรคเดียว คือพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเคยพูดไปแล้วว่าจะไม่ร่วมกับพรรคกล้าธรรม ซึ่งประชาธิปัตย์อาจจะยืนอยู่เป็นฝ่ายค้าน และดูแล้วพรรคประชาธิปัตย์เขาก็พร้อมเป็นฝ่ายค้านด้วย”

“ผมคิดว่านักการเมืองที่ต้องลงทุนลงแรงเยอะๆ หรือใช้ทรัพยากรเยอะๆ เวลาทำงานการเมือง มันก็เหลือไม่มากแล้วในพรรคประชาธิปัตย์ รอบนี้ต้นทุนของเขาจะต่ำที่สุดเท่าที่พรรคเคยทำมาเลย ดังนั้น ถ้าเขาจะนั่งเป็นฝ่ายค้านต่อสักสมัยหนึ่ง ผมก็ว่าเป็นไปได้” บก.ลายจุดฉายภาพเกมชิงอำนาจ 2 ขั้ว น้ำเงิน-ส้ม

พร้อมชวนจับตาสูตรจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ผนึกกำลังเพื่อไทย กล้าธรรม และมีพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วันที่ฝันเป็นจริง
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ