bg-single

วันที่ฝันเป็นจริง

02.09.2026

ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์

เมื่อคืนวันที่ 30 สิงหาคม “ความสุข” ได้แผ่กระจายไปทั่วประเทศ

เมื่อทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยเอาชนะจีนไปอย่างสุดมัน 3 : 2 เซ็ต

ไม่เพียงแค่คว้าแชมป์เอเชียเท่านั้น

แต่ยังคว้าตั๋วไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในอีก 2 ปีข้างหน้าด้วย

หากถามว่าใครน่าจะเป็นคนที่มีความสุขที่สุด

ผมเชื่อว่า “โค้ชอ๊อด” ครับ

เพราะนี่คือ “ความฝัน” ของ “โค้ชอ๊อด” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร

เป็นฝันที่ยาวนาน

และ “ความฝัน” นี้เคยอยู่ใกล้แค่ปลายมือมาแล้ว

“โค้ชอ๊อด” เป็นโค้ชทีมชาติไทยมานานหลายปี

สร้างตำนานมากมายก่อนที่จะลาออกไปเมื่อปี 2559

และกลับมารับตำแหน่งคุมทีมชาติไทยอีกครั้งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

ผมเคยสัมภาษณ์ “โค้ชอ๊อด” และนำมาเขียนถึงหลายครั้ง

ขออนุญาตเอามาเล่าใหม่อีกครั้ง

“โค้ชอ๊อด” เป็นคนที่กล้าคิด กล้าฝัน

เพราะตอนที่เขาตั้งเป้าหมายพาวอลเลย์บอลหญิงไทยไปโอลิมปิก

ตอนนั้นทีมไทยยังอยู่ในระดับกลางๆ ของอาเซียน

อาจารย์ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ ผู้บริหารสมาคมวอลเลย์บอลไทย ที่เป็นคนดึง “โค้ชอ๊อด” เข้าสู่วงการบอกว่า ตอนนั้นถ้าทีมไทยเจอทีมระดับชั้นนำของเอเชียอย่าง “จีน-เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น” เมื่อไร

นอกจากแพ้ 3 เซ็ตรวดแล้ว

ยังเจอเกม 0 เป็นประจำ

ดังนั้น การที่ “โค้ชอ๊อด” ฝันว่าจะพาทีมไทยไปโอลิมปิกจึงเป็น “ความฝัน” ที่ไกลมาก

ไกลจนยากจะจินตนาการได้ว่าจะเป็นจริง

ผมเคยถาม “โค้ชอ๊อด” ว่าบริหารจัดการ “ความฝัน” ของเขาอย่างไร

เขาแบ่ง “ความฝัน” เป็น “เป้าหมาย” เล็กๆ ครับ

เหมือนขั้นบันได

เป้าหมายแรก คือชนะทีมอันดับต้นๆ ของ “เอเชีย” ให้ได้

ผ่านไป 4 ปี ชนะ “ญี่ปุ่น”

“ญี่ปุ่น” ที่เราเคยแพ้เกม 0 มาก่อน

จากนั้นก็ได้เล่นกีฬามหาวิทยาลัยโลก

ได้เหรียญทองแดง

ชนะคิวบา-บราซิล

อีก 1 ปีต่อไปได้ไปเล่น “เวิลด์ กรังด์ปรีซ์”

และก็ก้าวขึ้นไปเรื่อยๆ

วิธีการแบ่ง “ความฝัน” เป็นขั้นบันไดเล็กๆ ทำให้ทุกครั้งที่ก้าวขึ้น 1 ขั้น

เราจะรู้สึกว่า “ชนะ”

และกลายเป็น “กำลังใจ” ในการก้าวต่อไป

“โค้ชอ๊อด” มี “ความฝัน”

แต่จะสำเร็จได้หรือไม่

ไม่ได้อยู่ที่เขาคนเดียว

แต่อยู่ที่นักกีฬาทุกคน

เขาได้ส่งต่อ “คบเพลิง” แห่ง “ความฝัน” ให้กับนักกีฬาทุกคน

“ฝัน” กันเป็น “ทีม”

แต่ที่เหนือกว่าเรื่องการจัดการ “ความฝัน”

ผมอยากรู้เรื่องการจัดการ “ความพ่ายแพ้”

จำวันที่ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยชุด “7 เซียน” ที่เคยใกล้ถึง “ความฝัน” ที่จะได้ไปโอลิมปิกครั้งแรกได้ไหมครับ

ในการคัดเลือกไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ญี่ปุ่น ปี 2555

สถานการณ์ตอนนั้นหลังจากที่ทีมไทยชนะ “คิวบา” ได้

ทุกคนในทีมคิดว่าไทยได้ไปโอลิมปิกแน่

เพราะคู่ต่อไป คือ “ญี่ปุ่น” กับ “เซอร์เบีย”

เราแพ้ “ญี่ปุ่น” 3 : 0

แต่ชนะ “เซอร์เบีย” 3 : 0

เห็นผลการแข่งขันแล้ว ทายไม่ยากว่า “ญี่ปุ่น” ต้องชนะ “เซอร์เบีย” แน่นอน

วันนั้น “ญี่ปุ่น” จะชนะเท่าไรก็ตาม

“ไทย” ก็จะได้เข้ารอบ

ยกเว้นอย่างเดียวคือ “ญี่ปุ่น” ต้องแพ้

ครับ แล้ว “ญี่ปุ่น” ก็แพ้

คืนนั้น ทีมไทยนั่งเชียร์อยู่หน้าจอโทรทัศน์ในห้องพัก

ฝันว่า “ญี่ปุ่น” ชนะเมื่อไร

จะฉลองใหญ่กันเต็มที่

จากเสียงเฮดังลั่นใน 2 เซ็ตแรกที่ “ญี่ปุ่น” ชนะ

เสียงเชียร์เริ่มเงียบลง

เมื่อ “ญี่ปุ่น” แพ้ในเซ็ตที่ 3

แล้วเสียงสะอื้นก็แทรกขึ้นมาแทนในช่วงเซ็ตสุดท้าย

ก่อนทุกคนจะซบหน้าร้องไห้

ครับ “ญี่ปุ่น” แพ้ “เซอร์เบีย”

คำถามที่ผมอยากรู้คือ คืนนั้น “โค้ชอ๊อด” คุยอะไรกับนักวอลเลย์บอลหญิงไทย

เขาปลุกปลอบใจคนที่ฝันสลายเช่นนี้อย่างไร

“ทุกคนร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด ผมอยู่กับเขาทั้งคืน”

ที่ทุกคนไม่เคยรู้มาก่อนก็คือ นักกีฬาเกือบทั้งทีมจะขอเลิกเล่นทีมชาติ

ทุกคนหมดกำลังใจ

ทั้งที่อีก 10 กว่าวัน ทีมนี้ต้องไปแข่ง “เวิลด์ กรังด์ปรีซ์” ต่อ

ประโยคหนึ่งที่ “โค้ชอ๊อด” พูดกับทุกคนก็คือ เรื่อง “ความฝัน”

เขาย้อนเวลากลับไปยังวันที่ทุกคนยังเป็นเด็กน้อย

ซ้อมกันอยู่ที่ยะลา

“จำกันได้ไหม พวกเอ็งเคยเขียนอะไรเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว”

วันนั้น “โค้ชอ๊อด” ให้เด็กกลุ่มนี้เขียนว่าทุกคนเป็นใคร

“เอ็งมีความฝันอะไรในวันนั้น อยากไปถึงตรงไหน”

“จำได้ไหม”

จำได้ไหมว่าทุกคนบอกว่ารักกีฬานี้

อยากเล่นวอลเลย์บอล

เป็น “คำถาม” ย้อนเวลาที่กลายเป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญของทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย

เมื่อทุกคนพยักหน้า

“โค้ชอ๊อด” ตบท้ายสั้นๆ

“ถ้าเรารักวอลเลย์บอลจริง ก็อย่าให้ใครมาทำลายเรา ทำให้เราเลิกเล่นวอลเลย์บอลเด็ดขาด”

“โค้ชอ๊อด” บอกให้ทุกคนกลับไปลงสนามอีกครั้ง ไปเล่นเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ อย่างเต็มที่

“ตีชนะให้หมดทุกทีม แล้วค่อยกลับไปร้องไห้ที่บ้านเรา”

เด็กทุกคนกลับลงไปสนามอีกครั้งด้วยหัวใจที่บอบช้ำ

แต่สู้เหมือนเดิม

“เราได้ที่ 4 ตีชนะทุกทีมที่ได้ไปโอลิมปิก”

แต่ “เราไม่ได้ไป”

ผมถามต่อว่า “โค้ชอ๊อด” เยียวยาผู้เล่นทุกคน แล้วเยียวยาหัวใจตัวเองอย่างไร

เพราะคนที่เป็นจุดเริ่มต้น “ความฝัน” นี้คือตัวเขาเอง

เขาต้องเจ็บปวดที่สุด

“ผมต้องพยายามให้กำลังใจตัวเอง เพราะเราอ่อนแอไม่ได้ เราต้องเข้มแข็ง”

จากนั้น เขาก็ไปกราบอาจารย์ชาญฤทธิ์

ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง

คำตอบที่ได้รับจากอาจารย์ชาญฤทธิ์เป็นคำสั้นๆ

แต่ทำให้เขาลุกขึ้นสู้อีกครั้ง

เป็นคำเดียวกับที่เขาเคยพูดกับผู้เล่นทุกคน

คำเดียวที่นักกีฬาทุกคนพูดกับเพื่อนร่วมทีมเมื่อเล่นผิดพลาด

“ไม่เป็นไร”

…เอาใหม่

ครั้งนี้เราอาจจะแพ้

แต่เราไม่ยอมแพ้

ข้อเขียนชิ้นนี้ผมเขียนไว้นานมาก

ไม่นึกว่าจะต้องมาเขียนเพิ่มในวันนี้

…ผ่านไป 14 ปี

“ความฝัน” ของ “โค้ชอ๊อด” ก็เป็นจริง

ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยได้ไป “โอลิมปิก”

เขาชนะครั้งนี้

“เพราะเขาไม่ยอมแพ้”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วันที่ฝันเป็นจริง
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ