13-19 พฤษภาคม 2553 ปฏิบัติการ ‘กระชับพื้นที่’ สลายการชุมนุมเสื้อแดงสี่แยกราชประสงค์
หมายเหตุ : บทความคอลัมน์หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว โดยมุกดา สุวรรณชาติ เผยแพร่ครั้งแรกในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 13 พ.ค. 2554
ปี 2553 กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวครั้ง ใหญ่เพื่อทวงอำนาจอธิปไตยคืนโดยเสนอให้ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ กลุ่มผู้กุมอำนาจไม่มีทางยอมให้อภิสิทธิ์ยุบสภา เพราะเพิ่งมายึดอำนาจใช้ได้เพียงปีเดียว การเลือกตั้งใหม่ไม่แน่ว่าจะได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีก กว่าจะได้อำนาจรัฐต้องใช้การลงทุนไปมากมาย ใช้ กำลังคนหลายกลุ่ม ทั้งเสื้อเหลือง เสื้อเขียว เสื้อดำ ใช้เวลาถึง 4 ปี (ตั้งแต่ 2548-2551)
กลุ่มอำนาจเก่าจึงตัดสินใจพิทักษ์อำนาจรัฐไว้ทุกวิถีทาง ผู้ชุมนุมก็เลยได้รับกระสุนปืน แทนบัตรเลือกตั้ง การปราบ เริ่มจากหนัก ธรรมดาในตอนบ่ายวันที่ 10 เมษายน มีทั้ง กระสุนยาง แก๊สน้ำตา และกระบอง ไปจนถึง หนักมากคือ กระสุนจริง รถหุ้มเกราะ และสไนเปอร์
สงครามหนึ่งวันสิ้นสุดลงในเวลา 12 ชั่วโมง ผลก็คือมีซากรถหุ้มเกราะและยานยนต์ทหารถูกเผาทำลายอยู่หลายแห่ง มีผู้เสียชีวิต 20 กว่าคน บาดเจ็บหลายร้อย
รำลึก 7 วันอันตราย
จากการกระชับพื้นที่ ราชประสงค์
(13-19 พฤษภาคม 2553)
ตามประวัติศาสตร์การเมืองยุคใหม่ เหตุการณ์ร้ายแรงในวันที่ 10 เมษายน 2553 ควรจะจบ ลงแบบมีผู้ใหญ่เข้ามาไกล่เกลี่ย แต่คราวนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง ไม่รู้ว่ากรรมอะไรมาบังตา ทำให้ไม่มีใครสนใจจะช่วยทำให้เหตุการณ์สงบ กลับขยายความขัดแย้งให้ยืดเยื้อต่อไปและรุนแรงมากขึ้น
การชุมนุมที่ถนนราชดำเนินยุติลง แต่ผู้ชุมนุมทั้งหมดย้ายมาชุมนุมที่ราชประสงค์ เพียงจุดเดียวในวันที่ 14 เมษายน 2553 หลัง จากมีการทดลองชุมนุมที่จุดนี้มา 11 วันแล้ว
การชุมนุมที่ราชประสงค์ในช่วงเย็น จะมีผู้เข้าร่วมประชุมเป็นหมื่นคนหลังเดือนเมษายน แม้คนจากต่างจังหวัดจะทยอยกลับไปแล้ว แต่ผู้ชุมนุมจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลมา เข้าร่วมหลังเลิกงาน ยิ่งคืนวันศุกร์ วันเสาร์ ก็จะมีคนมากเป็นพิเศษ
แต่บรรยากาศโดยรอบอาจจะไม่สันติ 100 เปอร์เซนต์ มีการยิงกันประปราย เช่น แถว แยกศาลาแดง การรักษาความปลอดภัยก็เริ่ม เข้มงวดขึ้น บรรยากาศเริ่มเหมือนค่ายบางระจัน มีการใช้ยางรถยนต์ ตั้งเป็นกำแพงสูง พร้อม ปักหลาวไม้ไผ่
ฝ่ายผู้กุมอำนาจก็เริ่มใช้กำลังทหารเข้าปิดล้อมเพื่อบีบบังคับให้ยุติการชุมนุม ระหว่างนั้นก็ยังมีการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับแกนนำของผู้ชุมนุมเป็นช่วงๆ แต่ความเห็นในแกนนำผู้ชุมนุมแยกเป็นสองทาง ส่วนหนึ่งคิดว่าควรยุติ ส่วนหนึ่งยืนยันให้ชุมนุมต่อ
รัฐบาลอ่านเกมแล้วว่าพวกเสื้อแดงไม่เลิกง่ายๆ แน่จึงตัดสินใจ “กระชับพื้นที่” โดยใช้กำลังทหารจำนวนมากเข้าปฏิบัติการ คาดว่าเป็นการใช้กำลังทหารปฏิบัติการมากที่สุดเท่าที่เคยทำมา
13 พฤษภาคม ที่จริงเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2553 มิได้ปะทะกันในวันที่ 19 เพียงวันเดียว หากแต่เริ่มมีลักษณะเป็นสงครามย่อยตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม แล้ว เพราะรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 17 จังหวัด รวมทั้งเพิ่มมาตรการเพื่อปิดล้อมกดดันผู้ชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ โดยใช้กำลังทหารจำนวนมาก ตั้งด่านตรวจตราเส้นทางเข้าออกบนถนนแทบทุกสาย พร้อมประกาศตัดน้ำตัดไฟและตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
เวลาประมาณ 1 ทุ่ม เสธ.แดง ซึ่งถือว่าเป็นผู้นำในสายกำลังของผู้ชุมนุมถูกลอบยิงด้วยสไนเปอร์บริเวณหน้าสวนลุม ติดกับโรงพยาบาลจุฬาฯ กระสุนเจาะเข้าสมอง แม้ไม่เสียชีวิตในทันทีแต่ก็อยู่ในอาการโคม่าและอยู่ได้อีกเพียงสี่วัน
การลอบยิง เสธ.แดง เป็นการยืนยันว่าจะต้องเกิดความรุนแรงขึ้นต่อไป เพราะนี่เป็นการตัดกำลังแกนนำฝ่ายบู๊ แม้แกนนำจะรู้สึกกังวลและหวาดกลัวการลอบยิง แต่ก็ยังชุมนุมต่อ มีการใช้สแลนสีดำมาขึงด้านบนของเวที เพื่ออำพรางเป้า
14 พฤษภาคม มีการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับทหารตามจุดต่างๆ เช่น ถนนพระราม 4 บริเวณสวนลุมไนท์ บาซาร์ แยกศาลาแดง แยกถนนวิทยุ บ่อนไก่ ฝ่ายผู้ชุมนุมเผายางรถยนต์เป็นม่านควันเพื่อให้พลซุ่มยิงเห็นไม่ถนัด ตอนค่ำมีการยิง M79 เข้าใส่แยกศาลาแดงและถนนสีลม และแยกประตูน้ำ มีผู้เสียชีวิตรวม 7 คน เป็นทหาร 2 คน แต่มีผู้บาดเจ็บนับร้อย
15 พฤษภาคม ยังมีการปะทะตามจุดต่างๆ เหมือนวันที่ 14 แฟลตตำรวจ สน.ลุมพินีถูกยิงด้วย M79 ถนนสุดยอดอันตรายคือถนนราชปรารภตั้งแต่ประตูน้ำไปจนถึงแยกดินแดง โดยเฉพาะบริเวณปากซอยรางน้ำ ซอยหมอเหล็ง และสามเหลี่ยมดินแดง เป็นจุดปะทะหนัก
ถนนเส้นนี้เดิมเป็นเส้นทางเข้า-ออก และเส้นทางลำเลียงเสบียงอาหารเข้าไปส่งผู้ชุมนุม แต่ในวันที่ 15 ก็ไม่สามารถเข้าไปได้แล้ว เพราะมีจุดซุ่มยิง จากอาคารสูง ไม่น้อยกว่าสองจุด กลุ่มผู้ชุมนุมที่เข้ามาสมทบจึงติดอยู่ตรงบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
การต่อสู้บริเวณนี้มีชาวบ้าน สื่อมวลชน เจ้าหน้าที่กู้ภัย ถูกยิงด้วยสไนเปอร์เสียชีวิตมากที่สุด ตลอดทั้งเจ็ดวันน่าจะมีมากกว่า 20 คน
16 พฤษภาคม การปะทะกันยังรุนแรงมากขึ้น รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินเพิ่มขึ้นใน 5 จังหวัดทางภาคอีสาน การปะทะกันบนถนนพระราม 4 ยังมีอยู่เหมือนเดิม ยางรถยนต์ยังถูกนำมาจุดไฟเผาบนถนน ตอนค่ำห้างโลตัสพระราม 4 ถูกเผา มีการตัดน้ำตัดไฟแถวบ่อนไก่ มีการเผาธนาคารกรุงเทพสาขาดินแดง ประชาชนเริ่มกักตุนอาหารเพราะไม่แน่ใจสถานการณ์ รัฐบาลประกาศให้วันที่ 17-18 เป็นวันหยุดราชการในกรุงเทพฯ
แกนนำ นปช. ต้องการเจรจากับรัฐบาลแต่ขอให้หยุดยิงและถอนทหารออกจากพื้นที่ แต่รัฐบาลยังใช้แผนกระชับพื้นที่ต่อไป
17 พฤษภาคม การปะทะกันยังคงดำเนินต่อไป มีการนำรถบรรทุกน้ำมันมาจอดกลางถนนพระราม 4 มีการยิงระเบิด M79 เข้าไปในโรงแรมดุสิตธานี 4 วันที่ผ่านมามีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 35 ราย บาดเจ็บเกือบ 300 คน ราชประสงค์ถูกปิดล้อมทุกด้าน
รัฐบาลพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ เพื่อจะได้สลายง่าย แต่คนส่วนใหญ่ก็ไม่ไป การเข้าออกถูกปิด ทั้งรถเมล์ เรือด่วน รถไฟฟ้า ถูกตัดหมด มีเส้นทางหนูรอดมุดไปตามตรอกซอย ด้วยมอเตอร์ไซค์เท่านั้น แต่ก็ต้องระวังการดักยิง
18 พฤษภาคม ศอฉ. สั่งห้ามซื้อขายและอายัดยางรถยนต์เก่าตามร้านค้าทุกแห่ง และประกาศให้มีการหยุดราชการในกรุงเทพฯ ไปอีก 3 วัน คือ 19-21 ในตอนเย็น พลเอกเลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหาได้นำ ส.ว. กลุ่มหนึ่งเข้ามาปรึกษากับแกนนำ นปช. ที่ราชประสงค์เพื่อหาทางยุติความขัดแย้ง โดยหวังว่าวันรุ่งขึ้นอาจจะเจรจากับรัฐบาลได้โดยมี ส.ว. เป็นตัวกลาง แต่หลังจากนั้นก็มีข่าวว่าทหารจะเข้าสลายการชุมนุมในเช้ามืดวันรุ่งขึ้น เวลาตี 5 คืนวันนี้ผู้ที่ไม่ต้องการให้ถูกจับ ต้องมุดหนีออกไป พวกที่เหลืออยู่ ก็พร้อมรับทุกสถานการณ์ ขาบู๊ที่ใจร้อนถูกส่งออกไปหมดแล้ว นี่คือแผน สงบนิ่งเพื่อลดการสูญเสีย
19 พฤษภาคม ปฏิบัติการสลายการชุมนุม เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลาประมาณ 4 นาฬิกา ทางฝ่ายผู้ชุมนุมก็รู้ตัว พอสว่างทหารก็นำรถทุ้มเกราะ เข้าเคลียร์พื้นที่ทลายป้อมค่ายที่เป็นยาง รถยนต์ทางด้านสวนลุมฯ แล้วเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ มีการยิงทั้งบริเวณสวนลุมฯ และในแนวถนนราชดำริช่วงเช้า เวทียังตรึงผู้ชุมนุม ให้อยู่ในระเบียบได้ ตอนบ่ายโมงแกนนำ นปช.ตัดสินใจยุติการชุมนุมแล้วยอมมอบตัว แม้จะผู้ชุมนุมบางส่วนไม่ยอม การสูญเสียมีบ้าง แต่น้อยกว่าที่ทางการคาดไว้มาก ทางการเตรียมใจไว้ว่าจะสูญเสียหลายร้อยคน แต่เป็นเพราะไม่มีอาวุธร้ายแรงในที่ชุมนุม และแทบไม่มีการยิงต่อสู้ การถูกลูกหลงจึงไม่มี มีแต่ตั้งใจกับไม่ตั้งใจเท่านั้น
การชุมนุมจบลงเมื่อแกนนำเข้าไปมอบตัวที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งอยู่ใกล้กับสี่แยกราชประสงค์ ผู้ชุมนุมบางส่วนเข้าไปอยู่ในวัด ปทุมวนาราม บางส่วนเดินไปขึ้นรถที่สนามกีฬา และในที่สุดผู้ชุมนุมคนสุดท้ายก็ต้องเก็บธง ควบคุมพื้นที่ทั้งหมดแล้ว การเข้าเคลียร์พื้นที่ ในวันนี้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 15 คน หลังจากมีการสลายการชุมนุมแล้ว ก็มีเพลิงไหม้ตามสถานที่หลายแห่งเช่นห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โรงภาพยนตร์สยาม ธนาคาร หลายแห่ง ใน กทม. รวมแล้ว 36 แห่ง ต่างจังหวัดก็มีที่อุบล อุดร ขอนแก่น มุกคาหาร ในการกระชับพื้นที่บริเวณราชประสงค์และ โดยรอบตลอด 7 วัน น่าจะมีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 55 ราย แต่รวมตลอดทั้งเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิต เกือบ 100 คน บาดเจ็บประมาณ 2,000
ที่ทบทวนเหตุการณ์อีกครั้งก็เพื่อจะได้ยืนยัน ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ใช่อุบัติเหตุ เพราะเกิดความรุนแรงขึ้นหลายครั้งหลายหน ในช่วงเวลาที่ต่างกัน มีระ:ยะเวลาติดต่อกัน นานนับเดือน
ผลลัพธ์ของการกระทำครั้งนั้นเกิดจากการ ตัดสินใจของผู้นำทั้งสองฝ่ายซึ่งได้ตัดสินใจ ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปเพื่อแก้ปัญหา เฉพาะหน้า และก็เเก้อีกปัญหาต่อไปเรื่อยๆ ถลำลึกเข้าวังวนแห่งความรุนแรง ทั้งๆ ที่รู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ในแผนการ แต่ไม่ยอม หยุดและตั้งสติ เหตุการณ์จึงเลวร้ายอย่างที่ ทุกคนได้พบเห็น ถ้าจะเป็นผู้ปกครองต้องคิด วิธีแก้ไข
ความหมายของประชาธิปไตยและเสรีภาพ ไม่ใช่แค่ยุบสภาแล้วเลือกตั้ง ในระยะ 5 ปี จากนี้ไป โลกจะเปลี่ยนไปมาก ประเทศไทยก็จะเปลี่ยนไปอย่างมากเช่นกัน คาตได้เลยว่าในระยะ 5-10 ปี โครงสร้าง ทางการเมืองการปกครองจะต้องเปลี่ยนไป ตามสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคม ไม่มีใครฝืนได้อีกแล้ว นั่นคือกระแสแห่ง เสรีภาพ และประชาธิปไตยที่แท้จริง ถึงไม่มี แผนมันก็จะเกิดขึ้นเอง เหมือนมอเตอร์ไซต์ รับจ้าง รถตู้โดยสาร ซึ่งประชาชนสร้าง เส้นเลือดฝอยเหล่านี้ขึ้นมาเองเพื่อความอยู่รอด
การต่อสู้ของประชาชนจะไม่มีเพียงแต่เรื่อง ยุบสภาและเลือกตั้ง หากแต่จะเป็นทุกเรื่องที่ เกี่ยวกับชีวิตและสังคมพวกเรา พวกเขาอยาก มีชีวิตที่ตีขึ้น มีเสรีภาพที่จะติด ที่จะเรียนรู้ จากสื่อต่างๆ มีเสรีภาพในการพูด ถ้าคนที่มีความคิดเห็นต่าง จะต้องถูกจับไส่คุก คงไม่ สามารถเรียกสังคมแบบนี้ว่าเป็นประชาธิปไตย ได้ เพราะไม่มีทั้งเสรีภาพและความยุติธรรม การต่อสู้ในแนวทางรัฐสภาก็จะล้มเหลว
วันนี้จึงต้องให้เสรีภาพและความเป็นอิสระ กับประชาชน ต้องไม่ข่มขู่และหลอกลวง ประชาชน เคารพการตัดสินใจของประชาชน
ประชาชนคาดหวังต่อรัฐบาลและผู้นำในยุค ต่อไปว่าจะสามารถช่วยเหลือพวกเขาแสะ นำพาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองทัดเทียมกับ ชาติอื่นๆ อย่างที่เขาเห็นในจอสี่เหลี่ยม ได้ยิน จากข่าวสาร สิ่งที่พวกเขาไม่อยากเห็นคือ
สิ่งที่เกิดขึ้นใน งานเลี้ยงครั้งล่าสุด เลี้ยงกันตั้งแต่กลางวันยันดี 2 ผ่านไป 15 ชั่วโมง พองานเลี้ยงเลิก อาหาร 200 กว่ารายการก็หมดเกลี้ยง ไม่เพียงกินกัน อิ่มแปล้ ยังใส่ปิ่นโตเอาไว้กินปีหน้า เมื่อแขกในงานเลี้ยงกลับไปแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถเข็นเข้ามาเก็บของที่ท่านเหล่านั้นทิ้งไว้ พวกเขาเก็บทวน หอก ง้าว ได้ถึง 211 เล่ม มากที่สุด เท่าที่เคยพบเห็นมา
ชีวิตที่สูญเสียไม่อาจเรียกคืนได้ การกระทำ บางอย่างกลายเป็นหน้าใหม่ของประวัติศาสตร์ แต่บางเรื่องทำแล้วจะทำลายทุกสิ่งที่เคยสร้างมา ไม่เพียงแต่ตัวเราเอง ยังทำลายแม้กระทั่งวงศ์ตระกูลและสังคมของเราด้วย ต้องเริ่มด้วยการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อให้เกิดความยุติธรรม ไม่ใช่ใช้เป็นเครื่องมือเพื่อชัยชนะ
แต่สำหรับนักสู้ ไม่เคยมีการต่อสู้ครั้งใดที่สูญเปล่า ทุกครั้งที่หยาดเพื่อและหยดเลือดของ นักสู้เสรีชน ซึมซ่านลงในผืนดิน ก็จะส่งผล ให้การพัฒนาประชาธิปไตย ก้าวหน้าไปขั้น หนึ่งเสมอ ขอคารวะ ต่อจิตใจที่กล้าต่อสู้ของผู้ เสียสละทุกคน ㆍ
