ในประเทศ

ที่จริง นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 22-28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก็เพิ่งนำเสนอเรื่อง “ชิงเมือง แดนเจอรัส” วิเคราะห์โศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ มีผู้เสียชีวิตหลายศพ พร้อมตั้งคำถามคือความปลอดภัยในชีวิตประจำวันของคนเมืองหลวง

ผ่านมาแค่เดือนเศษๆ ไม่อยากเชื่อว่าสัปดาห์นี้เราจะได้เจอกับโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่กลางเมืองอีกรอบ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

กลางดึกวันที่ 12 กรกฎาคม เพลิงไหม้สถานประกอบการที่ชื่อว่า โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวอย่างรวดเร็ว

ลูกค้าจำนวนมากพากันหาทางหนี ประตูทางออกด้านหลังถูกลงกลอนไว้ ขณะที่ประตูออกหลักก็มีสิ่งกีดขวาง ลูกค้าหนีออกมาไม่ทัน เสียชีวิตทันที 27 ศพ บาดเจ็บสาหัสหลายสิบคน ก่อนตัวเลขผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นในภายหลังจนถึงปลายสัปดาห์ กลายเป็น 32 ศพ

กลายเป็นข่าวใหญ่ สำนักข่าวทั่วโลกนำเสนอเป็นข่าวสำคัญแซงหน้าข่าวสงครามในตะวันออกกลาง พร้อมย้ำว่า เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดครั้งแรก แต่เคยเกิดในไทยมาแล้วหลายครั้ง เช่น กรณีซานติก้าผับที่มีคนตายกว่า 66 คน หรือกรณีเมาน์เทนบีที่สัตหีบ มีคนตาย 26 คน

นับเป็นความเสียหายทั้งต่อชีวิตคนหลายคน ยังไม่นับเสียหายต่อภาพลักษณ์การเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ทำให้กรุงเทพฯ ถูกมองเป็น “เมืองแดนเจอรัส”

เมื่อปัญหาเกิดขึ้น วิธีแก้ปัญหาก็ต้องไปดูต้นเหตุ

หลังผ่านไปหลายวัน ผลตรวจสอบเบื้องต้นจากทางการพบว่า สาเหตุเกิดจากปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อเกิดประกายไฟก็เกิดการลุกไหม้โฟมฉนวนกันความร้อนและอุปกรณ์ดูดซับเสียงซึ่งไม่ใช่ชนิดป้องกันการลามของไฟ ก็ทำให้เกิดการลุกลามอย่างหนักและเร็ว

นี่คือประเด็นแรกว่าร้านนี้มีปัญหาด้านมาตรฐานการก่อสร้าง ทั้งที่เราก็มีบทเรียนเหตุการณ์ทำนองนี้แล้วหลายครั้ง

ไม่นับปัญหาทางออกฉุกเฉินที่ใช้งานไม่ได้จริงก็ยิ่งสะท้อนปัญหามาตรฐานความปลอดภัย ทำไมโรงภาพยนตร์ยังทำทางออกฉุกเฉินที่ชัดเจนได้ แต่ร้านเหล้าที่มีความเสี่ยงสูงมากกลับทำไม่ได้

คำถามตามมาก็คือ เมื่อร้านไม่มีมาตรฐาน แล้วร้านสร้างมาได้อย่างไร เปิดบริการมายาวนานได้อย่างไร ผู้มีอำนาจปล่อยให้สร้างและเปิดบริการต่อเนื่องมาได้อย่างไร?

แม้กระทรวงมหาดไทยจะตรวจสอบก่อนพบว่าร้านดังกล่าวผิดกฎหมาย เพราะเปิดร้านโดยขออนุญาตเป็นร้านอาหาร แต่กลับไปเปิดเป็นผับบาร์ ก็มีคำถามต่อว่าแล้วร้านที่ผิดทำไมจึงเปิดบริการต่อได้ ไม่มีการตรวจสอบเลยหรือ เพราะอะไร?

ต้องไม่ลืมด้วยว่าร้านนี้ตั้งอยู่หน้าห้างดัง ใจกลางห้าแยกลาดพร้าว ผู้มีอำนาจไม่เห็นเลยหรือ

คำถามสำคัญกว่านั้นคือ ทำไมเหตุการณ์ที่คร่าชีวิตผู้คนมากมายจากความเละเทะของผู้มีอำนาจจึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก?

รูปธรรมของเหตุการณ์ที่จะช่วยตอกย้ำว่า หรือประเทศเรามีปัญหาเชิงโครงสร้างจริงๆ ก็เพียงย้อนกลับไปดูข่าวเก่ารอบ 1-2 ปีที่ผ่านมา

ราวๆ 2 ปีก่อน หากยังจำกันได้กับเหตุอุโมงค์รถไฟความเร็วสูงถล่ม มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ถัดมาไม่นาน เกิดเหตุสะพานทางด่วนดาวคะนองถล่ม เสียชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บ 16 ราย

ถัดมาอีกสัปดาห์ช่วงปี 2568 ก็เกิดเหตุอาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (หลังใหม่) สูง 33 ชั้น ถล่ม เสียชีวิต 96 ราย

ต้นปี 2569 เกิดเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟ ไม่ไกลจากเหตุอุโมงค์ถล่มมาก มีผู้เสียชีวิตอีก 32 ราย บาดเจ็บ 66 ราย

ยังไม่นับกรณีก่อสร้างถนนพระราม 2 ที่เกิดเหตุเยอะจนถึงวันนี้ เกิดเป็นกระแสคนไม่กล้าขับรถผ่าน

หรือที่เป็นปัจจุบันหน่อยคือ เหตุการณ์ดินทรุดขนาดใหญ่และน้ำใต้ดินรั่วซึมบริเวณการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงใต้แยกวงเวียนใหญ่ รวมถึงเหตุถนนและดินทรุดตัวครั้งใหญ่บนถนนสามเสนเมื่อปลายปีก่อน ที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างขุดอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน

นำมาซึ่งคำถามว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรกับประเทศไทย ไม่ใช่ว่าเราเพิ่งเคยสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินเสียเมื่อไหร่ เราเคยสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินมาแล้วแทบจะรอบกรุงเทพฯ และใช้มามากกว่า 20 ปี แต่ทำไมในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีก่อสร้างล้ำหน้าไปมาก ประเทศเรากลับเกิดเหตุการณ์บ่อยมาก และเกิดถี่ๆ ขึ้นมา ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

กรณีรถไฟชนรถบัสแยกมักกะสันเสียชีวิตหลายราย เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนก็ไม่ต่างกัน

หรือจริงๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด สะท้อนปัญหาความอ่อนแอของระบบอำนาจและปัญหาเชิงโครงสร้างในสังคมไทย?

ตอกย้ำว่า หรือจริงๆ สังคมไทยกำลังเผชิญปัญหาเรื่องหลักความรับผิดชอบ หลักการตรวจสอบ หลักความโปร่งใส นำมาซึ่งปัญหาไร้ประสิทธิภาพ กระทั่งปล่อยปละละเลย การบังคับใช้กฎหมายหละหลวม เป็นปัจจัยที่เอื้อให้เหตุร้ายๆ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง?

ครั้นเมื่อหันมองดูพินิจพิเคราะห์โครงสร้างอำนาจของประเทศไทยวันนี้ก็อยู่ในสภาพเละเทะไม่แพ้กัน เรากำลังประสบสภาวะฝีแตก เต็มไปด้วยข่าวเรื่องทุจริตที่สะสมมายาวนานทยอยระเบิดออก

เป็นคำตอบแห่งคำถามว่า ทำไม หรือ “Why” สังคมไทยถึงวอดวายได้เช่นนี้ กล่าวคือ

1. เดือนก่อนมีเรื่องส่วยมาเฟีย กระฉ่อนตั้งแต่ภูเก็ตยันกรุงเทพฯ ข้าราชการงัดข้อกันจนนำมาสู่ปรากฏการณ์ย้ายยกเกาะ

2. เดือนนี้สังคมไทยได้เห็นเรื่องทุจริตในกระทรวงมหาดไทยจากการเปิดโปงขบวนการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นเสียหายหลายพันล้าน

ผลการสอบสวนนำมาสู่การปลดข้าราชการเกือบ 6,000 คน มีการตั้งกรรมการสอบผู้บริหารระดับอธิบดี

นับเป็นอภิมหาโกงส่งผลกระเทือนสังคมอย่างยิ่ง ยังไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับกรณีที่ฝ่ายค้านออกมาแฉเมื่อสัปดาห์ก่อน กรณีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นสั่งให้ผู้ว่าฯ ออกคำสั่ง อปท.ให้เสนอโครงการใช้งบ 2 แสนล้านปฏิรูปพลังงาน โดยมีการเสนอแค็ตตาล็อกให้เลือกอย่างง่ายดาย

ทั้งรถขยะ EV, สนามกีฬาโซลาร์เซลล์ และโซลาร์รูฟท็อป

ยังดีที่พอโดนแฉปุ๊บ ก็มีคำสั่งด่วนที่สุดให้ยกเลิกปฏิบัติการนี้ไป

3. ไล่เลี่ยกันยังมีกรณี “พ่อไทยทิพย์” จีนเทาจ้างพ่อคนไทยช่วยสวมสิทธิ์ให้ลูกจีนเกิดในเมืองไทย จนได้สัญชาติไทย สร้างความเสียหายต่อความมั่นคงของชาติระดับสูง

จากการตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่เขตและ จนท.รพ.ยอมขายตัวให้จีนเทา สอดรับกับกรณีเมื่อไม่นานมานี้ที่มีการจับกุมมือระเบิดชาวจีนได้โดยบังเอิญที่ชลบุรี และพบว่ามีการได้สัญชาติไทยโดยข้าราชการระดับปลัดอำเภอรับสินบน สวมสิทธิ์ให้มือระเบิดเป็นสัญชาติไทย

4. กรณีแอร์สาวการบินไทยโดนจับพร้อมเฮโรอีนจำนวนมากที่ออสเตรเลีย พร้อมๆ กันนั้นก็มีการจับกัญชาและยาเสพติดล็อตใหญ่จากทั่วโลก (ฮ่องกง อินโดนีเซีย โปแลนด์ เยอรมนี)

อย่าแปลกใจถ้านานาชาติจะมองไทยเป็นว่า “ฮับ” ส่งออกยาเสพติดโลกแล้ว

5. กรณีไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน ฉวยโอกาสวิกฤตพลังงาน เอาเปรียบคนไทยที่กำลังตกระกำลำบาก จนถึงวันนี้ก็ยังจับมือใครดมไม่ได้ คนผิดลอยนวล

6. โครงการแจกเอไอฟรี 1.6 พันล้าน ที่จู่ๆ ก็ลอยมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่มีใครร้องขอ แต่เป็นประเภทราชการอยากให้คนไทยได้ใช้

ไม่ได้หมายความว่าโครงการนี้เกิดทุจริตแล้ว แต่พรรคฝ่ายค้านและภาคประชาสังคมจำนวนมากเขาตั้งคำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แต่กลับไม่ได้รับคำตอบที่สมเหตุสมผลพอ นอกจากตรรกะว่า ยกเลิกไม่ได้เพราะดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง

7. คดีโกงเลือก ส.ว. ครบรอบ 2 ปีของเหตุการณ์ ในส่วนของดีเอสไอมีการสอบพยานไปแล้วหลายร้อยปาก แต่ก็ยังไม่มีวี่แววจะดำเนินคดีต่อ คดีในฝั่ง กกต.ยิ่งอืดอาดเข้าไปใหญ่ ไม่ยอมส่งฟ้องต่อศาลฯ

จนวันนี้มีการออกมาเปิดเผยพยานบุคคลที่ไปเข้าร่วมขบวนการโกงเลือก ส.ว. เส้นทางการเงิน หลักฐานการจ้างสมัคร วิธีการโกงตั้งแต่ต้นจนจบ มีการเปิดหลักฐานใหม่ๆ มากกว่าสำนวนสอบสวนของ กกต.-ดีเอสไอ เกี่ยวข้องกับขบวนการโกงนับพันๆ คน

แต่ทุกอย่างก็เงียบฉี่…กระทั่ง ส.ว.ชุดที่มาจากวิธีการนี้เข้าไปทำงานแล้ว 2 ปี นอกจากกินเงินเดือนสบายใจ ยังได้แต่งตั้งองค์กรอิสระไปแล้วมากมาย

ตั้ง กกต.ไปแล้ว 4 คน จากทั้งหมด 7 คน, ตั้ง ป.ป.ช.ไปแล้ว 4 คน, ตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว 2 คน, ตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินอีก 2 คน และประธานศาลปกครองสูงสุดอีก 1 คน

ไม่ว่าจะเป็นกรณีโศกนาฏกรรมหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกรณีข่าวฉาวระดับชาติที่เกิดขึ้นถี่ยิบทั่วไทย

คือตัวอย่าง “ความวายวอด” ที่ก่อตัวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในสังคม

บางครั้ง “รถยนต์ประเทศไทย” ที่เคลื่อนไปไม่ได้ อาจไม่ใช่แค่ปัญหายางรั่ว และแก้ด้วยการปะยาง แต่มันมีปัญหาใหญ่กว่านั้น ตั้งแต่เครื่องยนต์ ช่วงล่างที่ผุพัง และยางรถยนต์ที่เก่าจนไม่เกาะถนน

ถ้าเรายังใช้รถยนต์คันเดิมต่อไป ไม่ช้าก็เร็ว หนีไม่พ้นต้องเกิดอุบัติเหตุซ้ำอีก

เพียงแต่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ “รถเฉี่ยวกันเบาๆ”

หรือจะไปถึงระดับ “ชนกันจนวอดวาย” เท่านั้นเอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์