bg-single

อนุทินลั่นไม่มีมวยล้มต้มคนดู ล้างโกงสอบ ขรก.ท้องถิ่น เพิกถอนบรรจุ 5,814 ราย จับตา Last Boss สะเทือนสีน้ำเงิน?

17.07.2026

ในประเทศ

คดีโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศที่ผู้คนในสังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายทุจริตในกระทรวงมหาดไทย เขย่าการเมืองระบอบสีน้ำเงิน

เบื้องหลังของมหากาพย์โกงสอบท้องถิ่นในครั้งนี้ มีข้าราชการระดับสูง ผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และฝ่ายการเมือง ร่วมกระทำความผิดเป็นขบวนการใหญ่ ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปยังรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะเดียวกัน สื่อต่างประเทศอย่าง South China Morning Post (SCMP) ของฮ่องกง ได้นำเรื่องนี้ตีข่าวไปทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ความโปร่งใสของประเทศไทยขั้นรุนแรงอีกด้วย

จากข้อมูลหลักฐานคดีโกงสอบท้องถิ่น มูลค่าความเสียหาย 4,500 ล้านบาท พบว่ามีการจัดตั้งเป็นเครือข่าย ทุจริตกันเป็นขั้นเป็นตอน

ไล่ตั้งแต่ระดับ Last Boss ฝ่ายการเมือง อธิบดี สถ. นายหน้า และผู้เข้าสอบ โดยมีการเรียกรับเงินใต้โต๊ะสูงถึง 350,000-800,000 บาท เพื่อแลกกับการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นปี 2568

สำหรับคดีสุดอื้อฉาวโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ถูกเปิดโปงหลังจากสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) บุกตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

เจ้าหน้าที่พบเอกสารและพยานหลักฐานจํานวนมาก ทั้งกระดาษคําตอบ สําเนาเอกสาร เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการแก้ไขข้อมูลผลคะแนนสอบกว่า 9,000 แผ่น อีกทั้งในการตรวจค้นยังพบเจ้าหน้าที่รัฐ 10 คน ซึ่งคาดว่าเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับขบวนการคดีโกงสอบท้องถิ่นทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.ยืนยันว่าจากการรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับพวกดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568

โดยทำการแก้ไขคะแนนสอบ และเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่าน ซึ่งมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตต่อไปได้

ดังนั้น ป.ป.ช.จึงรับพิจารณาไว้เป็นคดีพิเศษ และตั้งคณะกรรมการไต่สวน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561

สําหรับคดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหารวม 6,014 คน แบ่งเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ 22 คน และกลุ่มผู้ร่วมแก้ไขคำตอบ นายหน้า จำนวน 33 คน ที่เหลือเป็นกลุ่มผู้ผ่านการสอบที่ได้รับการแก้ไขกระดาษคำตอบ โดยในกลุ่มของเจ้าหน้าที่รัฐมีรายชื่อของอดีตอธิบดี สถ. 2 คน คือ ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ และนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล

ส่วนความคืบหน้าของคดีโกงสอบท้องถิ่นขณะนี้เดินหน้าเข้าสู่ความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามจับกุม 3 ผู้ต้องหาคนสำคัญได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อหวังขยายผลสาวไปถึงต้นตอใหญ่ฝ่ายการเมือง

ประกอบด้วย ดร.วิน ธนพชรโภคิน หรืออัศวิน โชติพนัง ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม ม.เกษตรศาสตร์, น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน ซึ่งเป็นน้องสาว ดร.วิน และจ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือจ่าพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์

โดยทั้ง 3 คนถูกตั้งข้อหาอั้งยี่และซ่องโจร ม.อาญา 188 ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 3 คนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

อย่างไรก็ตาม ชื่อของ ดร.วิน กลับเป็นที่สนใจของคนในสังคม เพราะมีความเกี่ยวข้องกับนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข สังกัดพรรคภูมิใจไทย จึงทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยถึงความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายระบอบสีน้ำเงินกับขบวนการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นว่ามีส่วนเชื่อมโยงกันหรือไม่

แต่ถึงกระนั้น นายพัฒนายอมรับว่า ดร.วิน เคยเป็นหัวหน้าคณะทำงานเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2568 แต่ไม่ได้รู้จักมาก่อน เพราะทีมงานแจ้งว่า ดร.วิน เคยทำงานในหลายส่วน เคยเป็นคณะกรรมการต่างๆ จึงแนะนำกัน และที่ผ่านมาในรัฐบาลที่แล้วมีระยะเวลาสั้น เกิดเหตุการณ์หลายอย่าง เคยเจอกันครั้งเดียวตอนมาแนะนำตัว

“ยืนยันว่ากรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นสอบสวนได้อย่างเต็มที่ โดยส่วนตัวไม่ได้รู้จักกัน คนอื่นไม่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรี รวมถึงทีมงานอื่นๆ จากนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างเต็มที่ จะไม่มีการแทรกแซงแน่นอน ขอให้สบายใจ” นายพัฒนากล่าว

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าได้กำชับแล้วว่าเวลาจะแต่งตั้งใครให้เป็นตำแหน่งหลัก เป็นตำแหน่งรอง หรือตำแหน่งที่ปรึกษา จากนี้ไปต้องคัดกรองให้เต็มที่ โดยจะให้ผู้ใหญ่ในคณะรัฐมนตรีตรวจสอบทั้งหมด ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีปัญหาสักคน ต้องยึดข้อมูลในขณะนั้น หากใครที่อยู่ในกระบวนการทุจริตโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น และเกี่ยวข้องกับบุคคลในพรรคภูมิใจไทย ก็จะต้องโดนทั้งหมด

“แน่นอน ยิ่งถ้าเป็นคนของพรรคก็ไม่มีเว้น หากผมหรือใครก็ต้องจัดการตามกฎหมาย และถูกดำเนินคดี ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะไปตอบแทนบุญคุณใคร ทุกคนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้ มีตำแหน่งทางการเมืองได้ เพราะประชาชนเลือกมา ฉะนั้นเจ้าบุญคุณทั้งหลายในอดีตก็กองไว้ตรงนั้น ไม่ต้องเอามาเป็นบุญคุณตรงนี้”

“เพราะว่าผมเป็นคนตั้ง ไม่ต้องติดหนี้บุญคุณใคร รัฐมนตรีก็ไม่สามารถแต่งตั้งใครด้วยความเกรงใจหรือเป็นหนี้บุญคุณ ก้าวหน้าจนมาเป็นถึงรัฐมนตรีแล้ว ยังมาตั้งทีมคณะทำงานที 20-30 คน บ้าแล้ว” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามย้ำว่าไม่กังวลใช่หรือไม่ว่าแรงเหวี่ยงจะมาถึงนายกฯ นายอนุทินตอบว่าก็กังวล พวกรัฐมนตรีทั้งหลายมาเป็นรัฐมนตรีแล้ว ทำไมต้องมีคณะทำงานและที่ปรึกษาอะไรเยอะแยะ ถ้าอย่างนี้ก็ไม่ต้องเป็น

แม้ว่าหลายฝ่ายเป็นห่วงเกรงว่าสุดท้ายแล้วจะสาวไปไม่ถึงต้นตอใหญ่ ตัดตอนเอาผิดข้าราชการตัวเล็กตัวน้อยเท่านั้น แต่นายกฯ ยืนยันว่าจะล้างบางวงจรอุบาทว์โกงสอบท้องถิ่นให้สิ้นซากอย่างแน่นอน

“คดีนี้ไม่มีมวยล้มต้มคนดู ไม่มีบุญคุณใดๆ ที่จะต้องไปตอบแทน ไม่มีความเกรงกลัวว่าจะไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ สิ่งที่เห็นมาโดยตลอดนั้นดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ทั้งดำเนินคดี มีคำสั่งทางวินัยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังไม่สามารถพูดได้ว่าใครผิดใครถูกเพราะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ”

“เราจะไม่ปล่อยให้คนที่ร่วมกระทำความผิดในครั้งนี้ลอยนวลแน่ ระบบนี้ไม่ต้องห่วงเพราะคนมันเยอะ พอจับได้แต่ละคน เดี๋ยวเขาก็ซัดอีกคนหนึ่ง ไม่ต้องห่วง มันเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว การทำงานของเจ้าหน้าที่จนมาถึงตอนนี้มันก็มาจากการสืบสวนขยายผล” นายอนุทินกล่าว

และย้ำว่าต้องรอการตรวจสอบข้อกฎหมายก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรกับคนที่สอบได้โดยสุจริต

ด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีมติส่งรายชื่อผู้ที่มีคะแนนผิดปกติทั้ง 5,814 ราย ไปยังคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) เพื่อพิจารณาออกมติอย่างเป็นทางการในการเพิกถอนการบรรจุและแต่งตั้ง โดยคาดว่าจะเสนอให้ ก.กลางพิจารณาได้ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569

สำหรับผู้ที่มีคะแนนผิดปกติ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 ผู้ที่มีผลสอบไม่ผ่านเกณฑ์ แต่ถูกปรับคะแนนให้สอบผ่าน จำนวน 3,621 ราย กลุ่มที่ 2 ผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์อยู่แล้ว แต่ถูกปรับเพิ่มคะแนน จำนวน 1,713 ราย และกลุ่มที่ 3 ผู้ที่สอบผ่าน แต่พบคะแนนคลาดเคลื่อนจากการสแกนกระดาษคำตอบไม่ชัดเจน หรือมีคะแนนเปลี่ยนแปลงประมาณ 1-2 คะแนน จำนวน 480 ราย

ขณะเดียวกันปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่า ไม่รู้สึกหนักใจต่อการพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยจะดำเนินการตามข้อเท็จจริง หลักฐาน และขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ ก.กลางออกมติเพิกถอนการบรรจุและแต่งตั้งผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

“เรื่องนี้มีหลักฐานเชิงประจักษ์อยู่แล้ว เป็นหน้าที่ของเรา การทำหน้าที่ก็ต้องมีปัญหาตลอด แต่เราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทำถูกต้อง อย่างที่ท่านพุทธทาสภิกขุบอกว่าถ้าวันนี้ถูกต้อง ก็ไม่ต้องกลัวพรุ่งนี้” นายอรรษิษฐ์กล่าว

หลังจากนี้คงต้องรอดูบทสรุปของมหากาพย์โกงสอบข้าราชการท้องถิ่นว่าจะสามารถสาวไปถึงต้นตอใหญ่ฝ่ายการเมืองได้หรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้นหากนายกฯ ดำเนินการตามขั้นตอนด้วยความโปร่งใส ไม่แทรกแซง ไม่ปกป้องใคร ก็จะเป็นปัจจัยบวกกับรัฐบาล

แต่ถ้าหากตัดจบคดีอย่างมีข้อกังขา สุดท้ายจับตัว Last Boss ผู้บงการใหญ่ไม่ได้ อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเสถียรภาพและลดอายุขัยของรัฐบาลภูมิใจไทยอย่างแน่นอน!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘มติชน’ ชวน ‘สภาพัฒน์-ททท.-BDMS-PROUD-BNH’ เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย
ไฟนรก-ตายหมู่คาโรงเบียร์ ผลพวง ‘ผับ-บาร์’ เลี่ยงบาลี ภาครัฐงัวเงีย-เพิ่งตกใจตื่น สั่งเร่งอุดช่องโหว่กฎหมาย
เนเน่ทำให้คนไทยมีความสุขกว่ารัฐบาล
ไทย WHY วอด
เป็นหนุ่มโกงสอบราชการ พอแก่โกงทุกระบบ โกงจนสังคมล้มเหลว
จากฮอร์มุซถึง ICC ระเบียบโลกที่สั่นคลอน
ช่องแคบฮอร์มุซกับอันคลอส
จีนในบริบทการเมืองโลกหมดเวลาหน่อมแน้ม!
ฝ่ายค้านโชว์หลักฐาน ‘ย้ำ’ คดีฮั้วเลือก ส.ว. กกต. เสียง ‘ตกร่อง’ ยึดตามหลักฐาน ไม่มีธง จ่อลงมติชี้ขาดสิงหาคม
E-DUANG | รูปธรรม เคลื่อนไหว การเมือง “เทคโนโลยี” ใหม่ พื้นที่”ใหม่”
อนุทินลั่นไม่มีมวยล้มต้มคนดู ล้างโกงสอบ ขรก.ท้องถิ่น เพิกถอนบรรจุ 5,814 ราย จับตา Last Boss สะเทือนสีน้ำเงิน?
เจ้าฟ้าและสามัญชน (7) : ชอบพัดลมไฟฟ้าหรือเปล่า